Nuffnang Ads

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตามหาบัว กับ ในหลวง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตามหาบัว กับ ในหลวง"  
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกราบนมัสการ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ณ สวนแสงธรรม ถนนพุทธมณฑลสาย ๓ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ๒๓ เมษายน ๒๕๔๑ เวลา ๑๙.๔๕ น.
ที่มาของภาพ https://www.youtube.com/watch?v=mqkAv9Y9_wE 


พอพระองค์ท่านกราบหลวงตาเสร็จ  
ท่านก็ถวายคำถามแรก (พระเจ้าอยู่หัวฯ เรียกหลวงตาว่า หลวงปู่”)
 “หลวงปู่... สาวกภูมิกับพุทธภูมิต่างกันอย่างไร” 
หลวงตาตอบว่า ... พุทธภูมิ ก็เหมือนดั่งเรานั่งรถไฟ นั่งรถไฟไปเชียงใหม่หรือนั่งรถไฟไปอุดรนั่นแหละพุทธภูมิ แต่ถ้าเรานั่งจักรยานมาหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ ขี่มอเตอร์ไซค์ไปนั่นแหละ... สาวกภูมิ เพราะฉะนั้นการเป็นพุทธภูมิก็คือการนำคนไปได้เยอะๆ ส่วนสาวกภูมินั้นนำไปได้น้อยๆ ไม่ได้มากนัก อย่างเก่งก็ คน หรือ 3-4 คน ก็ว่ากันไป นั่นคือสาวกภูมิ เข้าใจไหมล่ะพ่อหลวง

พระเจ้าอยู่หัวฯ ตอบหลวงตาว่า “เข้าใจแล้วหลวงปู่ แล้วนิพพานเป็นอย่างไรนะหลวงปู่ 

หลวงตาตอบ : “อ้อ พ่อหลวงเหมือนพ่อหลวงมาวัดป่าบ้านตาดนี่แหละ รู้ไหมว่าวัดป่าบ้านตาดอยู่ตรงไหน อยู่บนกุฏินี่เหรอ วัดป่าบ้านตาดอยู่ไหนล่ะ แต่พอพระมหากษัตริย์มาถึงนี่แล้ว บริเวณนี้ทั้งหมดคือวัดป่าบ้านตาดนี้แหละ แต่จะชี้ลงไปว่าที่กุฏิอาตมาก็ไม่ใช่ ที่กุฏิพระก็ไม่ใช่ ที่ศาลาก็ไม่ใช่ ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เมื่อรวมกันทั้งหมดในกำแพงวัดนี้นี่แหละคือวัดป่าบ้านตาด นี่แหละพระนิพพานก็มีความหมายแบบเดียวกัน

พระเจ้าอยู่หัวฯ ได้กราบลาว่า เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว จะกลับแล้ว ท่านหลวงปู่มีอะไรจะบอกไหม 


หลวงตาท่านได้เทศน์สั้นๆ ว่า การเป็นพุทธภูมิ สร้างบารมีเพื่อความเป็นพุทธะ พอจบพุทธภูมิได้ก็เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าก็มีพุทธกิจ คือ ตอนเช้าบิณฑบาต ตอนบ่ายสอนคหบดีมนุษย์ทั่วไปตกเย็นสอนนักบวช สมณะชีพราหมณ์ ตอนกลางคืนแก้ปัญหาเทวดา พอมาตอนเช้ามืดเล็งญาณดูสัตว์โลก สัตว์โลกตัวไหนมีกิเลสเบาบางพอที่จะบรรลุธรรมได้ ท่านก็จะเล็งญาณดูรีบไปโปรดก่อน พระพุทธเจ้าสร้างบารมีพุทธภูมิจนได้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านก็มีพระพุทธกิจ อย่างนี้ แต่... ไม่รู้ว่าพ่อหลวงแม่หลวงของประเทศไทยปรารถนาอะไร ทำงานกันจนไม่มีเวลาจะพักผ่อน... เอาล่ะๆ... อาตมาจะให้พร 

เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงงานหนักเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ท่านหลวงตามหาบัวได้เทศน์ไว้ข้างต้น  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

