Nuffnang Ads

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ถ้าจิตท่านใส"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ถ้าจิตท่านใส" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่าตัวเรานั้น "จิตใส" หรือยัง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 



คติธรรมคำสอนในท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านสามารถที่จะทำได้ (ถ้าใจอยากจะทำ)  ทำจิตให้ใส คำสั้นๆ เกี่ยวกับ "ใส" หากว่าจะเริ่มทำนั้น อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการยิ้มเสียก่อน หลังจากนั้นก็อาจจะลองคิดแต่สิ่งดีๆ มีประโยชน์ที่ทำให้จิตของเรารู้สึกว่าเย็น (ไม่ร้อนรุ่ม)  และหากเป็นดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าใจของท่านจะเริ่มใส และหากว่าทำบ่อยๆ ยิ่งจะใสเหมือนกับกระจกใสตามที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

จิตใจให้ใสใส  สิ่งยิ่งใหญ่ให้ต้องการ
ใสได้ให้นานนาน  ใสทุกงานกาลเวลา

ฝึกจิตให้ใสได้  ไม่ว่าใครในทุกครา
ใสแจ๋วผ่องอุรา  สิ่งมีค่าพาเบิกบาน

เริ่มต้นอาจยิ้มก่อน ยิ้มทุกตอนก่อนเริ่มงาน
ยิ้มแย้มให้เนิ่นนาน  สุขสำราญสานที่ใจ

ฝึกบ่อยค่อยค่อยทำ  ย่อมเห็นธรรมนำสู่ใจ
ฝึกมากจิตย่อมใส   เบิกบานใจในทันที

ใสแล้วมีความสุข  ไร้สิ้นทุกข์สนุกดี
ร้อนรุ่มยิ่งไม่มี  เย็นฤดีมีที่ตน

ก่อเกิดอภัยทาน  มหาศาลอย่างมากล้น
ไร้ทุกข์ที่อับจน  ตายจากคนพ้นทุกข์เอย


ปภาวีร์ 
๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตที่เครียด- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตที่เครียด- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "จิตที่เครียด" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=Tq7t16wSPuM&nohtml5=False



จิตที่เครียดเกินไป ขาดความสุขเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงเป็นจิตที่ไม่ผาสุก รู้สึกหดหู่ เมื่อเป็นดั่งนี้ก็ต้องปฏิบัติทำจิตให้บัน­เทิง โดยที่พิจารณาปฏิบัติ ให้จิตได้ปีติได้สุข แต่ว่าไม่ให้ปีติไม่ให้สุขนั้นมาปรุงจิตให­้เป็นกิเลส เหมือนอย่างที่ปฏิบัติทำให้ร่างกายได้รับค­วามผาสุกจากปัจจัยเครื่องอาศัย จิตก็เช่นเดียวกันต้องอาศัยปัจจัยที่ทำให้­ผาสุกจากสมาธิ เพราะสมาธินั้นทำให้ได้ปีติได้สุข

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้น เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนเพราะความเครียดเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์ ดังนั้น จิตที่เครียดย่อมไม่ดี เราทุกคนคงจะต้องหาหนทางให้จิตไม่เครียดจะเป็นการดีที่สุด

และเป็นธรรมเนียมเช่นเคยที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณากรุณาชี้แนะแนะนำสำหรับการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

จิตที่เครียดเกินไป  ทุกข์ยิ่งใหญ่ใจระทม
หดหู่และตรอมตรม  ยิ่งขื่นขมจมฤดี

จิตใจไม่ผาสุก   ขาดสนุกสุขหลีกหนี
เศร้าโศกทุกข์ฤดี  นำชีวีดีไม่ได้

ทำใจจิตบันเทิง   จิตร่าเริงมากเข้าไว้
เครียดมากยากฤทัย  เป็นบ้าได้ในทันที

สั่งจิตมีปีติ   สมาธิธรรมให้ดี
หยุดเครียดได้ยิ่งดี  อย่าให้มีอีกต่อไป

จิตเครียดเกียจธรรมะ  จิตมานะจะยิ่งใหญ่
สั่งจิตชิดธรรมไว้  รวดเร็วไวในทุกครา

จิตปีติในสุข  ฆ่าความทุกข์ในอุรา
ธรรมะจะนำพา  เกิดคุณค่าพาสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ต้องการน้อยที่สุด"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ต้องการน้อยที่สุด" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "ความต้องการน้อยที่สุด"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้


คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่หลายๆ ท่านอาจจะทำได้แล้ว ซึ่งเชื่อว่าท่านเหล่านั้นที่ทำได้ย่อมจะพบกับความสุขทียิ่งใหญ่ และนับวันยิ่งจะมีมากยิ่งๆ ขึ้นไปด้วย ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ของท่านพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกคนทุกท่านที่จะได้น้อมนำทำตามคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ความสุขสิ่งต้องการ มหาศาลได้ยิ่งดี
ทุกคนล้วนอยากมี  ทำไงดีมีให้มาก

