Nuffnang Ads

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมืองนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม คือ ที่ไหน?

ชื่อเรื่อง "เมืองนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม คือ ที่ไหน?" ผู้เขียนเชื่อว่า คนสอบถามคนจังหวัดอุบลราชธานีคงจะได้รับคำตอบอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตาม หากว่าไปสอบถามกับคนจังหวัดอื่นที่อื่น ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะตอบได้หรือไม่ 

ครับ แน่นอนว่า "เมืองนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม" ต้องเป็นที่ดินแดนที่ถูกเรียกว่า "เมืองดอกบัว อุบลราชธานี"  ทั้งนี้ ก่อนอื่นผู้เขียนขออนุญาตนำสิ่งที่บ่งบอกว่า "อุบลเมืองนักปราชญ์" โดยท่านมนัส สุขสาย ได้ให้ความหมายว่าการที่อุบลราชธานีมีสมญานามว่า “เมืองนักปราชญ์” ด้วยเหตุผล 9 ประการ ได้แก่
1. เป็นอู่อารยธรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. สืบเชื้อสายจากตระกูลปราชญ์
3. มีวัดมากที่สุด
4. เป็นศูนย์รวมทางการศึกษา ตั้งแต่โบราณมาคนในอีสานทั้งหมดจะเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่จังหวัดอุบลราชธานี
5.นำเอาภาษาไทยมาสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย (นอกจากกรุงเทพ)
6. พระภิกษุคามวาสี (วิชาการ)
7. พระภิกษุอรัญญวาสี (ฝ่ายปฏิบัติ)
8. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนโท จันทร์) เข้าแสดงธรรมในพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับใจพระมหากษัตริย์จนได้รับการตรัสชมด้วยวาจาว่า “ นี่คือปราชญ์ ”
9. ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม
(สามารถอ่านเพิ่มเติมในรายละเอียดได้ที่ http://guideubon.com/news/view.php?t=34&s_id=7&d_id=7)

นอกจากนั้น หากว่าผู้อ่านเคยได้ยินหรือเคยผ่านสายตาว่า "4 สมเด็จเมืองอุบล" ก็อาจจะเกิดข้อสงสัยว่า หมายถึงอะไร  

"สมเด็จ" ที่ว่า หมายถึง พระอริยสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์ระดับสมเด็จ หรือสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏอันเป็นต่ำแหน่งรองจากสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น ซึ่งอุบลราชธานีมีพระอริยสงฆ์ระดับสมเด็จมากถึง 4 รูป ถือว่ามากที่สุดในภาคอีสาน (อ้างอิงจาก 4 สมเด็จฯ เมืองอุบล 1 ในที่มาของสมญานามเมืองนักปราชญ์)


ที่นี้ ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านคงจะเริ่มคล้อยตามแล้วนะครับว่า "อุบล คือ เมืองนักปราชญ์"  นอกจากนั้น สายพระภิกษุอรัญญวาสี (ฝ่ายปฏิบัติ) ของจังหวัดอุบลราชธานี นั้น มีมากมาย  ดั่งเช่น 

หลวงปู่คำคะนิง
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี 
เกิดเมื่อวันพุธ เดือน ๔ ปีกุน พ.ศ ๒๔๓๗
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลวงปู่คำคะนิงได้ที่ 
(๑) http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_24.html
(๒) http://msrivirat.blogspot.com/2014/12/blog-post_23.html

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันโท-จันทร์) 
เกิดในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อวันศุกร์ เดือน 4 แรม 10 ค่ำ เวลาประมาณ 5 นาฬิกา ปีมะโรง จุลศักราช 1218 ตรงกับวันที่ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2399

หลวงปู่เสาร์ กันติสีโล 
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน พากันละบาป "ประโยคธรรม หลวงปู่เสาร์ กันติสีโล"
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2015/02/blog-post_2.html

หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่มั่น การกล่าวโทษคนอื่น" 
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2016/06/blog-post_35.html

หลวงปู่ขาว อนาลโย
กิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2431
อ่านธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ขาว อนาลโย" ได้ที่
(๑) http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_27.html
(๒) http://msrivirat.blogspot.com/2016/01/blog-post_2.html

หลวงปู่พรหมมา เขมจาโร  
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่พรหมมา เขมจาโร" อุบลราชธานี
สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_26.html