นิพพานงานยิ่งใหญ่  ธรรมมากไว้ในทุกวัน
พุทธภูมิที่ไหน  เป็นอย่างไรให้รู้ดี

ตั้งใจไปนิพพาน  ธรรมประสานให้มากมี
เกิดดับวินาที ไปทันทีดีนิรันดร์

ธรรมะจะพาดี  นำชีวีดีสุขสันต์
ตั้งใจพร้อมตั้งมั่น  จิตต้องหมั่นขยันหา

วนเวียนเปลี่ยนหมุนผ่าน  มาแสนนานกาลเวลา
นิพพานไม่กลับมา  หยุดเวียนมาพาสิ้นลง

ตั้งจิตชิดในธรรม  เป็นประจำนำมั่นคง
ปรารถนาตามประสงค์  จิตวางปลงตรงนิพพาน

ทุกคนจะไปถึง  ธรรมที่พึ่งจึงเชี่ยวชาญ
หมั่นเพียรไม่ช้านาน  สุขสำราญกาลนี้เอย

ปภาวีร์ 
๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวงกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวงกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นเรื่องที่หลายท่านคงจะเคยได้ยิน  ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้

(๑) https://www.youtube.com/watch?v=go0pRPxE6sk
(๒) https://www.youtube.com/watch?v=HOIi_P2rDaw



“ผู้ฝึกจิต ถ้าทำจิตให้มีอารมณ์หลายอย่าง ก็จะสงบไม่ได้ และไม่เห็นสภาพของจิต ตามเป็นจริง ถ้าทำให้จิตดิ่งแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียวแล้ว จิตก็มีกำลังเบ่งรัศมี แห่งความสว่างออกมาเต็มที่ มองสภาพของจิตตามเป็นจริงได้ ว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นกิเลส อะไรเป็นของควรละ ” 
(ที่มา http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp_thes/lp-thes_02.htm)

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่เทสก์ข้างต้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ "จิต"  ดังนั้น เราจะต้องดูจิต ทำจิตให้ดี รู้จิตให้ดี แล้วจะดีในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

จะต้องรักษาจิต  ต้องฝึกจิตคิดเรื่องดี
อารมณ์คู่ชีวี  ดูให้ดีมีในธรรม

ยิ่งอารมณ์หลายอย่าง  ไม่มีทางสร้างสุขล้ำ
ดูจิตให้ประจำ   ทุกเช้าค่ำย้ำให้ดี

ไม่ให้จิตอาวรณ์  มีทุกตอนก่อนยิ่งดี
จิตตกย่อมไม่ดี  ทุกข์ฤดีมีระทม

ให้จิตดิ่งแน่วแน่  เห็นจริงแท้ที่เหมาะสม
จิตนิ่งน่าชื่นชม  ไม่ตรอมตรมอย่างแน่นอน

จิตจะมีกำลัง  มีพลังสั่งได้พร
ฝึกจิตไม่อาวรณ์  ยืนนั่งนอนสอนทุกครา

จิตสว่างรัศมี  บารมีดีนำพา
สงบจิตมีค่า  ต้องค้นหาจิตตนเอย
ปภาวีร์ 
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวงกับหลวงปู่ขาว อนาลโย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวงกับหลวงปู่ขาว อนาลโย" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ขาว อนาลโย พุทธศาสนิกคนไทยทุกท่านจะต้องเคยได้รับทราบกันเป็นอย่างแน่นอน   ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=M7u1aX_y4N8


"ปล่อยวางคือไม่ยึดไม่ถือ รู้เท่ามัน
เมื่อปล่อยวางแล้วนั่นแหละ จิตมันถึงจะสงบ
จิตมันถึงจะมีความสุข ความสบาย จิตไม่ดิ้นรน
จิตสงบนั่นแหละให้รู้ว่าจิตเราสงบ จิตเราไม่เพลิดเพลินกับอารมณ์
ดีก็ตาม ไม่ดีก็ตาม ไม่เพลิดเพลิน เฉย เป็นกลาง เรียกว่านิโรธะ
ปล่อยวางอันนี้ ความทะเยอทะยานหรือสมุทัย
วางอันนี้ได้ชื่อว่าปล่อยเหตุ วางเหตุแล้วจิตสงบ จิตเป็นกลาง"
ที่มา https://goo.gl/ULoykg

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ขาวข้างต้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ "การปล่อยวาง"  ดังนั้น เราจะต้องพยายามปล่อยวางกันให้ได้ ซึ่งหากว่าเมื่อไหร่ที่สามารถปล่อยวางได้แล้ว ย่อมจะพบความสุขที่แท้จริง 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