คนรวยมากที่สุด  ยิ่งไม่หยุดสุดลำบาก
ต้องการยิ่งให้มาก  ไม่สามารถมากสุขจริง

ควรลดความต้องการ  ธรรมประสานงานทุกสิ่ง
จิตใจให้แน่นิ่ง  จะสุขยิ่งมากกว่าเดิม

ความต้องการน้อยลง  จิตต้องปลงธรรมต้องเสริม
มีธรรมจิตต้องเริ่ม  ยิ่งแต่งเติมเริ่มทันที

สิ่งของที่มีอยู่  เราต้องรู้ดูพอดี
มากไปย่อมไม่ดี  น้อยลงดีมีใช้งาน

ฝึกฝนต้องการน้อย  ที่ละน้อยค่อยสืบสาน
ฝึกไปอีกไม่นาน  อาจนิพพานกาลนี้เอย

ปภาวีร์ 
๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จงมีตนเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จงมีตนเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "การมีตนเป็นเกาะเป็นที่พึง" ดังรูปภาพต่อไปนี้
"ท่านทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง
อย่ามีสิ่งอื่นเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง จงมีธรรมเป็น
เกาะเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นเกาะเป็นที่พึ่ง"

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพึ่งตนเองให้ได้ และนอกจากต้องพึ่งตนแล้ว จะต้องน้อมนำเอาธรรมมาเป็นที่พึ่งให้ได้ แล้วในที่สุด ที่พึ่งของเราจะเป็นสิ่งที่ตัวเราเองจะต้องพึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดมีเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้  

ตนเป็นเกาะที่พึ่ง จิตโน้มดึงธรรมเข้ามา
ตนพึ่งตนสนนำพา  ย่อมมีค่าพาสุขี

อย่าให้มีสิ่งอื่น  จิตต้องตื่นทุกนาที
น้อมธรรมเข้าชีวี  ตนรู้ดีพึ่งที่ใจ

พึ่งตนสนทำดี  ยิ่งมากมีดียิ่งใหญ่
เกาะธรรมมากเข้าไว้  หากตายไปใจเบิกบาน

ตนที่พึ่งแห่งตน  ให้มากล้นมหาศาล
ฝึกตนทนให้นาน  อีกไม่นานตายแน่นอน

มีตนพึ่งตนได้  พึ่งมากไว้ให้ได้ก่อน
พึ่งตนอย่าตัดรอน  พึ่งถาวรก่อนสายไป

สิ่งอื่นอย่าให้มี  ธรรมพึ่งดีมีต่อไป
พึ่งตนธรรมที่ใจ  เกาะพึ่งไว้ให้มากเอย


ปภาวีร์ 
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ จะเมตตาเป็นข้อแรก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ จะเมตตาเป็นข้อแรก" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "ความเมตตา กตัญญูกตเวที และ ศีล ๕"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้


คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะต้องทำให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "เมตตา" เพราะอย่างที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้กล่าวไว้ว่า "เมื่อเจริญกรรมฐาน จะมีเมตตาเป็นข้อแรก"  ดังนั้น หากว่าทุกคนคนไทยเริ่มเจริญกรรมฐานกันแล้ว ย่อมจะมีเมตตาเกิดขึ้นกันทุกคน แล้วเมื่อนั้นเราทุกคนก็จะมีแต่ความรักเมตตาต่อกันและกันไม่เบียดเบียนกัน เกิดความสุขสันต์แบ่งปันสิ่งดีๆ ในทุกระดับชนชั้นในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรัปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

