Nuffnang Ads

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระวรธรรมคติสมเด็จพระสังฆราช ประทานแด่ หลวงพ่อจรัญ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระวรธรรมคติสมเด็จพระสังฆราช ประทานแด่ หลวงพ่อจรัญ"

พระวรธรรมคติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานแด่ พระราชสุทธิญาณมงคล (หลวงพ่อจรัญ) เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี และคณะวัดอัมพวันในโอกาสเข้าเฝ้า ณ สว.ธรรมนิเวศ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๒ (ที่มา พระวรธรรมคติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช) โดยพระวรธรรมคติที่สำคัญบางส่วนเป็นดังนี้ 

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” คือ ม้าดีมีกำลังจริงย่อมมีฝีเท้าวิ่งได้ดีในระยะทางไกล คนดีย่อมดีทุกเวลา ไม่ว่าต่อหน้าคนหรือลับหลังคน คนดีย่อมเป็นคนดี คนดีไม่ใช่จะดีแต่ต่อหน้าคน ลับหลังคนแล้วไม่ดี คนที่ทำดีแต่เมื่อมีคนเห็น คนไม่เห็นทำชั่ว ไม่ทำดี นอกจากจะไม่ใช่คนดีแล้ว ยังถือว่าเป็นคนไม่ดีก็ไม่ผิด เป็นคนหลอกลวงให้เกิดความหลงผิดและการทำให้หลงผิดนั้นเป็นธรรมดาจะให้หลงทำความชั่ว ความไม่ดี และความชั่วนั้นสมเด็จพระบรมครูของพวกเราทรงชี้ให้เห็นว่า “ความชั่วย่อมเผาผลาญในภายหลังแน่นอน

กาลเวลาได้พิสูจน์หลวงพ่อจรัญของพวกท่านแล้ว จงภูมิใจในความมีบุญของพวกท่าน

(รูปภาพข้างต้น เมื่อครั้ง พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวัน ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงเจริญพระชันษา ๙๐ ปี ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์)

จะเห็นว่าพระวรธรรมคติของสมเด็จพระสังฆราชฯ ข้างต้นนั้น เป็นคติธรรมคำสอนที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งเกี่ยวกับ "การทำความดี" ที่พุทธศาสนิกชนคนไทยควรจะต้องน้อมนำทำให้ได้เพื่อจะได้แต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งแน่นอนว่าหากว่าเราทำดีบ่อยไปนานๆ ย่อมจะเหมือนที่ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาดังต่อไปนี้

ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน
ทำดีต้องอดทน  อย่าไปสนคนว่าเรา

เริ่มต้นจากคิดดี  ทำทันทีดีกว่าเก่า
สิ่งชั่วไม่มัวเมา  เรื่องที่เศร้าลืมทิ้งไป

ทำดีทั้งต่อหน้า  หากลับหน้าอย่าลืมไป
ดีนั้นเริ่มที่ใจ  ยิ้มเข้าไว้ใจสั่งการ

ทำดีทุกเวลา  กาลเวลายิ่งเนิ่นนาน
ดีนั้นมหาศาล  บุญประสานทุกงานไป

เริ่มต้นในวันนี้  คิดทำดีขึ้นทันใด
ดีนั้นอยู่ที่ใจ  เป็นบุญใหญ่ตลอดกาล

ทำดีไม่มีทุกข์  มีความสุขจิตเบิกบาน
ทำดีให้นานนาน  สุขสำราญนานแน่เอย

ปภาวีร์ 
๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สมเด็จพระสังฆราช และ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล : กัลยาณมิตรด้วยความเมตตา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สมเด็จพระสังฆราช และ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล : กัลยาณมิตรด้วยความเมตตา" เชื่อว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยคงจะเคยได้เห็นภาพนี้ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นการแสดงถึงความมีกัลยาณมิตรด้วยความเมตตาซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ และ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล (วัดสระประสานสุข อุบลราชธานี https://www.facebook.com/LuangPuBoonmee)