ปล่อยวางสร้างความสุข  หนีพ้นทุกข์ทุกสิ่งอย่าง
ตั้งใจให้ปล่อยวาง  ทำจิตว่างทางพ้นภัย

จิตสบายไม่ดิ้นรน  ไม่หมองหม่นจนเสียใจ
ปล่อยวางได้ทันใด  ได้ที่ใจในทันที

จิตไม่เพลิดเพลิน  ธรรมมากเกินยิ่งผลดี
ปล่อยวางเป็นสิ่งดี  ฝึกให้ดีมีทุกคน

จิตเฉยเฉยเป็นกลาง  จิตปล่อยวางสุขกมล
ปล่อยวางได้ไม่สน  จะสุขล้นหยุดวนเวียน

ตั้งจิตนิโรธะ  พร้อมลดละมานะเพียร
ทุกสิ่งย่อมหมุนเปลี่ยน  จิตย้ำเตือนธรรมให้มี

รู้ว่าจิตสงบ   จะได้พบประสบดี
ปล่อยวางสุขฤดี  วางทันทีดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ผู้สันโดษ - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ผู้สันโดษ - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "สันโดษ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=-bTOGdNcEk0



ผู้ที่จะชื่อว่าผู้สันโดษเป็นต้นนั้น ก็จะต้องเป็น ภิกขุ หรือ ภิกษุ คือเป็นผู้ปฏิบัติทำลายกิเลส

โดยประพฤติพรหมจรรย์ สำรวมในกาย ในกามทั้งหลาย กามก็คือ กิเลสกามกิเลสเป็นเหตุใคร่ ได้แก่ราคะ ความติดใจ ยินดี เป็นต้น กับวัตถุกาม พัสดุ เป็นที่ใคร่ปรารถนา ก็ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ คือเรื่องราวที่น่ารักใคร่ปรารถนา พอใจทั้งหลาย

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องอนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปดังนี้

อันว่าผู้สันโดษ  เกิดประโยชน์โทษไม่มี
สำรวมกายให้ดี  จิตใจดีมีเรื่องธรรม

ผู้ทำลายกิเลส  จะวิเศษเดชสูงล้ำ
สันโดษลงมือทำ  เป็นประจำย้้ำที่ใจ

เรื่องกามอันทั้งหลาย  หญิงหรือชายอายเข้าไว้
สันโดษสิ่งยิ่งใหญ่  มีที่ใจให้มากมี

สันโดษได้ทุกคน  ธรรมต้องสนค้นให้ดี
ทำได้สุขฤดี  ส่งผลดีมีเจริญ

หากมีความติดใจ  ทุกข์ฤทัยไม่เพลิดเพลิน
สันโดษต้องขอเชิญ  พร้อมสรรเสริญส่งเสริมใจ

ทำลายกามราคะ  จิตมานะละเข้าไว้
กามสิ้นในทันใด  สู่ภพใหม่ใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดุลย์ อตุโล สักวันได้สงบตามต้องการ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดุลย์ อตุโล สักวันได้สงบตามต้องการ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดุลย์ เป็นสิ่งที่หลายๆ คนหลายท่านได้ทราบกันดีกว่าความสงบเป็นความสุขอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 

“เรียนอะไรก็ให้มันรู้อันนั้น เดี๋ยวก็เก่งเองแหละ ที่ใจไม่สงบ ก็ให้รู้ว่ามันไม่สงบ เพราะอยากสงบมันจึงไม่สงบ ขอให้พยายามภาวนาเรื่อยๆ ไปเถอะ สักวันหนึ่งจะได้สงบตามต้องการ”

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดุลย์ข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านสามารถที่จะทำได้ หากว่ามีความพยายามไปเรื่อยๆ แล้ว ย่อมจะได้พบกับคำว่า "สงบ" อย่างแน่อน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

สงบตามต้องการ  จิตประสานงานเรื่องธรรม
ภาวนาประจำ  จิตน้อมนำทำทุกวัน

เรียนอะไรให้รู้  จิตเฝ้าดูรู้ขยัน
เดี๋ยวเก่งเองสักวัน  ธรรมให้หมั่นมั่นที่ใจ

ต้องอยากให้สงบ  จะประสบพบทันใด
พยายามมากไว้  อยู่ที่ใจให้รู้ดี

สงบพบเรื่องธรรม  สุขมากล้ำนำชีวี
ภาวนามากมี  ส่งผลดีมีที่ตน

ธรรมไปให้เรื่อยเรื่อย  จิตอย่าเฉื่อยและหมองหม่น
ฝึกจิตให้อดทน  ทุกข์หลุดพ้นได้ทันที

