Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บัว






>>>> “บัว” <<<<
===============
เรื่องของบัว ทั่วไป ไม่รู้ดี
บัวมีดี ราชินี แห่งพืชน้ำ
บัวที่เห็น เป็นอยู่ งามเลิศล้ำ
ควรจดจำ นำรู้ คู่บูชา

บัวอียิปต์ มีดี  สีพันปี
บัวหลายสี ที่เป็น เห็นล้ำค่า
บัวอุบล ล่องหน คนสืบหา
บัวมีค่า หารู้ คู่อุบลฯ






ดอกบัวกับพุทธศาสนา
เมื่อพระสิทธัตถะออกบวช ทรงกระทำความเพียรปฏิบัติธรรมจนบรรลุอนุตรสัมมาโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ทรงพิจารณาถึงธรรมที่ทรงตรัสรู้ว่าเป็นธรรมะอันล้ำลึกยากที่ชนผู้ยินดีในกามคุณจะรู้ตามได้ แต่อาศัยพระมหากรุณาในหมู่สัตว์ ทรงพิจารณาทบทวนดูอัธยาศัยเวไนยสัตว์อีก ก็ทรงทราบว่าผู้มีกิเลสเบาบางอันอาจรู้ตามได้ก็มี จึงเกิดอุปมาเวไนยสัตว์เหมือน “ดอกบัว”ว่า
เวไนยสัตว์ย่อมแบ่งออกเป็นสี่เหล่าตามอัธยาศัย คือ

หล่า ๑  ผู้มีกิเลสน้อยเบาบาง มีอินทรีย์กล้าจะพึงสอนให้รู้โดยง่าย อาจรู้ธรรมพิเศษได้ฉับพลัน อันเปรียบเหมือนดอกปทุมชาติที่โผล่พ้นจากพื้นน้ำขึ้นมา แล้วคอยสัมผัสรัศมีพระอาทิตย์อยู่ จักบานในวันนี้

เหล่า ๑ ผู้มีกิเลสค่อนข้างน้อย มีอินทรีย์ปานกลาง ได้รับอบรมจนอุปนิสัยแก่กล้าแล้ว ก็สามารถบรรลุธรรมพิเศษได้ เปรียบเสมือนดอกบัวซึ่งยังตั้งอยู่เสมอพื้นน้ำ จักบานในวันพรุ่งนี้

เหล่า ๑ ผู้ที่มีกิเลสยังไม่เบาบาง ก็ยังควรได้รับคำแนะนำในธรรมปฏิบัติไปก่อนจนกว่าอินทรีย์จะแก่กล้า จึงสอนให้รู้ธรรมะขั้นสูง ก็จะบรรลุธรรมพิเศษ เปรียบเหมือนดอกบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ คอยเวลาที่จะเลื่อนขึ้นจากน้ำ และบานในวันต่อ ๆ ไป

เหล่า ๑ ผู้ที่มีกิเลสหนาปัญญาหยาบหาอุปนิสัยไม่ได้เลย ไม่สามารถจะบรรลุธรรมพิเศษได้ เปรียบเหมือนดอกบัวที่จมอยู่ใต้น้ำ และเป็นภักษาของเต่าปลา
(อ้างอิงที่มา หนังสือ “บัว ราชินีแห่งไม้น้ำ โดยคุณหญิงคณิตา เลขะกุล)


>>>>  บัวสี่เหล่า  <<<<
อันว่าบัว ทั่วไป ให้เหมือนคน
มีปะปน คนไป ในสี่เหล่า
จมใต้น้ำ ตามจิต คิดโง่เขลา
คงต้องเศร้า เหงาใจ ไปอีกนาน

บัวในน้ำ ดำดิ่ง นิ่งไม่ได้
ไม่สุขใจ ได้อยู่ อีกช้านาน
บัวพื้นน้ำ ยามนี้ ดีก่อสาน
ไม่ช้านาน สานก่อ ต่อเรื่องดี

บัวพ้นน้ำ ทำดี มีมากมาย
ย่อมสบาย กายใจ ให้สุขี
บัวสูงส่ง ตรงธรรม นำความดี
ย่อมจะดี มีพ้น ล้นทางธรรม

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

อ่านเรื่อง บัวอุบล => BUA UBON 

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

๑๕ สิงหาคม : หลวงพ่อจรัญ

เนื่องจากวันนี้ (๑๕ สิงหาคม ) เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ที่กระผมได้ระลึกถึงมาประมาณหลายปีที่ผ่านมา (เดี๋ยวในท้ายบทความจะเฉลยว่าเป็นวันอะไรนะครับ)

