Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ระวังความฉลาด พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ระวังความฉลาด พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ เกี่ยวกับเรื่องของ "ความฉลาด" ต้องระวังกันให้ดี ขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้




"...ใครเป็นคนฉลาดก็จะต้องระลึกนึกไว้ดีๆ อย่าพูดว่าความฉลาด ฉลาด แล้วมันก็จะดีเสมอไป คนฉลาดมันก็ทำบาปหรือทำชั่วได้ลึกซึ้งกว่าคนโง่นะ ดูกันในข้อนี้บ้าง..."

คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสข้างต้นเป็นสิ่งที่เตือนเราทุกคนทุกท่านให้คิดให้ดีว่า "ฉลาดจริงหรือไม่" "ฉลาดแล้วดีเสมอไปหรือไม่" ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านจะได้พิจารณากันเอาเองก็แล้วกัน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ใครเป็นคนฉลาด  อาจสามารถยากเป็นง่าย
ฉลาดทั้งหญิงชาย  อาจสบายอายไม่เป็น

ระลึกนึกให้ดี  ฉลาดดีมีให้เห็น
ฉลาดโง่ไม่เป็น  อาจทุกข์เข็ญเห็นประจำ

ทำบาปหรือทำชั่ว  ฉลาดชั่วมั่วพร้อมทำ
ฉลาดมากชั่วสุดล้ำ  อาจชอกช้ำระกำใจ

คนฉลาดมากเล่ห์  นึกว่าเท่เกเรใหญ่
ไม่ดีเสมอไป  ต้องเข้าใจให้มากมี

ฉลาดต้องมีธรรม  จิตน้อมนำทำความดี
ฉลาดในเรื่องดี  บุญมากมีดีทุกคน

ระวังความฉลาด  ธรรมไม่มากยากกมล
โง่ได้ยอมถ่อมตน  ย่อมเป็นคนสนธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เราเป็นคนสร้างกรรม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เราเป็นคนสร้างกรรม" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "กรรม" จากหนังสือไหนผู้เขียนจำไม่ได้ เลยถ่ายภาพบันทึกไว้ ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามต่อไปนี้


"เราเป็นคนสร้างกรรม
เราต้องแก้ไขกรรมเวรของเราเอง
ไม่ใช่คนอื่นมาแก้
บางคนก็ให้หลวงพ่อช่วยแก้กรรม
แผ่เมตตา อย่างนี้เป็นไปไม่ได้
กรรมต้องแก้ด้วยตัวผู้ทำเอง 
ท่านทั้งหลายเอ๋ย
มานั่งเจริญกรรมฐานต้องการรู้เวร รู้กรรม
ถ้าจิตท่านสงบ ท่านจะระลึกเหตุการณ์ได้
ชีวิตนี้จะมีความสุข"

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เชื่อว่าเราทุกคนมีกรรมสร้างกรรมเอาไว้อย่างมากมาย ดังนั้น คงจะเป็นเรื่องของตัวเราเองที่จะต้องแก้ไขด้วยตนเอง 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการจะแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เราเป็นคนสร้างกรรม  มาประจำจดจำไว้
สร้างกรรมเลวยิ่งใหญ่  ไม่มีใครใส่ใจแก้

กรรมเก่ามีมาก่อน  อย่าตัดรอนเรื่องจริงแท้
กรรมชั่วตัวยิ่งแย่   ความจริงแน่แพ้ภัยตน

หลวงพ่อช่วยไม่ได้  กรรมของใครใจต้องสน
กรรมมากทุกข์กมล  กรรมเวียนวนจนตัวตาย

ให้พระแผ่เมตตา  เสียเวลาพาเสียหาย
เป็นเรื่องที่น่าอาย  กรรมชั่วร้ายตายไม่ดี

ก่อกรรมประจำตัว  ดีหรือชั่วตัวรู้ดี
สร้างกรรมต้องเรื่องดี  นำชีวีดีแน่นอน

เจริญกรรมฐาน  จิตเบิกบานสานได้พร
รู้เวรกรรมแต่ก่อน  คิดกลับย้อนตอนผ่านมา

ถ้าจิตท่านสงบ  ธรรมได้พบประสบค่า
นิพพานได้ทุกครา  ธรรมค้นหาพาสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ถัมถะ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ถัมถะ    - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ถัมถะ " ซึ่งอยู๋ในหน้า ๖๗  ของหนังสือพระนิพนธ์ เรื่อง "ธรรมเพื่อความสวัสดี" น่าสนใจอย่างยิ่ง ตามรูปภาพต่อไปนี้



... ถัมถะ ท่านแปลว่า “หัวดื้อ” อันความหัวดื้อหรือความดื้ออย่างรุนแรงเป็นความไม่มีเหตุผลอย่างยิ่ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อในเรื่องใดก็เป็นไปตามที่ต้องการจะเชื่อหรือไม่เชื่อเท่านั้น ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ไม่คำนึงถึงเหตุผล จะคิดปรุงแต่งแต่ว่าจะต้องไม่เห็นด้วย ไม่เชื่อ ไม่ทำตาม ก็ดื้อเท่านั้น เป็นการไม่ใช่ปัญญาคิด หรือไม่มีปัญญาพอจะใช้คิด จึงเป็นความโง่ความมืดแห่งปัญญา...

