Nuffnang Ads

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตใหม่ โดยท่านพุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตใหม่ โดยท่านพุทธทาสภิกขุ"  ขึ้นชื่อว่า "ชีวิตใหม่" ย่อมเป็นที่ปรารถนาของทุกคนทุกท่าน ดังนั้น หากท่านต้องการ 


ลองเข้าไปอ่านที่ 


ควรจะอ่านให้จบ (แล้วท่านจะได้พบชีวิตใหม่  ซึ่งมีเพียง ๒๗ หน้าเท่านั้นเอง (๒+๗ = ๙, อ่านแล้วจะได้ก้าวหน้าพาสู่ชีวิตใหม่ในที่สุด) 


ต้องการชีวิตใหม่  ต้องเข้าใจใฝ่ในธรรม

ชีวิตเก่าไม่ย้ำ  พร้อมก้าวล้ำทำความดี


ชีวิตใหม่ใจเย็น  จิตบำเพ็ญเห็นสิ่งดี

ชีวิตเก่าไม่ดี  พ้นเสียทีมีปลอดภัย


ชีวิตใหม่ใจสุข  สิ้นความทุกข์ทุกอย่างไป

ชีวิตเก่าผ่านไป  เริ่มต้นใหม่ให้ดีงาม


ชีวิตใหม่เริ่มใหม่  ธรรมมากไว้ให้ติดตาม

ชีวิตเก่าก้าวข้าม  ไม่ต้องถามในยามนี้


ชีวิตใหม่ได้ธรรม  เป็นประจำทำความดี

ชีวิตเก่าสิ้นที  ขอลาทีดีต่อไป


ชีวิตใหม่ต้องสู้ ธรรมเรียนรู้ดูเข้าใจ

ชีวิตเก่าลืมไป ทำจิตใจให้สุขเอย


ปภาวีร์ 
๑ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "แก้ทุกข์ให้ผู้อื่น - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "แก้ทุกข์ให้ผู้อื่น - พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุในเรื่อง "แก้ทุกข์ให้ผู้อื่น" หากว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยได้ช่วยกันแก้ทุกข์ให้ผู้อื่นแล้ว ย่อมจะเกิดผลดีมีความสุขในสังคมทุกระดับอย่างแน่นอน ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 



"พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในโลกนี้ เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การยอมรับภาระช่วยกันแก้ไขความทุกข์ของผู้­อื่น มันก็เป็นการปฏิบัติธรรมะอยู่ในตัวเอง คือ มันทำลายความเห็นแก่ตัว - พุทธทาสภิกขุ"

เมื่อทุกท่านได้รับฟังคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้นแล้ว ลองมาช่วยกันแก้ไขความทุกข์ของผู้อื่นให้มากๆ ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว คงจะดีอย่างยิ่ง เป็นความสุขจริงกับทุกๆ ฝ่ายในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะสิ่งที่อาจจะยังไม่ดีเพื่อการแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

จงช่วยกันแก้ไข  พร้อมใส่ใจในทุกขัง
ธรรมะเป็นที่ตั้ง  ไม่หยุดยั้งสั่งจิตตน

แก้ไขทุกข์คนอื่น  จิตรีบตื่นฝืนอดทน
ธรรมะในตัวตน  ช่วยทุกคนสนทุกข์ภัย

ช่วยคนได้กุศล  สุขกมลรวยน้ำใจ
ช่วยไปไม่ว่าใคร  แก้ไขได้ใจสุขเย็น

ปฏิบัติธรรมะ  ยิ่งมานะพระจะเห็น
ตั้งใจจิตบำเพ็ญ ไม่ยากเย็นเข็ญฤดี

เห็นแก่ตัวสูญสิ้น  ทำให้ชินอินทันที
ช่วยคนเป็นเรื่องดี  ช่วยมากมีดีแน่นอน

ทุกข์คนอื่นช่วยแก้  ธรรมได้แท้แน่ทุกตอน
ความดีจะกลับย้อน  อำนวยพรย้อนกลับเอย

ปภาวีร์ 
๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ธรรมชาติตั้งอยู่ดับไป"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ธรรมชาติตั้งอยู่ดับไป" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง วารินชำราบ อุบลราชธานี) เกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติ และ การตั้งอยู่ดับไป นับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง ดังนั้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้เข้าไปที่ YouTube ต่อไปนี้ 


“... ธรรมชาติของมันเป็นอยู่อย่างนั้นของมันตั้งแต่ตั้งโลกมาแล้ว
-หายใจเข้าไปอย่าออก อยู่ได้ไหม?
-โลกนี้มีเกิดแล้วต้องอยู่ดับไป
-เมื่ออยู่รวมกัน อีกวันหนึ่งต้องแยกจากกันจนได้...”