ซึ่งรูปภาพข้างต้นเมื่อครั้งพิธีพุทธาภิเษกเสร็จสิ้น หลวงปู่บุญมีได้ลุกจากอาสนะสงฆ์ที่นั่งอยู่ แล้วเดินตรงเข้ามาหา ยืนต่อเบื้องพระพักตร์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ โดยมิได้ทรุดกายลงกราบ พร้อมกับเอาผ้าขนหนูผืนน้อยที่ไว้สำหรับเช็ดหน้าเช็ดปากลูบ ไล้เช็ดตามพระวรกาย ตั้งแต่พระเศียร (หัว) พระพักตร์ (หน้า) วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เสร็จแล้วลงมาที่พระพาหา (ไหล่) พระกร (แขน) และพระอุระ (หน้าอก) อย่างที่ไม่มีใครนึกฝันหรือคาดคิดมาก่อน สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้บังเกิดขึ้นแก่ศิษย์อุปัฏฐากของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ และทุกๆ คนที่ไม่ทราบความนัยเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อเห็นทุกๆ คน (ยกเว้นแต่องค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ) บังเกิดความสงสัยแปลกใจอย่างเต็มที่ ศิษย์ติดตามหลวงปู่บุญมีจึงกราบทูลชี้แจงในอริยาการดังนั้นมาทีเดียวว่า "หลวงปู่กำลังทำพิธีต่อพระชนมายุถวายแด่ฝ่าพระบาทอยู่ขอรับกระหม่อม"

เมื่อถึงที่สุดแห่งการพิธี หลวงปู่บุญมีได้ก้มลงกราบที่่พระอุระ (หน้าอก) โดยมิได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ขณะที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ เองก็มิได้ออกพระวาจา หรือแสดงอาการหลบเลี่ยงอย่างไม่สบพระทัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น จากนั้นหลวงปู่บุญมีก็ได้กุมพระหัตถ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ขึ้นอธิษฐานเหมือนหนึ่งจะถวายพระพรให้ทรงพระเจริญด้วยพระชนมายุยิ่งยืนนานกว่า ๑๐๐ พระวัสสา ค้ำชูบูชาคุณบวรพระพุทธศาสนาให้สถาพรสืบต่อไปตราบชั่วจิรกาลเป็นปัจฉิมวาระ 
(ดูเพิ่มเติมที่มาอ้างอิงได้ที่ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกลอน ๘ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดชี้แนะแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไปดังนี้

ก้มกราบสมเด็จพระสังฆราช
ได้บุญมากชาตินี้ดีนักหนา
สักการะน้อมเกล้าไหว้วันทา
เป็นบุญญาค่ายิ่งจริงอย่างเห็น


จิตงดงามตามธรรมนำชีวี
บุญมากมีดีคิดจิตบำเพ็ญ
ร่วมสานธรรมทำดีมิว่างเว้น
ไม่ยากเย็นเข็ญใจได้ร่วมธรรม


ทุกชีวิตจิตผูกต่างเกี่ยวข้อง
ต่างเกี่ยวดองต้องจิตมิตรน้อมนำ
บุญเกื้อหนุนคุณค่าพาหาธรรม
เป็นประจำทำดีบุญมีเอย


จะเห็นว่าความมีกัลยาณมิตรด้วยความเมตตาซึ่งกันและกันระหว่างสมเด็จพระสังฆราชฯ และ หลวงปู่บุญมี โชติปาโล ตามข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง เพราะ "เมตตา" เป็นข้อแรกที่สำคัญของพรหมวิหาร ๔  ที่เราพุทธศาสนิกชนคนไทยจะต้องมีให้กันมากๆ ดังนั้น เมื่อเราทุกคนเป็นกัลยาณมิตรกันแล้วต้องมอบเมตตาและมีเมตตาให้กันและกันมากๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป ดังนี้ 
กัลยาณมิตร  เมตตาจิตคิดเรื่องดี
เมตตาให้มากมี  ส่งผลดีมีต่อกัน 