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นนั้น หากว่าว่าใครถัมถะแล้ว  ย่อมไม่น่าเกิดผลดีอย่างแน่นอน ดังนั้น ชีวิตของเราจะต้องไม่ "ถัมถะ" จะดีในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ชีวิตเมื่อถัมถะ  ไม่ลดละจะไม่ดี
มีแล้วเศร้าฤดี  นำชีวีมีวอดวาย

ความไม่มีเหตุผล ทุกข์กมลจนตัวตาย
มีมากเรื่องน่าอาย  น่าเสียดายสายเกินแก้

ไม่เชื่อและไม่ฟัง  มีแต่พังรั้งจะแย่
ถัมถะจะพาแพ้  เรื่องจริงแท้แน่นอนไป

ปรุงแต่งไม่เห็นด้วย  ยิ่งจะซวยป่วยหัวใจ
คิดแต่ว่าไม่ใช่  มีเรื่อยไปไม่เจริญ

ไม่ใช้ในปัญญา  ธรรมไม่หาพาหมางเมิน
หัวดื้อคือส่วนเกิน  ต้องขอเชิญเจริญธรรม

ถัมถะละยิ่งดี   ส่งผลดีมีประจำ
หยุดดื้อดีน้อมนำ  ดื้อไม่ทำนำต่อเอย

ปภาวีร์ 
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เรื่อง รัก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เรื่อง รัก" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "รัก" จากหนังสือ "ธรรมคม หลวงพ่อจรัญ เล่ม 2" ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามต่อไปนี้


รักที่ทนที่สุด
อาตมาสร้างมาแล้ว
และหามาแล้วด้วย
มีมาแล้วด้วย
รักไม่มีเรื่องราวกับใคร

***********************

ท่านผู้อ่านคงจะสามารถพิจารณาได้ตามธรรมคมในหลวงพ่อจรัญข้างต้นได้อย่างแน่นอน  แล้วจะได้ทราบว่า "รักที่ทนที่สุด" นั้นคืออะไรในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้เมตตามอบความ "รัก" ในการชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

รักที่ทนที่สุด  ไม่มีหยุดจุดยิ่งใหญ่
รักนั้นคือการให้  ไม่ว่าใครใจต้องดี

รักด้วยความเมตตา  สิ่งมีค่าพาสุขี
รักกันสามัคคี  ส่งผลดีมีทุกคน

รักด้วยกรุณา  ย่อมนำพาค่ามากล้น
รักแท้แน่กมล  พาผ่านพ้นสนในธรรม

รักไม่มีเรื่องราว  ย่อมจะยาวกล่าวประจำ
รักใครให้จดจำ  มีพระธรรมนำเจริญ

รักกันต้องสร้างสรรค์  ธรรมแบ่งปันอย่าหมางเมิน
รักดีมีเพลิดเพลิน  ธรรมขอเชิญเกินยิ่งดี

รักกันหมั่นให้ทน  จิตอดทนสนธรรมดี
รักกันต้องทำดี  นำชีวีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ลืมความถูกต้อง - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ลืมความถูกต้อง - พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุเรื่อง "ลืมความถูกต้อง" จะต้องลองฟังที่ YouTube ต่อไปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=MnSbSw-765s



โลกนี้มีแต่การส่งเสริม ให้สนุกสนาน เอร็ดอร่อยทางกามารมณ์ จนลืมความถูกต้อง ลืมความกตัญญู ลืมความสามัคคี ลืมความซื่อสัตย์อย่างที่เคยมีมาแต่ก่อน ปัญหาข้างหน้ามันจะมีมากนัก เพราะมันมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น เพราะการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ - พุทธทาสภิกขุ

หากว่าลองไตร่ตรองฟังคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้น (หลายๆ รอบ) แล้ว เชื่อว่าในที่สุดเราจะสามารถ "ไม่ลืมความถูกต้อง" อย่างแน่นอน และเมื่อไม่ลืมย่อมจะเกิดความสุขที่สมบูรณ์ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น ดังนี้

เมื่อลืมความถูกต้อง  ตามครรลองต้องในธรรม
หากว่าลืมประจำ  เกิดซอกซ้ำระกำใจ 

ลืมความกตัญญู  พ่อแม่ครูผู้ยิ่งใหญ่
ลืมได้ไม่ใส่ใจ  คนหรือไม่ใจรู้ดี

ความถูกต้องต้องมาก  อาจจะยากหากไม่มี
ลืมความสามัคดี  ลืมความดีดีไม่ได้

ยิ่งลืมความซื่อสัตย์  อาจเป็นสัตว์จัดเลวร้าย
หากลืมอาจเสียหาย  ยิ่งฉิบหายตายไม่ดี