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชาข้างต้น ยิ่งฟังหลายๆ รอบ ยิ่งทำให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติได้มากขึ้น และในที่สุดย่อมจะเข้าถึง "ธรรมะ" ในที่สุด มีความสุขอย่างยั่งยืนตลอดกาล 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เรื่องราวน้อยหรือมาก  ธรรมชาติอยู่อย่างนั้น
ทุกสิ่งต้องสร้างสรรค์  จะสุขสันต์ในชีวี

หายใจเข้าอย่าออก ต้องขอบอกตายทันที
ทุกสิ่งในโลกนี้  ทำความดีมีร่วมกัน

โลกนี้เกิดแล้วดับ  ต้องลาลับกลับทุกวัน
ถึงแม้อยู่รวมกัน  ในสักวันพลันจากลา

ทุกอย่างมันเป็นอยู่  ต้องเรียนรู้ดูศึกษา
ตั้งแต่ตั้งโลกมา  วนเวียนมาพาทุกข์ทน

ธรรมะอยู่ที่ใจ  ธรรมมากไว้ใส่กมล
ดีแน่แท้ทุกคน  จะหลุดพ้นจนวันตาย

ชีวิตไม่ยืนยง  ไม่มั่นคงหญิงและชาย
รวมแล้วแตกสลาย เป็นทุกรายตายแน่เอย

ปภาวีร์
๒๙ กันยายน ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ การฟังธรรม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ การฟังธรรม" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องการฟังธรรม (ฟังเทศน์) เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอเรียนเชิญทุกท่านได้รับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



"... เวลาไปฟังเทศน์ โอ๊ยเมื่อย ปวด 
แต่เวลาไปนั่งเล่นไพ่ นั่งได้
ไป Shopping นะ ได้ 
เดินวันยังค่ำยังไม่ปวดเมื่อย Shopping 
จะมานั่งฟังธรรมฟังเทศน์ สักหน่อย
ปวดเมื่อยจัง เทศน์อะไรกันนักหนา
เทศน์นานจังเลย เมื่อยปวดจะตาย

เวลาในทีวีมีธรรมะ เปิดธรรมะออกมา 
อีหนูปิด ปวดหัว ปิด ปิด  เปิดหนังเมื่อคืนนี้
ขนาดท่านเจ้าคุณวัดบวรนิเวศ เจ้าคุณราชธรรมมุนีเทศน์ 
อาตมาเทศน์เรื่องการศึกษา 
อาตมาไปนั่งอยู่บ้านนั้นพอดี
นี่ในกรุงเทพนี่เอง ไม่ได้ไกลเลย แต่ไม่บอกชื่อ
บอกแล้วเดี๋ยวมันจะ  มันจะ So Far ไป
เดี๋ยวจะหาว่าเอาเรื่องราวเขามาพูด
ไม่ได้เอาเรื่องราวมาพูด เนี่ยเปรียบเทียบ
และเรื่องจริง อีหนู ปิด ปวดหัว 

เราก็นั่งหัวโด่ จะดูซะหน่อยว่าท่านเจ้าคุณราชธรรมมุนีเทศน์
ท่านพูดว่า "พุทธศาสนากับการศึกษา" 
บอกหนูเปิดหน่อยแม่ไม่ให้เปิด แม่บอกปวดหัว

โอ๊ย สาธุ ปิโธ่เอ๊ย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ข้าพเจ้ามาผิดบ้านซะแล้ว วันนี้ ข้าพเจ้ามาคิดว่าบ้านมนุษย์ จะรออยู่ฉันเพลแล้ว 

ไม่ขอฉันขอเจริญพรลา
มาผิดบ้าน กลายเป็นมาบ้านนางพันธุรัต..."

สิ่งที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาตามข้างต้นนี้ นับได้ว่าเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยจะได้ตระหนักว่า การฟังธรรม ฟังเทศน์ นั้นดีอย่างไร ซึ่งหากว่าทุกคนได้น้อมนำทำตามที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้แล้ว เชื่อว่าจะเกิดผลดีกับทุกคนทุกท่านอย่างแน่นอนในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาแก้ไขปรับปรุงต่อไป ดังนี้ 

ฟังเทศน์และฟังธรรม เป็นประจำนำสู่ใจ
ฟังแล้วให้เข้าใจ  พร้อมนำไปลองทำดู

ฟังธรรมนำสู่จิต  ไตร่ตรองคิดชิดเรียนรู้
พระธรรมนำเชิดชู  ฟังแล้วรู้เป็นครูตน

ฟังธรรมต้องไม่เมื่อย  ฟังไปเรื่อยเมื่อยต้องทน
ฟังเทศน์จิตหมองหม่น อาจเสียคนจนตัวตาย

ตั้งใจฟังให้ดี  นำชีวีดีก่อนตาย
ฟังได้ทั้งหญิงชาย  อย่าเอียงอายจะสายไป

ฟังธรรมนำความสุข  ฟังสนุกทุกข์สิ้นไป
ฟังเทศน์มากเข้าไว้  คิดกลับใหม่ได้ผลบุญ

ฟังธรรมนำอวยพร  ได้ทุกตอนย้อนเป็นคุณ
ฟังธรรมบุญเกื้อกูล  ได้เป็นทุนหนุนต่อไป

ฟังธรรมให้ได้มาก  จะสามารถมากบุญใหญ่
ธรรมะบันทึกไว้  อยู่ในใจให้มากเอย

ปภาวีร์ 
๒๘ กันยายน ๒๕๕๘


วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตที่ตั้งไว้ผิด - สมเด็จพระญาณสังวร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตที่ตั้งไว้ผิด - สมเด็จพระญาณสังวร" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับ "จิตที่ตั้งไว้ผิด" ย่อมจะเป็นสิ่งไม่ดีอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอเรียนเชิญทุกท่านได้ฟังได้ที่ YouTube ต่อไปนี้ 



"จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมนำให้เกิดบาปวิบัติ ยิ่งไปกว่าบาปวิบัติภัยอันตราย ที่โจรจะพึงกระทำให้แก่โจร หรือว่าที่คนมีเวรจะกระทำให้แก่คนมีเวร"

เมื่อทุกท่านได้รับฟังคติธรรมคำสอนเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้นแล้ว ย่อมสามารถที่จะตั้งไม่ให้ผิดได้ เพราะหากว่าเมื่อไหรที่เราตั้งจิตไว้ผิดแล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างแน่นอน ดังนั้น ต้องรีบตั้งจิตใหม่ไม่ให้ผิด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้ตั้งจิตเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้ 

จิตที่ตั้งไว้ผิด  ย่อมมืดมิดผิดวิบัติ
ฝึกจิตให้เจนจัด เป็นสมบัติมัดติดตัว

อะไรเร็วกว่าจิต  ยิ่งทำผิดคิดเรื่องชั่ว
วิบัติไม่พ้นตัว  อย่าเมามัวชั่วเรื่อยไป

บาปภัยอันตราย  จิตคิดร้ายตายเร็วไว
เวรกรรมกระทำไป  ย้อนเป็นภัยใจระทม

จิตผิดคิดทำใหม่  ธรรมมากไว้ใจนิยม
ธรรมะสิ่งเหมาะสม น่าชื่นชมภิรมย์ใจ

มีเวรวนเวียนกัน  กรรมผูกพันกันต่อไป
ตั้งผิดคิดในใจ  วิบัติภัยในทันที

ตั้งจิตคิดให้ถูก  ธรรมมัดผูกปลูกฤดี
จิตคิดสิ่งที่ดี  ส่งผลดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒๗ กันยายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ ขนเอาบุญไปนิพพาน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ ขนเอาบุญไปนิพพาน" พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านคงจะรู้จักท่านหลวงปู่ดู พรหมปัญโญ เป็นอย่างดี ซึ่งคติธรรมของหลวงปู่ดู่ นั้น สั้นๆ แต่มีความหมายมีคุณค่าอย่างยิ่ง ดังต่อไปนี้ 


“... ทุกอย่างที่เราทำวันนี้ เพื่อเอาไว้กินวันข้างหน้า พอตายแล้ว โลกเขาขนเอาบาปกันไป แต่เราจะขนเอาบุญ เอานิพพานไป...”

จะเห็นว่าคติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดู่ข้างต้น หากว่าเราทุกคนพุทธศาสนิกชนได้น้อมนำทำความเข้าใจให้ดีแล้ว เชื่อว่า "นิพพาน" เป็นสิ่งที่ทุกท่านจะสามารถเข้าถึงได้ และ "เอานิพพานไป" ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะได้ขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ทุกอย่างที่เราทำ  เป็นประจำนำวันหน้า
วันนี้ดีนำพา  เพื่อข้างหน้าทางหลุดพ้น

โลกขนเอาบาปกัน  บาปทุกวันกันหนอคน
ทำบาปจิตหมองหม่น  เศร้ากมลทนต่อไป

หากว่าขนเอาบุญ  ย่อมเป็นคุณหนุนเรื่อยไป
ขนเอานิพพานไป  สุขฤทัยนิตย์นิรันดร์

วันนี้เพื่อวันหน้า  ธรรมเข้าหาพาสุขสันต์
หากว่าตายลงพลัน  นิพพานกันในทันที

ตัวบาปทิ้งเอาไว้  หยุดทันใดให้รู้ดี
บาปมากทุกข์ฤดี  ภพไม่ดีมีต่อไป

ตัวบุญเก็บให้มาก  บุญทำยากมากเข้าไว้
นิพพานได้ทันใด  สั่งจิตใจให้ไปเอย

ปภาวีร์ 
๒๖ กันยายน ๒๕๕๘


วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทาน เพื่อพรหม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทาน เพื่อพรหม" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำเกี่ยวกับ "ทาน เพื่อพรหม" นั้น เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง เพราะเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านจะต้องทำ "ทาน" กันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยจะเป็น "ทาน" มากน้อยเพียงใดระดับใด ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคลที่จะมีกำลังศรัทธาตามปัจจัย ดังนั้น จึงขอเชิญชวนรับชมรับฟังได้ที่ YouTube ต่อไปนี้ 

"...จิตใจมันคิดอยู่เสมอว่าอยากจะให้ทาน
เห็นสัตว์ก็อยากให้
เห็นคนก็อยากให้
ตามกำลังที่จะพึงให้
กำลังใจมั่นคงแบบนั้น เขาจัดว่าเป็น ฌาณ
ตายแล้วก็เป็น พรหม..."