ข้อแรกพรหมวิหาร  จิตประสานส่งให้กัน
เมตตาที่สร้างสรรค์  จะสุขสันต์ปันส่งบุญ

เมตตาค้ำจุนโลก ไม่ทุกข์โศกมีเกื้อกูล
เมตตาย่อมเป็นคุณ  ได้เจือจุนบุญต่อไป

เริ่มต้นจิตเมตตา  ธรรมนำพามาสู่ใจ
ค่อยทำทุกวันไป  จะสุขใจทุกเช้าเย็น

เมตตากันทุกคน  เกิดเป็นคนจิตบำเพ็ญ
เมตตาไม่ยากเย็น  จิตต้องเห็นธรรมเข้ามา

แค่ยิ้มเริ่มต้นได้  ยิ้มจากใจได้เมตตา
ลองทำทุกเวลา  เกิดคุณค่าในจิตใจ

เมตตาน้อมดวงจิต  เนรมิตขึ้นทันใด
เมตตานั้นยิ่งใหญ่  ต้องทำไว้ได้บุญเอย

ปภาวีร์ 
๑๙​ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่า เมื่อพระพุทธเจ้าเทศน์ให้เทวดา นางฟ้า พรหม ฟัง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำเล่า เมื่อพระพุทธเจ้าเทศน์ให้เทวดา นางฟ้า พรหม ฟัง" ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เล่าว่า "พระพุทธเจ้าเทศน์ให้เทวดา นางฟัง พรหม ฟัง" ดังนั้น ท่านที่เป็นเทวดา นางฟ้า และพรหม ทั้งหลาย ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้

“...ท่านทั้งหลายจงอย่าเมาในความเป็นทิพย์ ในฐานะที่เป็นเทวดาบ้าง นางฟ้าบ้าง เป็นพรหมบ้าง การเป็นเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี พรหมก็ดี ไม่ใช่จะอยู่ที่นี่ตลอดกาลตลอดสมัย สักวันหนึ่งข้างหน้าในเวลาไม่ช้านัก ก็จะต้องจุติ ถ้าทุกคน ทุกท่าน หรือหลายท่าน เมาในความเป็นทิพย์ ไม่สร้างความดีต่อ....”

ตามที่ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้กล่าวไว้ข้างต้นเป็นคติธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้เทศน์ให้เหล่าเทวดา นางฟ้า และพรหมได้ฟัง นั้น เป็นเรื่องที่เราพุทธศาสนิกชนคนไทยจะต้องพิจารณาให้ดีว่า ความเป็นทิพย์นั้น ก็ยังไม่แน่นอน ตราบใดที่ไม่สร้างความดีต่อ  ดังนั้น ในเมื่อเราเป็นมนุษย์อยู่ในขณะนี้ยังมีลมหายใจอยู่ คงจะต้องพิจารณาทำความดีให้มากๆ ตามกำลังของตน ตามวิสัยของตน ตามขอบเขตของตนด้วยความพอดีที่มีอยู่ และที่สำคัญคือ ควรจะต้องเพิ่มกำลังศรัทธาให้มากยิ่งๆ ขึ้นในการทำความดี แล้วจะดีในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี  ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตาพิจารณาอ่านและชี้แนะเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นดังต่อไปนี้

เรื่องราวหลวงพ่อเล่า  จงอย่าเมาความเป็นทิพย์
พิจารณาด้วยดวงจิต  คิดสักนิดไม่ตรอมตรม

ทุกอย่างมีที่มา  เทวดานางฟ้าหรือพรหม
ชีวิตอภิรมย์  ไม่เป็นพรหมนิรันดร์กาล

เมาในความเป็นทิพย์  เพราะไม่คิดดีต่อสาน
ทำดีให้นานนาน  ตลอดกาลยิ่งจะดี

ไม่สร้างความดีต่อ  อาจจะพอในชีวี
เวียนว่ายตายเกิดมี  ขออีกทีเกิดเป็นคน

วนเวียนเปลี่ยนเกิดดับ  ไปลาลับกันทุกคน
เมาทิพย์ทุกข์กมล  กลับเวียนวนทนต่อไป

หนทางที่หลุดพ้น  หมั่นอดทนสนจิตใจ
พอแล้วปลงลงได้  จิตขอไปในนิพพาน

ทุกสิ่งอยู่ที่จิต  ทำดีคิดจิตประสาน
ฝึกจิตให้เบิกบาน จิตนิ่งนานผ่านภพดี 

ตัดห่วงให้สิ้นสูญ  อย่าอาดูรในฤดี
พอแล้วในชาตินี้  ขอลาทีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ปฏิบัติกรรมฐาน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ปฏิบัติกรรมฐาน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสั้นๆ ได้ใจความอย่างดียิ่งเกี่ยวกับเรื่องปฏิบัติกรรมฐาน "ไตรสิกขา" ทรงคุณค่าประมาณค่ามิได้ ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้