ความถูกต้องครองธรรม  จิตจดจำทำให้ดี
จิตคิดทำสิ่งดี  บุญมากมีดีกับตน

ยิ่งลืมความถูกต้อง  จิตหม่นหมองข้องวุ่นวน
ทุกข์ยิ่งอิงกมล  หยุดให้พ้นสนธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เรื่อง ประโยชน์ของการบริหารจิต"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เรื่อง ประโยชน์ของการบริหารจิต" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "ของจิต การบริหารจิต" ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามต่อไปนี้

ประโยชน์ของการบริหารจิต
ทำให้เกิดความรับผิดชอบขึ้น
มีสติ สมาธิ ปัญญา รู้เห็นตามความเป็นจริง
ทันต่อเหตุการณ์ ทันต่อโลก
เกิดคุณธรรมประจำใจ
จะมีสติระลึกได้อยู่เสมอ ไม่เป็นคนประมาท
ไม่เป็นคนมักได้ ไม่ถือโอกาส

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารจิต ดังนั้น เราทุกคนหากว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง อาจจะต้องลองบริหารจิตให้มากๆ  แล้วจะดีอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

การบริหารจิต  ที่ละนิดชิดในธรรม
บริหารประจำ  ลงมือทำนำเจริญ

ทำแล้วเกิดประโยชน์  ไม่มีโทษโลกเพลิดเพลิน
ดังนั้นต้องขอเชิญ  อย่ามัวเพลินเกินไม่ดี

รู้เห็นความเป็นจริง  ในทุกสิ่งยิ่งเรื่องดี
สติสมาธิมี  ปัญญาดีมีกับตน

เท่าทันต่อเหตุการณ์  เรื่องการงานสานเป็นผล
ไร้ทุกข์ในกมล  มีสุขล้นพ้นโรคภัย

ก่อเกิดคุณธรรม  เรื่องดีทำประจำใจ
ไม่เป็นคนมักได้  เป็นผู้ให้ใจเมตตา

สติอยู่เสมอ  ไม่ละเมอเผลอทุกครา
บริหารจิตมีค่า  ทุกเวลาพาดีเอย

ปภาวีร์ 
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อติมานะ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อติมานะ    - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "อติมานะ" ซึ่งอยู๋ในหน้า ๗๕  ของหนังสือพระนิพนธ์ เรื่อง "ธรรมเพื่อความสวัสดี" น่าสนใจอย่างยิ่ง ตามรูปภาพต่อไปนี้





... อติมานะ ท่านแปลว่า “ดูหมิ่นท่าน” ก็เข้าใจได้ชัดแล้วความรู้สึกหรือการกระทำเป็นการดูหมิ่น...ไม่ใช่สิ่งดี เป็นที่ตำหนิของคนทั่วไป

ดูหมิ่นกับดูถูกก็ทำนองเดียวกัน ผู้ที่คิดดูหมิ่นหรือแสดงอาการดูหมิ่นผู้อื่น จะต้องเริ่มจากการคิดปรุงแต่งว่าผู้อื่นต่ำต้อยกว่าตนต่างๆ เป็นต้นด้วยฐานะ ความรู้ ความสามารถชาติตระกูล เมื่อเกิดความคิดปรุงแต่งเช่นนี้ขึ้น ต้องพยายามหยุดให้ได้...


คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้น นั้น หากว่าท่านใดมี "อติมานะ" มากในตัวตนท่านแล้ว เชื่อว่าไม่เป็นผลดีมีสุขอย่างแน่นอน  ดังนั้น ต้องพยายามตัดหรือลดให้น้อยลงจนดับสิ้นในที่สุด แล้วเมื่อนั้น จะพบกับความสุขที่แท้จริง

แลเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาอย่าอติมานะในการชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

อันอติมานะ  ต้องลดละจะเกิดดี
มีมากยากจะดี  นำชีวีมีร้อนรน

ดูหมิ่นหรือดูถูก  ย่อมไม่ถูกผูกกมล
ปรุงแต่งว่าผู้คน  มีหรือจนคนเหมือนกัน

จิตคิดว่าผู้อื่น  น่าขมขื่นฝืนสร้างสรรค์
มีมากยิ่งโศกศัลย์  มีทุกวันพลันระทม

ว่าผู้อื่นต่ำต้อย  ว่าด่างพร้อยคอยทับถม
ธรรมะไม่นิยม  จิตตรอมตรมจมบาดาล

ดูหมิ่นสิ้นความคิด  ไร้เพื่อนมิตรชิดประสาน
จิตใจไม่เบิกบาน  คอยระรานพาลเรื่อยไป

ต้องหยุดสุดทันที  แล้วชีวีมีสุขใจ
มีธรรมในทันใด  สุขยิ่งใหญ่ใจเราเอย

ปภาวีร์ 
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