จะเห็นว่าเรื่องของ "ทาน" กับ "พรหมวิหาร ๔" เป็นสิ่งที่เกี่ยวพันสัมพันธ์กันอย่างยิ่งที่ทุกคนทุกท่านจะต้องทำให้ได้ เพราะหากว่าเมื่อทำได้แล้ว อย่างน้อยที่สุด เมื่อหมดลมหายใจตายไปคงจะได้มีโอกาสไปอยู่ในชั้้น "พรหม" อย่างแน่นอนในที่สุด ไม่เชื่อคงต้องลองตายกันดู (แล้วจะรู้ว่าไปเป็น "พรหม" หรือไม่อย่างไร)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้กรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

จิตคิดอยู่เสมอ ไม่ละเมอจะต้องให้
คิดให้อยู่เรื่อยไป ตลอดไปได้ยิ่งดี

การให้คือเมตตา สิ่งมีค่าทำทันที
ให้มากยิ่งมากมี  ให้ทุกทีมีโอกาส
เห็นสัตว์ก็อยากให้ สุขฤทัยให้ไม่ยาก
ให้ตามความสามารถ  น้อยหรือมากอยากจะให้

เมื่อให้ใจเป็นสุข  ลืมความทุกข์ทุกสิ่งไป
สั่งจิตคิดจะให้  ตายสิ้นไปไปชั้นพรหม

กำลังใจคงมั่น  จิตคอยหมั่นปันเหมาะสม
การให้ใจนิยม  อภิรมย์สมฤดี

การให้เป็นประจำ  เป็นพระธรรมอย่างชั้นดี
ชั้นพรหมไปทันที สิ้นชีวีมีแน่นอน

จิตใจอยากจะให้ ให้เมื่อไหร่ใจได้พร
สั่งจิตให้ทุกตอน ให้ถาวรตอนนี้เอย

ปภาวีร์ 
๒๕ กันยายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "การปฏิบัติธรรมของฆราวาส โดย ธรรมทาส"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "การปฏิบัติธรรมของฆราวาส โดย ธรรมทาส"  ฆราวาสหลายท่านอาจจะมีข้อสงสัยว่าเมื่อเราเป็นฆราวาสปถุชนคนธรรมดาจะสามารถปฏิบัติธรรมได้หรือไม่  ดังนั้น ฆราวาสทุกท่าน ท่านผู้อ่านลองหาอ่านหนังสือเล่มต่อไปนี้ คือ "การปฏิบัตธรรมสำหรับฆราวาส"  ซึ่งเขียนโดย ธรรมทาส (เชื่อว่าทุกท่านอยากจะทราบว่า ธรรมทาส เป็นท่านใด เมื่ออ่านต่อไปจะทราบว่า ธรรมทาส เป็นใคร)  ซึ่งบางส่วนที่สำคัญในหนังสือดังกล่าวนี้ เป็นดังนี้





การปฏิบัติธรรม คือ การปฏิวัติจิตใจจากที่เคยเป็นทาสของตัณหา มาเป็นจิตใจที่ปราศจากตัณหารบกวน (นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้) ทั้งที่ตนยังอยู่ในโลก


ขอให้ชาวพุทธ ทั้งฆราวาสและบรรชิตจงช่วยกันสังคายนาตัวเอง ด้วยการทำตนเป็นผู้พยายามเอาชนะกิเลสตัณหา ทางตา หู จมูก สัมผัส ฯลฯ จัดบ้านและวัดของตนให้เป็นสถานที่แสดงสัญลักษณ์ของการตื่นตามพระพุทธองค์ให้จงครบถ้วน


การปฏิบัติธรรม คือ การปฏิวัติจิตใจจากที่เคยเป็นทาสของตัณหา มาเป็นจิตใจที่ปราศจากตัณหารบกวน (นำความพอใจและความไม่พอใจในโลกออกเสียได้) ทั้งที่ตนยังอยู่ในโลก, การปฏิบัติธรรมจึงต้องทำด้วยความรอบคอบ ไม่ให้มีทุกข์เกิดขึ้นแก่ตนเองและแก้ผู้อื่น การปฏิบัติธรรมจะทำได้ดีทั้งๆ ที่ยังมีครอบครัว ครองเรือน ถ้าผู้ปฏิบัติธรรมนั้นแก้ไขตัวเอง แก้ไขคนในครอบครัวให้ชีวิตสอดคล้องไปกับการปฏิบัติธรรม

และในที่สุด ทุกท่านคงจะทราบแล้วว่า ฆราวาสก็สามารถจะปฏิบัติธรรมได้เช่นกัน ดั่งที่ท่านธรรมทาส (น้องชายท่านพุทธทาส) ได้กล่าวไว้ข้างต้น 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนี้

การปฏิบัติธรรม ยิ่งประจำทำทุกวัน
ทำจิตให้สุขสันต์  พร้อมสร้างสรรค์ปันธรรมะ

ฆราวาสทำได้  อยู่ที่ใจให้มานะ
ทำจิตชิดองค์พระ  ย่อมชนะจะได้พร

ปฏิวัติจิตใจ  เป็นคนใหม่ไม่เหมือนก่อน
ตัณหาตัดนิวรณ์  ได้ทุกตอนสอนใจตน

ตัวเราอยู่ในโลก  สร้างประโยชน์ต่อทุกคน
มีธรรมในกมล  ทุกแห่งหนสนทำดี

แก้ไขในตัวเอง  ต้องรีบเร่งทำทันที
ตัณหาพาโศกี  นำชีวีมีทุกข์ใจ

ธรรมด้วยความรอบคอบ  จิตต้องชอบมอบหัวใจ
ธรรมมากยิ่งสุขใจ  ตายสิ้นไปใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒๔ กันยายน ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : เมตตาไม่เจือปน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : เมตตาไม่เจือปน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องของเมตตา เป็นสิ่งที่น่าสนใจใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอเชิญทุกท่านรับชมและรับฟังได้ที่ YouTube ต่อไปนี้ 