ปฏิบัติกรรมฐาน 
ไตรสิกขา ๓ ศีล สมาธิ ปัญญา
“ม้าแหกคอก ช้างปลอกแตก” ดีไม่ได้แน่นอน

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นสั้นๆ แต่หากลองพิจารณาด้วยสติอย่างรอบคอบแล้ว เชื่อว่าเราทุกคนจะไม่เป็น "ม้าแหกคอก ช้างปลอกแตก" อย่างแน่นอน  ซึ่งหากว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกเพศทุกวัยต่างปฏิบัติกรรมฐานกันอย่างถ้วนหน้ากันแล้ว ย่อมจะเกิดผลดีต่อทุกฝ่ายเป็นแน่แท้อย่างยิ่ง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นดังต่อไปนี้

สิ่งดีเป็นสมบัติ  ปฏิบัติกรรมฐาน
ทำแล้วจิตเบิกบาน  ธรรมประสานสู่จิตใจ

ตั้งมั่นไตรสิกขา  สิ่งมีค่าที่ยิ่งใหญ่
ขยันตั้งใจไว้  จะสุขใจอย่างแน่นอน

หากเป็นช้างแตกปลอก  ม้าแหกคอกพึงสังวรณ์
ทุกอย่างไม่กลับย้อน  อย่าตัดรอนในตอนนี้

มีศีลสมาธิ  มีสติเป็นเรื่องดี
ปัญญาเกิดมากมี  นำชีวีพ้นจากภัย

ทุกสิ่งอยู่จิตเรา หากจิตเศร้าไปกันใหญ่
กรรมฐานเข้าไว้  รับรองได้ไปทางดี

ชีวิตไม่ยาวนัก  ต้องรู้จักธรรมให้ดี
ไตรสิกขาสิ่งดี  ทำวันนี้ดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธบุษยรัตนมงคล ณ วัดหลวง (อุบลราชธานี)"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธบุษยรัตนมงคล ณ วัดหลวง (อุบลราชธานี)"

ความเป็นมาของการสร้างพระพุทธบุษยรัตนมงคล

    เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๓๓๕ เดือน ๘ แรม ๑๓ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๕๔ ปีชวด จัตวาศก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเมืองอุบลขึ้นเป็นเมืองประเทศราช แต่งตั้งให้พระปทุมราชวงศาเป็นพระปทุมวรราชสุริยวงศ์   (คำผง) เจ้าครองเมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช เจ้าเมืองคนแรกของอุบลราชธานี พร้อมพระราชทานพระสุพรรณบัตร และเครื่องยศเจ้าเมืองประเทศราช และทำพิธีสบถสาบานถือน้ำพิพัฒน์สัตยาถือได้ว่าอุบลราชธานี ได้ถูกสถาปนาตั้งแต่บัดนั้น
    โดยเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ คณะผู้ก่อการดี ๓ คน คือ คุณมีชัย แต้สุจริยา (บ้านคำปุน) คุณขยันวิทย์ ศรีสกุลวรรณ (ร้านอินโดจีน) และ คุณมณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ ได้ร่วมกันปรึกษาว่าน่าจะมีพระพุทธรูปไว้ที่วัดหลวง (วัดหลวงเป็นวัดแรกของอุบลราชธานีที่ถูกก่อสร้างและสำเร็จขึ้นโดย     พระปทุมวรราชสุริยวงษ์  (เจ้าคำผง) ในปีกุน พุทธศักราช ๒๓๓๔)   ทั้งนี้ได้ตั้งชื่อว่า "พระพุทธบุษยรัตนมงคล" มีแนวคิดจะใช้ต้นแบบจากพระแก้วที่ประดิษฐาน ณ วัดหลวง อุบลราชธานี โดยให้มีขนาดเล็กกว่าหนึ่งองคุลี เนื้อองค์พระเป็นหินเขี้ยวหนุมาน (Rock Crystal) ซึ่งองค์พระและเครื่องทรงทองคำ คุณมีชัย แต้สุจริยา (บ้านคำปุน) เป็นผู้รับผิดชอบออกแบบและตรวจสอบ ส่วนฐานองค์พระทำจากหินแม่น้ำโขงที่มีสีเขียวเข้ม โดยมี     คุณขยันวิทย์ ศรีสกุลวรรณ (ร้านอินโดจีน) ผู้รับผิดชอบออกแบบและตรวจสอบ สำหรับงบประมาณในดำเนินการสร้างรวมทั้งสิ้น ๑๗๕,๐๐๐ บาท คุณมณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ เป็นผู้รับผิดชอบจัดหางบประมาณดังกล่าว