หลวงปู่บุญมี โชติปาโล
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ต้นไม้พูดได้ ณ วัดหลวงปู่บุญมี โชติปาโล (วัดสระประสานสุข อุบลฯ)"
สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_31.html

หลวงปู่ชา  สุภทฺโท
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "รวบรวมคำสอน หลวงปู่ชา (๑)" อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2016/01/blog-post_13.html

หลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กุศโลบายทางธรรม หลวงปู่คำบุ คุตตจิตโต"
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2015/02/blog-post_27.html

หลวงปู่เก่ง ธนวโร
ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คำสอน หลวงปู่เก่ง ธนวโร"  อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://msrivirat.blogspot.com/2015/02/blog-post_21.html

      จะเห็นว่า อุบลราชธานีเป็น "เมือง 4 สมเด็จ" มีพระภิกษุอรัญญวาสี (ฝ่ายปฏิบัติ) จำนวนมากมาย ดังนั้น ย่อมทำให้คนอุบลฯ ได้ซึมซับความเป็น "ปราชญ์" และ "การใฝ่ธรรม" อย่างแท้จริง ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันการศึกษาไม่ว่าภาครัฐและเอกชนในจังหวัดอุบลราชธานีในทุกระดับจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เพื่อที่จะเป็นหลักในการพัฒนาการศึกษาของจังหวัดอุบลราชธานี ให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้าใจคำว่า "ปราชญ์" และ "ใฝ่ธรรม" อย่างแท้จริง อันจะสามารถยกระดับความรู้ในด้านต่างๆ ให้มีคุณภาพมากยิ่งๆ ขึ้น

เป็นปราชญ์ที่ใฝ่ธรรม ย่อมจะนำสู่เรื่องดี
นักปราชญ์เป็นคนดี สร้างวิถีธรรมนำใจ

นักเรียนต้องเรียนรู้ อีกทั้งครูต้องใส่ใจ
เรียนรู้ให้เข้าใจ ปราชญ์อย่างไรรู้กระจ่าง

ทุกอย่างต้องเข้าถึง ความเป็นหนึ่งธรรมนำทาง
นักปราชญ์เป็นตัวอย่าง หาหนทางพัฒนา

อุบลต้องตระหนัก มารู้จักสิ่งมีค่า
ใฝ่ธรรมสร้างปัญญา เกิดคุณค่ายั่งยืนเอย


ปภาวีร์
๑๓ พ.ย.๒๕๕๗

อ่านเพิ่มเติม

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

๑๐ พฤศจิกายน สดุดีเจ้าคำผง

วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ของทุกๆ ปี ที่จังหวัดอุบลราชธานีจะมีงานดีๆ คือ "สดุดี เจ้าคำผง"

ผู้อ่านสามารถอ่านเรื่องราว เจ้าคำผง" เจ้าเมืองผู้ก่อตั้งสร้างอุบลฯ 

ประวัติเจ้าคำผงได้ที่ Link ต่อไปนี้ 


http://th.m.wikipedia.org/wiki/พระประทุมวรราชสุริยวงศ์_(เจ้าคำผง)

http://guideubon.com/news/view.php?t=5&s_id=1&d_id=1



ตัวอย่างภาพงาน "สดุดี เจ้าคำผง" ปีก่อนๆ
Facebook : https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.613195382060104.1073741972.100001089437635&type=3


www : http://www.ubu.ac.th/web/content.php?cpage=gallery_sel&catid=3274&content=0100000000


===> สดุดี เจ้าเมืองผู้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ <===

เจ้าเมืองผู้ก่อตั้ง มาที่ฝั่งแม่น้ำมูล
"เจ้าคำผง" เกื้อหนุน สร้างฝั่งมูลให้เจริญ

เจ้าเมืองผู้เก่งกาจ แสนฉลาดน่าสรรเสริญ
พระคุณมากมายเกิน ออกมาเดินสดุดี

วันนี้เทิดพระคุณ ลูกแม่มูลน้อมภักดี
อุบลราชธานี สดุดีเจ้าเมืองเอย



แต่ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นปีพิเศษ ที่อุบลราชธานี มีอายุ ๒๒๒ ปี 

ซึ่งผู้เขียนได้เคยนำเสนอเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗  เป็นดังนี้  (ซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับองค์หน่วยงานใด ครับผม)








== อุบลราชธานี ๒๒๒ ปี (พ.ศ.๒๕๕๗) ==
อุบลราชธานี สองร้อยยี่สิบสองปี
เมืองเก่ามีของดี ราชธานีของราชา