เกี่ยวกับ “หลวงพ่อจรัญ” ผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะเคยได้ยินและรับทราบถึงหลวงพ่อจรัญเป็นอย่างดี สำหรับผมเองไม่เคยเจอกับท่านหลวงพ่อจรัญ แต่ได้มีโอกาสอ่านหนังสือของท่าน

เมื่อหลายปีก่อนประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ คุณพ่อของผมท่านป่วย (อาจจะตามอายุสังขารของท่าน เนื่องจากท่านอายุมากกว่า ๘๐ ปี) และท่านก็จะบอกให้พาท่านไปหาคุณหมอท่านหนึ่งที่อุบลราชธานี  (คือท่านคุณหมอประวิทย์ โภคสวัสดิ์ : ชยางกูลคลินิก) และคุณพ่อของผมก็รู้สึกว่าจะมีความกลัวใน “ความตาย” ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี  ก็เลยนำหนังสือธรรมะของหลวงพ่อจรัญ เช่น  กรรมกำหนด และอื่นๆ อีกประมาณ ๒ ๓ เล่ม วางไว้ที่บ้านของคุณพ่อ (ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) น่าจะประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๕๔ (วางทิ้งไว้เฉยๆ โดยที่ไม่ได้บอกให้คุณพ่ออ่าน) ปรากฏว่าเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ผมกลับไปที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ในงานประจำปี คือ บุญบั้งไฟ  คุณพ่อของผมก็มานั่งคุยกับผมที่บริเวณหน้าบ้าน

แล้วประโยคหนึ่งที่คุณพ่อพูดขึ้นมาคือว่า “คนเราก็แค่นี้ ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้” แล้วคุณพ่อก็หยิบหนังสือธรรมะของหลวงพ่อจรัญขึ้นให้ดู (ผมคิดในใจตอนนั้นว่า "แสดงว่าคุณพ่อของผมได้อ่านหนังสือที่ผมวางทิ้งไว้อย่างแน่นอน" ซึ่งท่านได้กล่าวต่อไปว่า "หนังสือเหล่านี้จริงๆ ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อตัวของพ่อ"

แล้วคุณพ่อของผมก็กล่าวต่อไปว่า “หากตายก็ขอเพียงแต่นอนหลับ แล้วก็ไปเลยก็พอ” นี้แหละครับ เป็นสิ่งที่ผมเองก็ดีใจอย่างยิ่งในคำพูดดังกล่าวของคุณพ่อ เพราะทำให้ชีวิตของท่านไม่ต้องเป็นทุกข์เป็นห่วงในตัวร่างกายในชีวิตว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเกิดมาก็ต้องเจ็บ ต้องป่วย ต้องแก่ และต้องตายกันทุกคน  

ด้วยเหตุดังกล่าว จึงทำให้ผมได้มั่นใจและแน่ใจว่า “หนังสือธรรมะของหลวงพ่อจรัญ” ได้ช่วยให้คุณพ่อของผมได้พบกับทางแสงสว่างในธรรมะ  (และในปีถัดมา พ.ศ.๒๕๕๕ เดือนเมษายน คุณพ่อผมก็ได้ถวายพระประธาน ให้กับวัดต่างๆ ในอำเภอสุวรรณภูมิ เป็นจำนวน ๔ วัด รวมจำนวนทั้งหมดที่คุณพ่อได้ถวายวัดต่างๆ ไปแล้วเป็นจำนวน ๙ วัด)

ครับ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของ “หนังสือธรรมะหลวงพ่อจรัญกับคุณพ่อของผม”  ด้วยเหตุดังกล่าว ผมจึงได้กำหนดให้มีการทำบุญพิธีเบิกเนตร“พระพุทธปทุมมุกดานพรัตน์” ณ ภูผาเจีย วิทยาเขตมุกดาหาร (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน โดยกำหนดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ 

ทั้งนี้ วันที่ ๑๕ สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน “หลวงพ่อจรัญ” ผมคิดว่าในวันดีๆ ดังกล่าว หากเป็นไปได้ก็อาจจเริ่มต้นจากการหาอ่านหนังสือธรรมะของหลวงพ่อจรัญ แล้วคอยพิจารณาลองปฏิบัติดูนะครับ อาจจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีเหมือนกับ “คุณพ่ออ้วน ศรีวิรัตน์” ผู้ไม่กลัวความตายแล้วในตอนนี้ 

อจต.
๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖

 ดูชมตัวอย่างหนังสือธรรมะของหลวงพ่อจรัญ