ต้องได้ตามต้องการ  จิตเบิกบานสานเรื่องดี
นิพพานได้ชาตินี้  สุขฤดีมีชัยเอย
ปภาวีร์ 
๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทาน..ก็ทำไป, ไม่ทำ...ก็นิ่งเสีย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทาน..ก็ทำไป, ไม่ทำ...ก็นิ่งเสีย" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่า "จะทำทานหรือไม่ก็แล้วแต่ละท่าน " ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกท่าน อย่างไรก็ตาม เมื่อจะให้ทานนั้น จิตใจของเราจะต้องเริ่มที่ข้อที่ ๑ ของ "พรหมวิหาร ๔" คือมีเมตตา แต่จะให้ทานแบบไหนอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องมีสติพิจารณาไตร่ตรองตามแต่ละบุคคลเห็นสมควร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

ให้ทานตามศรัทธา  มีเมตตามาจากใจ
ทานมากน้อยหรือไม่  ถามที่ใจให้รู้ตน

ไม่ทานก็นิ่งเสีย  จิตอย่าเบื่อเพื่อกมล
ทำทานได้ทุกคน  มีมากล้นสนเรื่องทาน

ขอทานคนเหมือนกัน  ยิ่งแบ่งปันสุขสำราญ
ทานมากมหาศาล  บุญก่อการสานต่อไป

เมตตาพามาก่อน   มีทุกตอนพรได้ไป
ให้ทานสิ่งยิ่งใหญ่   ธรรมสู่ใจให้ได้ดี

ทานมากยิ่งได้มาก  ยิ่งสามารถบุญมากมี
ให้ทานในทันที   สุขชีวีดีแน่นอน

ตั้งใจการให้ทาน  จิตเบิกบานสานถาวร
ทานมากยิ่งได้พร  อำนวยพรย้อนกลับเอย

ปภาวีร์ 
๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ไม่ให้สันโดษในกุศลธรรม" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=Ka7tQwACc_A&nohtml5=False

พระพุทธเจ้าตรัสสอนไม่ให้สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย คือในการละความชั่ว กระทำความดี อันต้องอาศัยความเพียร ในเมื่อยังมีความชั่วที่จะต้องละ ยังมีความดีที่จะต้องทำ เพราะฉะนั้น จึงตรัสไม่ให้สันโดษในกุศลธรรมทั้งหลาย รวมความก็คือ เมื่อยังมีเหตุที่จะต้องปฏิบัติ ก็ต้องปฏิบัติในเหตุ ให้ยิ่งๆ ขึ้นไปแต่ว่าในผลที่ได้นั้น ให้มีความสันโดษ และเมื่อมีความสันโดษในผลดั่งนี้ ก็จะทำให้มีความสุข

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนทุกท่านรู้ดีว่า "สันโดษ" คืออะไร สำหรับเรื่องของกุศลธรรมนั้นต้องไม่ต้องสันโดษ ยิ่งปฏิบัตยิ่งทำมากเท่าไร ก็น่าจะเป็นผลดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้กรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

สันโดษอาจพอดี  เท่าที่มีดีแน่นอน
บางครั้งอย่าตัดรอน  มีทุกตอนย้อนกว่าเดิม

กุศลธรรมให้มาก  ไม่ได้ยากหากจะเติม
สันโดษจะต้องเสริม  จะต้องเพิ่มเริ่มทันที

ความดีมีต้องทำ  กุศลธรรมนำชีวี
เรื่องธรรมทำมากมี  ย่อมจะดีมีต่อตน

ต้องอาศัยความเพียร  จิตปรับเปลี่ยนเตือนกมล
กุศลธรรมมากล้น  มีทุกคนพ้นจากภัย

ละชั่วประพฤติดี  ธรรมสิ่งดีที่ยิ่งใหญ่
ทำดีให้มากไว้  ทำเรื่อยไปในทุกวัน

กุศลธรรมหมั่นทำ  จิตจดจำนำสร้างสรรค์
ความชั่วหมดไปพลัน  ดีเท่านั้นที่ทำเอย

ปภาวีร์ 
๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