เป็นเมืองแห่งนักปราชญ์ เหล่าทวยราษฎร์เทิดราชา
วัดหลวงทรงคุณค่า ชาวประชาน้อมจิตใจ

ธรรมชาติที่งดงาม สาวสวยงามอย่างจับใจ
ผาแต้มอยู่ไม่ไกล จะต้องไปดูสักที

แม่มูลพระคุณยิ่ง เป็นทุกสิ่งเสริมชีวี
สัตว์น้ำล้วนมากมี เกิดผลดีกับทุกคน

เป็นเมืองแห่งธรรมะ มีองค์พระที่น่ายล
หลวงปู่สอนหลุดพ้น ให้ทุกคนได้บูชา

หลวงปู่เสาร์คงมั่น หลวงปู่มั่นหลวงปู่ชา
คนไทยจะต้องมา เมืองราชาของแผ่นดิน

เทียนพรรษายิ่งใหญ่ อยู่ในใจไม่เคยสิ้น
หลายท่านเคยได้ยิน เคยเยือนถิ่นเทียนเลิศล้ำ

แสงสว่างก่อนใคร สาดแสงไปเป็นประจำ
ชะนะไดให้จดจำ เพื่อจะนำพลังใจ

สามพันโบกของดี ไม่เคยมีในเมืองไทย
ผาชันน่าสนใจ รู้หรือไม่สามหมื่นรู

กล่าวมาเป็นตัวอย่าง แค่กล่าวอ้างต้องมาดู
มาแล้วจะได้รู้ เกิดความรู้มีสุขเอย

อจต.

หมายเหตุ ไม่ใช่อาจารย์ด้านภาษาไทย หากผิดพลาดประการใดขอกราบอภัย มา ณ โอกาส นี้
องค์พระ = มีพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย (ที่มีเทวดา คอยปกปักรักษาคุ้มครอง) ที่ วัดหลวง (วัดแห่งแรกของอุบลราชธานี) วัดป่าใหญ่ วัดศรีอุบลฯ และอื่นๆ อีกมากมาย
ธรรมชาติมีมากมาย เช่น น้ำตกแสงจันทร์ที่งดงาม ผาแต้ม ผาชะนะได ผาชัน ภูจองฯ


ทั้งนี้ สามารถอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับอุบลราชธานี ที่ผู้เขียนได้เขียนไว้ ดังนี้

http://ubumanoon.blogspot.com/2012/06/blog-post.html

http://ubumanoon.blogspot.com/2013/07/blog-post.html

http://ubumanoon.blogspot.com/2012/05/blog-post_23.html

http://msrivirat.blogspot.com/2013/01/blog-post.html

http://msrivirat.blogspot.com/2013/01/blog-post.html

http://msrivirat.blogspot.com/2013/03/blog-post_21.html

http://msrivirat.blogspot.com/2012/10/blog-post.html

http://msrivirat.blogspot.com/2012/10/blog-post.html

http://msrivirat.blogspot.com/2013/07/bua-ubon.html


นอกจากนั้น เนื่องจาก "เจ้าคำผง" เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานี และ เมืองอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่างมีเจ้าเมืองเช่นกัน และในหลายๆ จังหวัดได้จัดสร้างอนุสาวรีย์เจ้าเมือง ดังนั้น ผู้อ่านสามารถอ่านเรื่องราวอนุสาวรีย์เจ้าเมืองต่างๆ ในภาคตะวันเฉียงเหนือ http://manoonpong.blogspot.com/2014/05/blog-post.html

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก

เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งในวันดังกล่าวผู้เขียนได้มีโอกาสชมนิทรรศการ "สัมพัจฉรานุสรณ์" ครบ ๑ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก



และโชคดีเหลือเกินที่ได้มีโอกาสชมการแสดงนิทรรศการแบบพิเศษ ตามนี้ ครับ 



และที่สำคัญคือ เมื่อเริ่มชมได้ยินประโยคนี้ "ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก" นับว่าเป็นบุญที่ได้ชมและฟัง ทำให้ผู้เขียนได้ลองคิดต่อว่า ชีวิตดังกล่าว จะเป็นอย่างไร 