"...คือเมตตาที่ไม่เจือปนด้วยความทุกข์  เมตตาอย่าเจือปนด้วยกิเลส ถ้าท่านทั้งหลายสอนลูกท่าน ท่านจะมีเมตตาอย่าเจือปน บางคนมีเมตตาจริงแต่เจือปน เจือปนด้วยโทสะ ลูกท่านจะเสียหาย ตรงนี้น่าจะคิดตีความของธรรมะ ธรรมะ แปลว่า ธรรมชาติ ธรรมะ แปลว่า สร้างความดี ต้องละความชั่วได้..."

จะเห็นว่า "เมตตา" เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งตามที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตากล่าวไว้เป็นคติธรรมคำสอนที่ว่า "เมตตาอย่าเจือปนด้วยกิเลส โทสะ"  แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องของเมตตานั้น พุทธศาสนิกคนไทยทราบกับดีว่า "เมตตา" เป็นข้อแรกของพรหมวิหาร ๔ ซึ่งหากเราทุกคนเริ่มต้นด้วยการมีเมตตาต่อกันแล้วย่อมจะสามารถนำไปสู่การเข้าถึงพรหมวิหารในข้อ ๒ ข้อ ๒ และ ข้อ ๔ ตามลำดับในที่สุด  ดังนั้น ตอนนี้หากชีวิตของเราเริ่มต้นด้วยพรหมวิหารข้อ ๑ ก่อนแล้ว ย่อมจะนำความสุขในทุกขั้้นตอนของชีวิตอย่างแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดมีพรหมวิหารข้อ ๑ ในการพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้นดังนี้

พรหมวิหารสี่ข้อ  ไม่ต้องรอขอข้อแรก
ทำได้ไม่ใช่แปลก  จิตพร้อมแจกแลกด้วยธรรม

เมตตาอย่าเจือปน   มีทุกคนสนประจำ
มีมากจิตจดจำ  ลงมือทำนำทันที

กิเลสและโทสะ  อย่ามาคละเจือไม่ดี
เมตตาด้วยจิตดี   ทุกชีวีมีความสุข

เมตตาเริ่มที่จิต  ธรรมใกล้ชิดจิตไม่ทุกข์
ธรรมะมีประยุกต์  สุขและทุกข์ทุกชีวี

ธรรมะธรรมชาติ  ยิ่งมีมากอยากทำดี
ละชั่วได้ยิ่งดี  สร้างความดีมีทุกวัน

เริ่มต้นด้วยเมตตา ทุกเวลาพาสุขสันต์
เมตตาพร้อมถ้วนกัน  สุขนิรันดร์พลันแน่เอย

ปภาวีร์ 
๒๓ กันยายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ให้เมตตาตัวเองซะก่อน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ให้เมตตาตัวเองซะก่อน"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี) เป็นภาษาอีสานเกี่ยวกับเรื่องของเมตตา เป็นคติธรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่ง YouTube ตาม Link ต่อไปนี้ (ประมาณ ๒ นาทีกว่าๆ) จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้ลองฟัง



"...ให้เมตตาตัวเองซะก่อน
ให้ใจเมตตา..."

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา (ภาษาอีสาน) ข้างต้น เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยหากได้ฟังแล้ว (แต่บางท่านภาษาอีสานอาจจะฟังไม่เข้าใจสักเท่าไร แต่หากว่าฟังหลายรอบๆ หลายๆ ครั้ง ก็อาจจะสามารถเข้าใจได้)  ซึ่งคติธรรมดังกล่าวเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่ใจเราเมตตา โดยให้เมตตาตัวเองซะก่อนแล้ว เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขพัฒนาต่อไปในอนาคต ดังนี้ 

==================
ให้เมตตาตัวเอง  โดยต้องเร่งในเร็วพลัน
เมตตาในทุกวัน  จะสุขสันต์ต่อตัวเรา

ให้ใจมีเมตตา  จะนำพาไม่ให้เศร้า
เมตตาต่อผู้เยาว์  และผู้เฒ่าให้ทุกคน

ข้อแรกพรหมวิหาร จะประสานสุขกมล
เมตตาเพื่อมวลชน  ความสุขล้นพ้นทุกข์ภัย

เมตตาได้ไม่ยาก  มียิ่งมากจะสุขใจ
เมตตานั้นยิ่งใหญ่  ไม่ว่าใครควรต้องมี

เมตตาเริ่มที่จิต  พร้อมนึกคิดในเรื่องดี
เมตตายิ่งมากมี  นำชีวีมิตรมากมาย

เมตตาต่อสัตว์โลก  สร้างประโยชน์บุญเหลือหลาย
เมตตาไม่ต้องอาย  ยังไม่สายเมตตาเอย

ปภาวีร์
๒๒ กันยายน ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัจฉิมโอวาท หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัจฉิมโอวาท หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"  พุทธศาสนิกชนคนไทยจะต้องรู้จักท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากท่านใดยังไม่รู้จักท่าน สามารถเข้าดูข้อมูลเกี่ยวกับท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำเบื้องต้นได้ที่ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"   แต่สิ่งที่ผู้เขียนจะได้กล่าวถึงต่อไปนี้  คือว่า