ความหมายของ “พระพุทธบุษยรัตนมงคล” หมายถึง พระพุทธรูปชาวอุบลราชธานีเคารพบูชาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป (โดยที่ บุษย = แก้วสีขาว ; บัว – เมืองอุบลราชธานี, รัตน = พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์,  มงคล = ความเจริญรุ่งเรือง)









เครื่องทรงประดับเป็นทองคำ ที่เหนือพระเกศ  และสร้อยสังวาลย์ โดยมีพลอยสีม่วง ๒​ เม็ด 





โดยเมื่อตอนเช้าของวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ท่านเจ้าอาวาสวัดหลวงได้เห็นชอบให้มีพิธีสมโภช "พระพุทธบุษยรัตนมงคล" ในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘







ท่านเจ้าอาวาสวัดหลวง (พระครูวิลาสกิจจาทร) 
กับ พระพุทธบุษยรัตนมงคล

บุษยรัตนมงคล  
เมืองอุบลวัดหลวงสร้างถวาย
น้อมก้มกราบทุกท่านทั้งหญิงชาย 
จิตและกายร่วมบุญหนุนบูชา

เคารพพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ 
จิตดำรงคงมั่นหมั่นวันทา
ขอรุ่งเรืองเลื่องลือในบุญญา  
พระล้ำค่าพาธรรมนำสู่ใจ

แก้วใสขาวพราวพริ้งจริงอย่างเห็น  
จิตบำเพ็ญเป็นอยู่รู้ภายใน
ชื่อวัดหลวงหวงแหนแทนดวงใจ  
เชิญกราบไหว้พระงามตามนี้เอย


คาถาบูชา "พระพุทธบุษยรัตนมงคล" วัดหลวง อุบลราชธานี

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ) 

นะโม พุทธายะ  
(พระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์) 
พระพุทธะ บุษยะ รัตนะ มงคล 
(พระพุทธบุษยะรัตนมงคล) 
พุทธะบูชา ธรรมะบูชา สังฆะบูชา 
(บูชาพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์)
เตโสตตะมานุภาเวนะ 
(ด้วยอานุภาพนั้น) 
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา 
(อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น)

ดูข้อมูล Facebook  :  พระพุทธบุษยรัตนมงคล
ข้อมูลเกี่ยวกับ วัดหลวง เจ้าคำผง

ปภาวีร์
๑๖​ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทำบุญอย่าเกินตัว"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทำบุญอย่าเกินตัว"  แน่นอนว่าเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ย่อมเป็นบุญของเรา และเมื่อเราเป็นมนุษย์แล้วก็ย่อมจะต้องทำบุญต่อไป  ซึ่งคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญ ท่านได้เมตตาว่า "ทำบุญอย่าเกินตัว"​ จึงขอเชิญชวนทุกท่านลองรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้




“ทำบุญบาทหนึ่ง แม้จกตั้งนาน เราก็เอาผ้ารับไว้ จนเมื่อยมือ ไม่ถวายซะที แม้อธิษฐาน ห่อเบ้อเร่อเลย เรานึกว่านี่ต้องเป็นพัน ถวาย      เราไปคลี่ดู ปัดโธ่ ตังค์ปลีกสิบบาท ค้าเกินกำไร เอาเกินกำไร เกินตัว
เหมือนอย่างพระให้พรเกิดโควตา โยมค้ากำไรเกินควร แบบเดียวกัน เลยไม่ได้อะไรเลย อย่างนี้ใช้ไม่ได้หรอกนะ ไม่ต้องการตังค์ทำบุญอย่างนี้ ต้องการเอาจิตใจเป็นมหากุศลอย่างนี้ เป็นต้น 


เชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้รับฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นแล้ว คงจะได้พิจารณาในเรื่องการ "ทำบุญ"​ โดยเฉพาะการที่ทำบุญที่จะต้องเอาจิตใจเป็นมหากุศลตามข้างต้นทุกครั้ง 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้

เมื่อทำบุญหนึ่งบาท  ต้องการมากย่อมไม่ดี
ทำบุญให้มากมี  ต้องมีดีที่จิตใจ

ทำบุญที่เกินควร ไม่สมควรน่าเสียใจ
ทำน้อยหรือมากไป  ต้องถามใจของเราดู

ทำบุญอย่าคิดมาก ต้องการมากน่าอดสู
ทำน้อยน่าหดหู่  ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง

ให้พรเกินโควตา  บุญไม่มาหากลองเพ่ง
ทำน้อยมัวแต่เล็ง  คิดว่าเก่งหลอกหลวงพ่อ

ทำบุญเกินโควตา เสียเวลาเพราะไม่พอ
ทำบุญไม่ต้องรอ  จิตจดจ่อบุญทันที

ทำบุญจิตกุศล  ไม่หมองหม่นสนเรื่องดี
ทำบุญกันวันนี้  ส่งผลดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 

๑๕​ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ บุญ คือ ความสบายใจ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ บุญ คือ ความสบายใจ" เชื่อว่าในชีวิตของคนเราทุกท่านจะต้องมีความรู้สึกว่า "สบายใจ" แน่นอนว่า "ความสบายใจ" ดังกล่าวเป็นความรู้สึกที่อาจจะไม่สามารถบรรยายได้ เพราะความสบายใจของแต่ละท่านย่อมอาจจะไม่เหมือนกัน  อย่างไรก็ตาม คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดู่เกี่ยวกับเรื่องของ "บุญ คือ ความสบายใจ"​ เป็นคติธรรมคำสอนสั้นๆ ที่ทุกท่านจะต้องพิจารณาว่า ท่านสบายใจหรือไม่อย่างไร 

“บุญ คือ ความสบายใจ
 ก่อนทำก็สบายใจ
 ขณะทำก็สบายใจ
 หลังทำก็สบายใจ
นึกถึงทีไรก็สบายใจ”
         
เรื่องของ "บุญ"​เป็นเรื่องของความสบายใจตามที่ท่านหลวงปู่ดู่ ได้เมตตาตามข้างต้น ดังนั้น ขอให้ทุกท่านนึกถึงที่ไรก็สบายใจเมื่อนั้นก็แล้วกัน แต่จะเป็นบุญในเรื่องใดนั้นก็คงจะเป็นเรื่องเฉพาะแต่ละท่าน  อย่างไรก็ดี หากว่า เมื่อไรที่จิตของเรานึกถึงเรื่องอะไรแล้วเราสบายใจในเรื่องดังกล่าวก็น่าจะดี ย่อมจะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขอย่างยิ่ง    จริงหรือไม่นั้น คงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องค้นหาให้พบด้วยตัวของเราเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไปนี้

เรื่องบุญคืออะไร  ต้องเข้าใจให้ดีๆ 
บุญนั้นเป็นเรื่องดี  บุญมากมีดีต่อตน

เรื่องความสบายใจ  อยู่ภายในของกมล
บุญบาปมีทุกคน  บุญกุศลสนให้ดี

ก่อนทำสบายใจ  ทำทันใดในทันที
ขณะทำยิ่งดี  สุขฤดีหลังได้ทำ

นึกถึงขึ้นทีไร  สุขฤทัยเป็นประจำ
ธรรมะจิตน้อมนำ  ลงมือทำนำได้บุญ

สบายใจในจิต  วันละนิดจิตคอยหนุน
ธรรมะล้วนเป็นคุณ  จะเป็นทุนหนุนต่อไป

ทำบุญในชาตินี้  ส่งผลดีภพชาติใหม่
มากน้อยอยู่ที่ใจ  ลองถามใจให้ดีเอย

ปภาวีร์ 
๑​๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