ชีวิตนี้น้อยนัก สำคัญนักหากเข้าใจ
ชีวิตสั้นยาวไป รู้หรือไม่ใครกำหนด

ชีวิตสั้นเหลือเกิน หากเพลิดเพลินดั่งปรากฏ
ชีวิตคงต้องหมด ไม่อาจทดยืดเวลา

ชีวิตต้องสำคัญ ดีสร้างสรรค์อย่างมีค่า
ชีวิตมีคุณค่า ต้องเข้าหาธรรมนำใจ

ชีวิตก็เท่านี้ หมั่นทำดีจิตผ่องใส
ชีวิตคงต้องไป ไม่วันใดคงต้องมา

ชีวิตนี้น้อยนัก ต้องรู้จักธรรมนำพา
ชีวิตสุขอุรา หมั่นค้นหาให้สำคัญ

ชีวิตสำคัญยิ่ง เรื่องดีจริงต้องขยัน
ชีวิตสุขนิรันดร์ ดีสำคัญนำธรรมเอย

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๗



    นอกจากนั้น ผู้เขียนได้มีโอกาสกราบสักการะพระศพสมเด็จพระสังฆราช ฯ นับว่าเป็นบุญของชีวิตนี้อันน้อยนักของผู้เขียนจริงๆ  





ครับ "ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก" หากว่าเราทุกคนเข้าใจประโยคดังกล่าวอย่างแท้จริง ผู้เขียนเชื่อว่าจะเกิดความสุขอย่างยิ่ง ซึ่งอาจจะฟังและดูเพิ่มเติมได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



ซึ่งหากทุกท่านได้ฟังเรื่องข้างต้นย่อมจะเข้าใจเรื่องราว "ชีวิตนี้น้อยนักฯ " ได้ดียิ่งขึ้นว่าเป็นอย่างไร ควรจะทำอย่างไร ให้ชีวิตนี้สำคัญ ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ลองฟังอย่างมีสติและมีสมาธิ แล้วย่อมจะเกิด "ปัญญา" ในที่สุด ครับ 

ชีวิตที่น้อยนัก สำคัญนักลองคิดดู
ชีวิตต้องเรียนรู้ ความเป็นอยู่ให้เข้าใจ

ชีวิตสำคัญนัก ควรจะพักดูจิตใจ
ชีวิตเกิดดับไป ไม่ว่าใครหนีไม่พ้น

ชีวิตเหลืออยู่น้อย ต้องเฝ้าคอยดูจิตตน
ชีวิตอย่าหมองหม่น  จิตสู้ทนสู่นิพพาน

ชีวิตนี้สำคัญ จิตสร้างสรรค์ใจประสาน
ชีวิตคงไม่นาน เวลากาลจะผ่านไป

ชีวิตขอให้ง่าย อย่าเสียดายเรื่องเศร้าใจ
ชีวิตเกิดชาติใหม่ อยู่ที่ใจของตัวเรา

ชีวิตจบสิ้นกัน ต้องสำคัญอย่ามัวเมา
ชีวิตอย่าให้เศร้า จิตของเราต้องดีเอย

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๗ 

อ้างอิงจาก Facebook : 









วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มุกดาหาร เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ การศึกษา

ชื่อเรื่องวันนี้ "มุกดาหาร เขตเศรษฐกิจพิเศษ และ การศึกษา" ผู้เขียนคิดว่ามีความสำคัญและสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของชีวิต และชีวิตก็ย่อมเกี่ยวพันกับเรื่องอยู่เรื่องกินเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องทำมาหากินของประชาชน โดยการศึกษาจะต้องมีการพัฒนาทุกระดับตั้งแต่ก่อนประถมอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา

สำหรับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ผู้เขียนได้เขียนเรื่อง "การจัดอุดมศึกษากับพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการพัฒนาการศึกษาในภาคอีสาน  นอกจากนั้น เกี่ยวกับแผนการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมผลักดันทำให้เกิดแผนเพื่อพัฒนาจังหวัดมุกดาหารในอนาคต ตามข้อมูลดังต่อไปนี้ 

ข้อมูลรวบรวมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
1. ผู้ว่าฯ กับการพัฒนาให้มีวิทยาเขตมุกดาหาร ของ ม.อุบลฯ http://www.youtube.com/watch?v=zWkT_KSywQI

2. ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ (ตัวแทน กลุ่มที่ 2 ด้านการพัฒนาคน) นำเสนอ http://www.youtube.com/watch?v=_JERWNCOiR4

3. นายกรัฐมนตรี บรรยายการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด (1) http://www.youtube.com/watch?v=w9sOvjGZZlQ