เมื่อวันก่อนผู้เขียนได้มีโอกาสไปที่โขงเจียม อุบลราชธานี (ริมแม่น้ำโขง ฝั่งไทย) เห็นร้านกาแฟสดแห่งหนึ่งที่ริมโขง (ตามรูปภาพข้างล่างต่อไปนี้) ก็เลยสนใจเข้าสั่งกาแฟสด แต่... 





แต่สิ่งที่เห็นขณะที่รอการชงกาแฟอยู่นั้นคือ ในร้านดังกล่าวนี้ มีหนังสือของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำจำนวนหลายเล่ม ผู้เขียนเลยสอบถามจากเจ้าของร้านว่า "ได้มาจากไหนครับเยอะจัง"  เจ้าของร้านตอบว่า "ได้มาจากโคราชครับ" และเจ้าของร้านยังบอกต่อว่า "ที่อุบลฯ มีศูนย์ปฏิบัติธรรมตามแนวทางหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ใกล้ๆ ม.อุบลฯ ตรงซอยโรงเรียนศรีไค ที่จะไปบ้านแมด

ยิ่งทำให้ผู้เขียนสนใจ สอบถามต่อว่า "อ่านหนังสือของท่านหลวงพ่อฤาษีที่อยู่ในร้านนี่หมดหรือยังครับ"  เจ้าของร้านตอบว่า "อ่านหมดแล้วครับ จะนำไปนั่งอ่านที่ร้านอาหารข้างๆ นี้ก็ได้นะครับ เชิญตามสบาย"  

ผู้เขียน หยิบหนังสือของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่มต่อไปนี้  แล้วก็ปรากฏว่า ..... 


ปรากฏว่า เปิดหนังสือแล้วก็สดุดที่หน้า ๔๙ ซึ่งเป็นดังนี้ 


                 ปัจฉิมโอวาท
วันรับแขกวันสุดท้าย ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๕
"ลูกเอ้ย... นี่เป็นธรรมดาของร่างกาย
มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตายเป็นธรรมดา
สังขารมันเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงหรอก
ทุกขัง ตอนอยู่มันเป็นทุกข์
แต่ผลที่สุด มันก็อนัตตาสลายไปมีแค่นี้
อย่ามายึดสังขารพ่อเลย"

ข้างต้นนั้น คือ ปัจฉิมโอวาทของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (เนื่องจากท่านมรภาพเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๕) ที่ท่านได้เมตตาต่อพวกเราทุกคนที่ยังทนอยู่ในวัฏสงสาร  ซึ่งคือ กฏไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ที่องค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้าทรงเมตตามมอบไว้เป็นคติธรรมคำสอนอันทรงคุณค่าต่อพุทธศาสนิกชนที่จะต้องเข้าใจให้ดี  หากเมื่อไหร่ก็ตาม ที่ท่านใดเข้าใจกฎไตรลักษณ์เป็นอย่างดีแล้ว ย่อมจะประสบพบความสุขที่ยั่งยืนนิรันดร์กาลในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นไป ดังนี้

เข้าใจกฎไตรลักษณ์  จิตพร้อมภักรักในธรรม
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ   คติธรรมนำสู่ใจ

ธรรมดาร่างกาย  เดี๋ยวก็ตายไม่ว่าใคร
เกิดแก่เจ็บเรื่อยไป  ไม่วันใดใยต้องมา

ทุกสิ่งอนิจจัง  มีทุกขังอนัตตา
เรื่องตายธรรมดา  พร้อมจากลาพาต่อไป

สังขารมันไม่เที่ยง  ร่างต้องเดี้ยงทุกข์ทันใด
ทุกอย่างสลายไป  สู่ภพใหม่ในผลกรรม

อย่ายึดในสังขาร  บุญสืบสานการกระทำ
หลวงพ่อสอนให้จำ  จิตน้อมนำธรรมมากมี

ปัจฉิมคือสุดท้าย  พร้อมจะตายในทันที
ธรรมะทุกนาที  ขอลาทีนิพพานเอย


ปภาวีร์ 
๒๑ กันยายน ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ หากว่าจิตเป็นอัมพาต"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ หากว่าจิตเป็นอัมพาต" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับ "จิตเป็นอัมพาต" นับได้ว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับพุทธศาสนิกชนคนไทยที่ควรจะต้องรับฟัง ดังนั้น จึงขอเชิญฟังได้ที่ YouTube ตาม Link ต่อไปนี้ 