เจริญกรรมฐาน  เป็นเรื่องงานของจิตใจ
ฝึกไว้ให้เร็วไว  จะยิ่งใหญ่ได้สิ่งดี

ข้อแรกได้เมตตา  สิ่งมีค่าพาสุขี
ต่อไปบุญมากมี  เกิดผลดีมีทุกคน

มีความกตัญญู เป็นผู้รู้คุณของคน
กตเวทีมากล้น  ย่อมเป็นคนที่มีบุญ

ธรรมได้ในศีลห้า  ทุกเวลาพาเกื้อกุล
เรื่องธรรมนำเป็นทุน  กุศลหนุนจุนเจือกัน

ศีลห้าพาสิ้นทุกข์  นำพาสุขทุกคนพลัน
ธรรมะจะสร้างสรรค์  พร้อมแบ่งปันเรื่องดีงาม

กรรมฐานงานใหญ่  จิตเข้าใจใจต้องถาม
เมตตาทุกโมงยาม  เป็นนิยามตามนั้นเอย

ปภาวีร์ 
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปสาทะความเลื่อมใส- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปสาทะความเลื่อมใส- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ปสาทะความเลื่อมใส" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=lDLLfVECWDA&index=15&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4
จิตตภาวนาอบรมจิตนั้นเป็นข้อสำคัญในการปฏิ­บัติธรรม และเมื่อพูดว่าจิตตภาวนาก็ย่อมนำให้ระลึกถ­ึงคุณของพระพุทธเจ้าว่าเป็นพระผู้ที่ตรัสร­ู้ ระลึกถึงคุณของพระธรรมว่าย่อมรักษาผู้ปฏิบ­ัติไม่ให้ตกไปสู่ที่ชั่วอระลึกถึงคุณของพระ­สงฆ์ว่าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วก็จะทำให้เกิด­ศรัทธาความเชื่อ ปสาทะความเลื่อมใสตั้งมั่นในคุณของพระพุทธ­เจ้า ในคุณของพระธรรม ในคุณของพระสงฆ์ ยิ่งขึ้น

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณองค์เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถที่ตั้งมั่นตั้งใจให้ดีโดยการระลึกถึงพระรัตนตรัยให้เสมอ  แล้วย่อมจะเจอแค่กับสิ่งดีๆ อย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ในเรื่องปสาทะ  ยิ่งมานะจะเข้าใจ
นั้่นคือความเลื่อมใส  ไม่ว่าใครใจได้ธรรม

จิตตภาวนา  สิ่งมีค่าพาน้อมนำ
เลื่อมใสในพระธรรม  ยิ่งประจำนำเจริญ

กราบพระรัตนตรัย  คุณยิ่งใหญ่ใจขอเชิญ
เลื่อมใสใจเพลิดเพลิน  ให้มากเกินเชิญทุกคน

ตั่งมั่นพร้อมเลื่อมใส  ธรรมมาใส่ในกมล
เลื่อมใสให้มากล้น  ทุกข์หนีพ้นไม่จนใจ

ระลึกถึงพระคุณ   ย่อมเป็นบุญหนุนภพใหม่
สิ่งดีที่เลื่อมใส  พาสุขใจในทุกกาล

หมั่นฝึกอบรมจิต  ที่ละนิดคิดทุกงาน
เป้าหมายคือนิพพาน  ถึงแม้่นานสานจิตเอย

ปภาวีร์ 
๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " อาการที่สำรวม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " อาการที่สำรวม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "
อาการที่สำรวมซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


https://www.youtube.com/watch?v=I09xzu8MDtM&index=25&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4

ทุกๆ คนเมื่อมาฟังธรรมดั่งนี้ ก็นั่งอยู่ในอาการที่สำรวม อันเป็นความสำรวมกาย สำรวมวาจา ก็คือว่าต้องสำรวมให้ตรึกตรองอยู่ในธรรมะ ที่อ่าน ที่ฟัง รวมเข้า คือสำรวมใจนั่นเอง ให้ใจตั้งที่จะฟัง ตรึกตรองในธรรมจึงจะเป็นไปได้ เพราะว่าความตรึกตรอง หรือวิตกวิจารนี้ ท่านเรียกว่าวจีสังขาร ปรุงแต่งวาจา เพราะคนจะพูดออกไปทางปาก ก็จะต้องคิดก่อน ใจต้องพูดก่อน ก็คือตรึกตรองนี้เอง จึงเป็นวาจาออกไปเพราะฉะนั้น ตรึกตรองนี้จึงเป็นเสมอวาจา ซึ่งเป็นภาษาของใจ

ด้วยเมตตาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ตามข้างต้นนั้น เมื่อไหร่ที่เราสามารถที่สำรวมได้ทั้ง กาย วาจา และใจ แล้ว ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน หากว่าตัวของเราสำรวมได้แล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดแต่ประโยชน์ในทุกด้านเกิดความสุขความเจริญกับทุกคนทุกฝ่ายในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดพิจารณากรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นๆ ดังนี้ 

สำรวมคำสั้นสั้น  ต้องคอยหมั่นขยันไว้
สำรวมกายวาจาใจ  ทำให้ได้ดีแน่นอน

สำรวมในเรื่องธรรม เป็นประจำทำทุกตอน
สำรวมอย่าตัดรอน  นั่งยืนนอนทุกเวลา

สำรวมได้ตรึกตรอง  จิตจดจ้องไม่หนีลา
คิดก่อนพูดออกมา  ย่อมนำพาหาแต่ดี 

สำรวมที่ใจก่อน  คิดกลับย้อนให้มากมี
สำรวมนำชีวี  ส่งผลดีมีทุกคน

นั่นคือภาษาใจ  ฝึกมากไว้ใจอดทน
เรื่องอื่นอย่าไปสน  อายผู้คนหากไม่ทำ

สำรวมให้ตั้งมั่น  จิตสุขสันต์ในเรื่องธรรม
หมั่นฝึกนึกประจำ  บุญนอมนำทำดีเอย


ปภาวีร์ 
๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