4. นายกรัฐมนตรี บรรยายการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด (2) http://www.youtube.com/watch?v=lmEDcdkUV-g

5. ผู้ว่าราชการมุกดาหาร รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด = > โดยได้กล่าวถึงการพัฒนาการศึกษาอุดมศึกษา ณ จังหวัดมุกดาหาร โดยมี ม.อุบลฯ กำลังดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

6. นายกรัฐมนตรี comment การจัดทำแผนฯ ณ จังหวัดมุกดาหาร

7. นายกรัฐมนตรี comment และ สรุปการจัดทำแผนฯ ณ จังหวัดมุกดาหาร

8. ในฐานะที่เป็นประธานสถานศึกษา ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร และเป็นอดีตรองอธิการบดี ม.อุบลฯ ขอเวลาสั้นๆ ไม่เกิน ๒ นาที นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ มหาวิทยาลัยนครพนม


และล่าสุด "เดินหน้าประเทศไทย" 


ดังนั้น อย่างไรก็ตามผู้เขียนเชื่อว่ามุกดาหารจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาการศึกษาในทุกระดับควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้ได้มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกมิติต่อไปอย่างยั่งยืน 

เศรษฐกิจ : มุกดาหาร-อาเซียน
============
เศรษฐกิจ พิเศษ คืออะไร
แล้วทำไม จังหวัด ถึงต้องการ
เศรษฐกิจ ชายแดน ต้องจัดการ
มุกดาหาร เป็นเมือง เหมาะสมดี

เมืองพิเศษ วิเศษ ได้เพราะคน
อุทิศตน ทุกส่วน ทำสิ่งดี
ต้องเข้าใจ เข้าถึง ทำทันที
รับรองดี วิเศษ พิเศษเอย

เกี่ยวกับความเป็นมาที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่มุกดาหารจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ  การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร (โดยนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่มุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖)
มุกดาหาร ขานรับ ทัพนายก
จะมาพบ สบตา หาคนมุก
นายกช่วย ด้วยหมด ปลดความทุกข์
ให้ชาวมุก สุขดี มีแต่ดี

การศึกษา พาดี มีความสุข
มุกสนุก ทุกคน สนสิ่งดี
มีความหวัง ครั้งนี้ มีเรื่องดี
นายกดี มีสุข ทุกข์หมดเอย
=================
จัดทำแผน แสนยาก หากต่างคิด
ต้องรวมจิต คิดใหม่ ให้มีแก่น
มุกดาหาร ด่านต่อ จ่อชายแดน
มีแบบแปลน แก่นสาร ด้านอาเซียน

จัดทำแผน แดนโขง โยงเมืองมุก
เพื่อสร้างสุข ทุกเรื่อง เรืองอาเซียน
มุกดาหาร การค้า พาย้ำเตือน
อย่าแชเชือน เรียนรู้ ดูศึกษา

จัดทำแผน แปลนดี มีประโยชน์
ต้องมีโชค โจทย์แท้ แก้ปัญหา
มีตัวอย่าง ต่างช่วย ด้วยปัญญา
ทุกคนมา อาสา ทำแผนเอย

ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ 
ประธานสถานศึกษา ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร
ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา (ภูผาเจีย มุกดาหาร)
อดีตรองอธิการบดี ม.อุบลราชธานี (พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๕๕)

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2557

CRM สำหรับสถาบันอุดมศึกษา

CRM (Customer Relation Management) คือ การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า  หรือ อาจจะเรียกชื่ออย่างอื่นก็ได้  อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่า หัวใจหลักของ CRM น่าจะเป็น "การทำอย่างไรที่จะให้ลูกค้ามีความพึงพอใจมากที่สุด (และกลับมาใช้บริการของเราอีก หรือ บอกต่อว่าการให้บริการของเรานั้นดีมากๆ ให้ผู้อื่นมาใช้บริการ) 

ที่นี้ เกี่ยวกับชื่อเรื่อง "CRM สำหรับสถาบันอุดมศึกษา" จะเป็นอย่างไร และหากว่าจะนำ Information Technology มาประยุกต์ใช้ช่วยเหลือในการจัดทำ CRM สำหรับสถาบันอุดมศึกษา จะมีลักษณะอย่างไร 

แน่นอนว่า สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาที่ควรจะทำให้ท่านเหล่านั้น ประทับใจ คือ 