“ไม่ได้สนใจตัวเอง ไปสนใจคนอื่นตลอดรายการ ถ้าท่านทั้งหลายสนใจคนอื่น ท่านจะฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น หนีไม่พ้น ฟื้นไม่มี ตื่น ตื่น ไม่มีตื่น แต่หลับตลอดรายการนิทรา จะหลับตลอดไป จะเป็นอัมพาต ร่างกายจิตใจเป็นอัมพาต ถ้าร่างกายเป็นอัมพาตไม่เป็นไร ถ้าจิตใจท่านเป็นอัมพาตรับรองน่าอนาถวาสนา น่าอนาถโอ้อนาถอนิจจาเอย เกิดมามีกรรม ไม่น่าจะเกิดมาทำอะไร นี้แหละจิตเป็นอัมพาต ถ้าจิตเป็นอัมพาตมันน่าเสียดาย
ร่างกายย่อมจะเป็นอัมพาตได้อัมพฤกษ์ได้ แต่จิตใจถ้าเป็นอัมพาต ดิ้นกระแด่วๆ  ขาดคุณภาพแห่งไร้คุณธรรมเป็นอัมพาต  ถ้าร่างกายเป็นอัมพาตรักษาหาย แต่จิตเป็นอัมพาตไม่ต้องรักษา เสียใจกับท่านด้วย”

คติธรรมข้างต้นของท่านหลวงพ่อจรัญที่ได้เมตตามอบไว้ให้พวกเราทุกคนทุกท่านได้ตระหนักในเรื่องของ "จิตเป็นอัมพาต" นั้น หากว่าลองอ่านลองฟังทบทวนให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ย่อมจะเกิดผลดีต่อทุกคนเป็นอย่างยิ่งในที่สุด ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ที่ทุกท่านจะได้พิจารณากันเอาเอง ว่าจะเอาอย่างไรให้จิตของเราไม่เป็นอัมพาต  ดั่งที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาเช่นกันในการสร้างสรรค์แนะนำชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

จิตเป็นอัมพาต  น่าอนาถวาสนา
จิตนั้นไร้คุณค่า  อนิจจาพาเสียหาย

ไม่สนใจตัวเอง  มัวอวดเบ่งเก่งมากหลาย
เป็นเรื่องอันตราย  น่าเสียดายอายชีวี

สนใจแต่คนอื่น  หลับไม่ตื่นฟื้นไม่มี
ตายไปในทันที  ทุกข์ฤดีมีต่อไป

เกิดมามีแต่กรรม  เพราะกระทำกรรมเรื่อยไป
หยุดเสียในทันใด  เริ่มต้นใหม่ในเรื่องดี

จิตเป็นอัมพาต  ไม่สามารถหายทันที
จะทำอย่างไรดี  โอ้ชีวีนี้ระทม

กลับจิตคิดเรื่องธรรม  เป็นประจำนำภิรมย์
ชีวิตหายขื่นขม ไม่ตรอมตรมอีกต่อไป

สนใจจิตของเรา  ธรรมะเอาเข้าสู่ใจ
ความสุขเกิดทันใด หลับตายไปสู่ภพดี

เฝ้ามองจิตของตน  อย่าไปสนเรื่องไม่ดี
ภพหน้ามาทันที สุขฤดีมีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๒๐ กันยายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "มรณสติ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "มรณสติ - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับ "มรณสติ" การระลึกถึงความตายอยู่เสมอ นั้น อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


"ความรู้ว่าทุกคนเกิดมาแล้วต้องตายเป็นสิ่ง­ที่เป็นคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ แม้ใส่ใจในความรู้นี้ก็จะสามารถนำให้เกิดค­ุณเกิดประโยชน์แก่ตนเอง"

คติธรรมคำสอนข้างต้นนับว่าเป็นสิ่งที่ค่าอย่างยิ่ง เพราะความรู้เรื่องเกี่ยวกับ "ต้องตาย" นั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านทราบกันดีว่า เป็นสิ่งที่ทุกคนหลีกหนีไม่พ้น เพียงแต่ว่าท่านไหนจะใส่ใจมากน้อยเท่าไรแค่นั้นเอง  ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ที่เราทุกคนพุทธศาสนิกชนคนไทยจะได้ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเรามากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขพัฒนาปรับปรุงต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น ดังนี้

ความรู้ทุกคนรู้  ที่เคียงคู่รู้ว่าตาย
เกิดมาหญิงหรือชาย  จะต้องตายอย่างแน่นอน

ความตายเป็นประโยชน์  ไม่มีโทษโปรดรู้ก่อน
ตายได้ในทุกตอน  ยืนนั่งนอนตายทันที

ความตายหนีไม่พ้น  ตายทุกคนในโลกีย์
ใส่ใจความรู้นี้  ย่อมจะดีมีแก่ตน

ตายแน่แท้ทุกสิ่ง  เป็นความจริงยิ่งต้องสน
มีธรรมให้มากล้น  ตายจากคนสู่ภพดี

ฝึกตายในทุกวัน  จะสุขสันต์ในฤดี
ตายพลันในทันที  ย่อมไปดีมีพ้นภัย

จิตหลุดตายให้รู้  จิตเฝ้าดูรู้ทันใด
ตายแน่ไม่ว่าใคร  ไม่วันใดใจรู้เอย

ปภาวีร์ 
๑๙ กันยายน ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ฟังเทศน์หลวงปู่ชา ภาษาอีสาน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ฟังเทศน์หลวงปู่ชา ภาษาอีสาน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง วารินชำราบ อุบลราชธานี) ที่เป็นภาษาอีสานน่าฟังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่เมื่อมีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาในองค์หลวงปู่ชาได้ตั้งใจนำเสียงเทศน์ดังกล่าวนำลงสู่ระบบ Internet ในรูปแบบของ File mp3 อันสะดวกต่อการฟังแบบ Online และการจัดเก็บไว้ฟัง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้เข้าไปที่ Link ต่อไปนี้ http://anuchah.com/audio-02/