๑. นักศึกษาปัจจุบัน
๒. ศิษย์เก่า
๓. ผู้ปกครอง 
๔. (ตอนนี้ผู้เขียนยังคิดไม่ออก) 

ซึ่งในปัจจุบันการส่งเสริม CRM ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษาล้วนแต่มีเครื่องมือสื่อสาร (โดยเฉพาะ Smart Phone) แล้วสำหรับสถาบันอุดมศึกษา ควรจะมีระบบ CRM หรือไม่ หรือ พัฒนาระบบ CRM ที่มีอยู่แล้วอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด  "ในแง่การสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้บริการ" 


ซีอาร์เอ็มจะดี ด้วยไอทีวิชาการ
ซีอาร์เอ็มประสาน เกิดผลงานพึงพอใจ  

ซีอาร์เอ็มลูกค้า ควรนำพาและใส่ใจ
ลูกค้ากลับมาใหม่ ประทับใจบริการ

ซีอาร์เอ็มว่องไว ต้องเข้าใจไม่เนิ่นนาน
สร้างสรรค์ก่อการงาน  ไม่หย่อนยานยิ้มด้วยใจ

ซีอาร์เอ็มสรรสร้าง หาหนทางสร้างสิ่งใหม่
ซีอาร์เอ็มยุคใหม่ สร้างสายใยลูกค้าเอย

ครับ ผู้เขียนขอกลับมาที่เรื่อง "CRM สำหรับสถาบันอุดมศึกษา" สิ่งที่จะทำให้นักศึกษา ศิษย์เก่า และหรือผู้ปกครอง ผู้เขียนคิดว่ามีมากมายหลายเรื่อง เช่น

ระบบการจองเสื้อครุย (ทำอย่างไรที่บัณฑิตจะไม่ต้องเดินทางมาจองที่มหาวิทยาลัย จอง Online ระบุขนาด ชำระเงินทางธนาคาร รอรับเสื้อครุยจากไปรษณีย์ไทยที่บ้านได้เลย)

ระบบแจ้งเตือนผลการเรียนนักศึกษาให้ผู้ปกครอง (ผ่านระบบ Social Media หรือ App (IOS หรือ Android) 

ระบบ Portfolio ของศิษย์เก่า (บัณฑิตทุกท่าน) 

ระบบการรับเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา (ที่สามารถสอบคัดเลือก Online หรือ สัมภาษณ์ Online)  

เอาเป็นว่า หากใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้ CRM มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ครับ ดังนั้น เรามาช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาอย่างไร เพื่อจะให้ "ลูกค้า (หรือ ผู้ใช้บริการ) ของสถาบันอุดมศึกษา" มีความพึงพอใจประทับใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กันนะครับ 


มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ 

อ้างอิงเกี่ยวกับ CRM 

ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องที่อย่างสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งมีหนังสือหลายเล่มที่ได้นำเสนอ เช่น 




อย่างไรก็ดี ผู้เขียนคิดว่าจากหนังสือดังกล่าวข้างต้น ยังไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้กล่าวไว้ คือ


"การศึกษาทำให้ไม่มีศีลธรรม ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ ประเทศเราต้องมีหลักใหญ่ คือ คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และมีศักยภาพของความสร้างสรรค์ และเชื่อว่าเราทำอะไรดีๆ ได้ ประเทศจะได้มีพลัง แต่ตอนนี้มายาคติต่างๆ ทางการศึกษาทำให้เหมือน คุกที่มองไม่เห็น หรือ the invisible prison เพราะฉะนั้น มันต้องปลดปล่อยตัวเองออกไป เราจน เราความรู้น้อย พ่อแม่เราไม่ได้ฐานะใหญ่โต พวกนี้เป็นมายาคติทั้งสิ้น ถ้ามีสำนึกตัวนี้ เราจะมีความสุขในตัวอย่างลึกล้ำ การศึกษาต้องเป็นพลังที่ทำให้คนมีเกียรติศักดิ์ศรี"  ที่มา http://www.thairath.co.th/content/452494




ดังนั้น สำหรับผมคิดว่า การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องเน้น 
" สุ จิ ปุ ลิ" ครับ

สุ จิ ปุ ลิ มีสติสมาธิดี
เริ่มฟังให้ดีดี ความคิดดีจะตามมา

ความคิดต้องวิเคราะห์ คิดให้เหมาะเกิดปัญหา
คำถามตามออกมา เพื่อค้นหาตอบเข้าใจ

จากนั้นลงมือเขียน เป็นแบบเรียนอย่างตั้งใจ
เรียนรู้อย่างสนใจ ความรู้ใหม่ปัญญาเอย

อจต.
๒๔ กันยายน ๒๕๕๗
ผู้เขียนจึงขอนำเสนอดังนี้ 







และที่สำคัญ คือ ผู้เขียนคิดว่า การอ่านเป็นเรื่องที่สำคัญในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 

••••••• นั่งอ่าน ••••••
นั่งอ่านเพราะอยากอ่าน น่าสงสารอ่านหนังสือ
เด็กอ่านน่านับถือ จับสองมือตั้งใจอ่าน

พ่อแม่พร้อมเกื้อหนุน เกิดเป็นคุณวิชาการ
สองตาจ้องประสาน อ่านยิ่งนานความรู้ยิ่ง

หนังสือต้องสนใจ อ่านเข้าใจรู้ทุกสิ่ง
อ่านมากอย่างแท้จริง สรรพสิ่งยิ่งรู้เอย

อจต.
๒๕ กันยายน ๒๕๕๗ ณ ร้านนายอินทร์ Lotus วารินชำราบ




ซึ่งในปัจจุบันมักจะมีการกล่าวถึง "การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ" โดยที่สำหรับ "ผู้เรียน" ผู้เขียนขออนุญาตแทนด้วย "LEARNER"  ตามนี้ครับ




นอกจากที่การเรียนรู้ที่ต้องการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญแล้ว สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคงจะหนีไม่พ้นคำว่า "ครู" โดยที่บทบาทความเป็นครู เป็นสิ่งที่มีผลต่อคุณภาพของการเรียนรู้ และ ผู้เรียน ดังนี้ 


     โดยที่สิ่งหนึ่งที่เกียวช้องกับการเรียนรู้ คือ "การจัดการความรู้ (Knowledge Management)" ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอ Manoonpong's 7s Framework for Knowledge Management ดังนี้ 


ครับ ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเกี่ยวกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อ "ผู้เรียน" และ ผู้สอน (คุณครู) ร่วมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการศึกษา อันจะได้ส่วนกันในการพัฒนาการศึกษาของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า พร้อมที่จะทำให้เกิด "ปัญญา" ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป 

มณูณพงศ์ ศรีวิรัตน์




วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

Social Enterprise ณ เชียงใหม่ แล้วเกี่ยวอะไรที่อุบลฯ

ชื่อเรื่องของวันนี้ (๑ กันยายน ๒๕๕๗) คือ "Social Enterprise ณ เชียงใหม่ แล้วเกี่ยวอะไรที่อุบลฯ"

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขอขอบพระคุณคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ได้อนุมัติให้ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุม 
เรื่อง  "University Engagement and Social Enterprise: Experiences from the UK and Thailand”  ณ จังหวัดเชียงใหม่ (ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ Link ต่อไปนี้ "Social Enterprise กับ มหาวิทยาลัย" )

โดยที่ Social Enterprise กิจการเพื่อสังคม ผู้เขียนขอนำเสนอในลักษณะ ๓ธ เพื่อให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นแนวทางในการดำเนินกิจการเพื่อสังคม

ธรรมชาติ  - อุทยาน
                 - เขื่อน ป่าไม้ แม่น้ำ

ธรรมะ - วัด 

ธรรม   - ศิลปวัฒนธรรม
           - โรงเรียนกับธรรม(ชาติ)

        โดยที่เชียงใหม่เกี่ยวกับ "ธรรมชาติ" ได้มีสิ่งที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานโครงการดีๆ ที่เรียกว่า "ศูนย์ศึกษาาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร์"  (Click ที่ Link ของศูนย์สามารถดูรูปภาพจาก FB ได้ครับ)  ทั้งนี้ หากว่ามหาวิทายลัยอุบลราชธานีจะช่วยสังคมในพื้นที่จังหวัดอุบลฯ ผู้เขียนคิดว่าสามารถจะดำเนินการได้เช่นกัน เช่น จัดทำ "โครงการรักป่า" โดยให้เยาวชนเข้าไปเรียนรู้ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้ ม.อุบลฯ ทำหน้าที่ประสานกับภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อทำให้เกิดโครงการดังกล่าว ทำให้เยาวชนนักเรียนได้เห็นความสำคัญของธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับ "ป่าไม้"  สำหรับ "เขื่อน" ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญ ที่เชียงใหม่มี "อุทยานแห่งชาติศรีลานนา : เขื่อนแม่งัด(Click ที่ Link ของอุทยานฯ สามารถดูรูปภาพจาก FB ได้ครับ) ซึ่งแน่นอนว่า ที่อุบลฯ หาก ม.อุบลฯ ได้มีกิจกรรมเกี่ยวกับอุทยานต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดอุบลฯ โดยให้นักศึกษามีส่วนร่วมเข้าไปดูแลรักษาอุทยาน แม่น้ำ เช่น เขื่อนปากมูล เขื่อนสิรินธร แม่น้ำมูล แม่น้ำโขง เป็นต้น 