หากท่านผู้อ่านทุกท่านได้ฟังเทศน์หลวงปู่ชา ภาษาอีสาน ข้างต้นแล้ว ย่อมจะมีความสุขอย่างยิ่งสามารถที่จะได้รับธรรมะในแบบฉบับของภาษาอีสาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง ดังนั้น กรุณาแบ่งปันต่อๆ ไปให้กับคนที่ท่านรู้จัก เพื่อจะได้ฟังและจัดเก็บไว้ฟังในเวลาที่ต้องการฟัง "ธรรมะ ภาษาอีสาน ตามแบบฉบับของท่านหลวงปู่ชา

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขปรับปรุงต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น ดังนี้ 

ร่วมฟังหลวงปู่ชา เทศน์ภาษาอีสานธรรม
ฟังเทศน์เป็นประจำ  จิตสุขล้ำย้ำคำสอน

หลวงปู่เทศน์น่าฟัง  เกิดพลังสั่งทุกตอน
ต้องฟังไปกลับย้อน  จะเกิดพรสอนใจตน

ฟังเทศน์เจริญธรรม  ฟังประจำนำสุขล้น
ธรรมะในกมล  เกิดเป็นคนสนทำดี

ฟังภาษาอีสาน  จิตเบิกบานสานฤดี
ฟังมากจะรู้ดี  ว่าธรรมนี้ดีอย่างไร

หลวงปู่ชาเทศน์ดี ฟังให้ดีมีเข้าใจ
ฟังเทศน์ให้ตั้งใจ  ฟังมากไว้ใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๗ กันยายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตเพื่อธรรมะ หนังสือ พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตเพื่อธรรมะ หนังสือ พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)" เป็นบางส่วนจากหนังสือ "ชีวิตเพื่อธรรมะ ธรรมะเพื่อชีวิต" ซึ่งจัดพิมพ์ครั้งที่ ๑ (พฤษภาคม ๒๕๔๔) โดยกองทุนศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา วัดชลประทานรังสฤษฏ์ กองทุนห้องสมุดศาลาจำปีรัตน์ วัดชลประทานรังสฤษฏ์  กองทุนเสถียรธรรม เสถียรธรรมสถาน ซึ่งเป็น "ธรรมสมโภช ๙๐ ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

หากว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยได้อ่านหนังสือเล่มดังกล่าวนี้ เชื่อว่าทุกท่านได้มีชีวิตเพื่อธรรมะ ธรรมะเพื่อชีวิต ดั่งชื่อของหนังสือเป็นแน่แท้ อย่างไรก็ตาม หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้น่าสนใจอย่างยิ่ง ตามรูปภาพข้างล่างต่อไปนี้ 



อยู่กัน
ด้วความรัก

รักเพื่อนมนุษย์
ทุกถ้วนหน้า

รักธรรมชาติ
อย่าทำลาย

รักวัฒนธรรม
อันดีงามของชาติ

รักพระธรรม
สร้างพระธรรมไว้ในใข
เป็นนิตย์

รักสันติภาพ
สร้างสันติสุขทุกเวลา
"

จากข้างต้นคงจะเป็นที่ชัดเจนตามที่พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ได้เมตตาไว้  ว่าให้เราทุกคนคนไทยอยู่กันด้วยความรัก แล้วเชื่อว่าทุกอย่างในประเทศในสังคมจะต้องร่มเย็นเป็นสุขอย่างแน่นอนในที่สุด และเมื่อนั้นเราทุกคนจะมีแต่รอยยิ้มสงบสุขตลอดไป

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการแก้ไขต่อไปดังนี้

อยู่กันด้วยความรัก ต้องสมัครสามัคคี
อยู่กันด้วยความดี  ธรรมยิ่งมีดีทุกคน

รักเพื่อนทุกถ้วนหน้า  เพื่อนมิตรมาพาสุขล้น
มีธรรมในกมล  ไม่อับจนพ้นทุกข์ภัย

ธรรมชาติอย่าทำลาย  อย่าดูดายอายจิตใจ
ช่วยกันรักษาไว้  จะคงได้ให้นานนาน

วัฒนธรรมอันดี  ส่งเสริมดีมีสืบสาน
ของดีมีตำนาน  เพื่อลูกหลานสานสืบไป

รักพระธรรมทำดี  ธรรมมากมีดีในใจ
สร้างพระธรรมเอาไว้  ย่อมสุขใจนิตย์นิรันดร์

ต้องรักสันติภาพ  จะสามารถมากสุขสันต์
ธรรมะมีต่อกัน  อยู่ด้วยกันปันแบ่งเอย

ปภาวีร์ 
๑๗ กันยายน ๒๕๕๘