ที่นี้มาเรื่องของ "ธรรมะ" ต้องยอมรับว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่อารยธรรมมาแต่โบราณนานมาแล้ว อายุเมืองเชียงใหม่ ๗๐๐ กว่าปี ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีประวัติศาสตร์มานานเช่นกัน  "ธรรมะ" กับวัดวาอารามต่างๆ ของเชียงใหม่ต้องขอบอกว่า "เป็นแห่งธรรมะ" อย่างแท้จริง และเกี่ยวข้องกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างไร  สิ่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปสัมผัสมาคือ วัดบางวัดบางแห่ง มีรูปปั้น "หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ซึ่งทุกคนทราบกันดีว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มีภูมิถิ่นกำเนิดที่อุบลราชธานี้ โดยวัดต่้อไปนี้ มีรูปปั่นของหลวงปู่ เช่น 







จะเห็นว่านั้นเป็นตัวอย่างบางส่วนเท่านั้นเองที่เป็นเรื่องของ "ธรรมะ" ที่เป็นความเกี่ยวข้องระหว่างเชียงใหม่กับอุบลราชธานี นอกจากนั้น เชียงใหม่มีวัดวาอารามอื่นๆ อีกมากมายที่มีความสวยสดงดงามอย่างยิ่ง 





(ทั้งนี้ เพียง Click ไปที่ชื่อวัดสามารถที่ชมรูปภาพใน Facebook ได้) 

นอกจากนั้น มีวัดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างเชียงใหม่กับลำพูน คือ 

และ 
วัดพระธาตุดอยคำ จังหวัดเชียงใหม่


ดังนั้น Social Enterprise ที่อุบลฯ ผู้เขียนคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาอุบลราชธานี จะได้จัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับ "วัด" ต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี ในลักษณะที่เป็นการส่งเสริมเพื่อให้ประชาชนทั้งในและนอกจังหวัดอุบลราชธานีได้เข้าถึง "วัด" ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยในรูปแบบต่างๆ (อ่านเรื่องราว ๓ พระอรหันต์ ณ หนองขอน

เกี่ยวกับ "ธรรม"   ที่ว่าด้วย "ศิลปวัฒนธรรม" และ "โรงเรียนกับธรรม(ชาติ)" ที่เชียงใหม่ เทศบาลนครฯ ได้ดำเนินโครงการ "หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่" นับได้ว่ามีวิสัยทัศน์ที่สุดยอด เพื่อเป็นแห่งรวบรวมสิ่งล้ำค่าของจังหวัดเชียงใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม นอกจากนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการดีๆ คือ "พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์"   ทั้งนี้ ที่อุบลฯ หากว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจะได้กรุณาดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอันจะเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ก็น่าจะสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อาคารโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช" หลังเก่า (บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เก่า) ซึ่งอาจจะดำเนิการในลักษณะดังนี้



(ต้อง Click อ่านตาม Link นะครับ แล้วจะได้ข้อมูลที่น่าสนใจ) 


สำหรับเรื่องของโรงเรียนกับธรรมชาติ นั้น ที่เชียงใหม่มีโรงเรียนที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง โดยโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในบริเวณพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โรงเรียนมีชื่อว่า "โรงเรียนเพื่อชีวิตเชียงใหม่




ดังนั้น หากที่อุบลฯ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะได้มีโครงการไปช่วยเหลือโรงเรียนเพื่อชีวิตอย่างที่เชียงใหม่ นับว่าจะเป็นการดีอย่างยิ่ง เนื่องจากจะสอดรับกับ "โครงการดีๆๆ ที่เราต้องสนับสนุน" (ต้อง Click อ่านนะครับถึงจะรู้) 

ครับ ที่กล่าวมาตามข้างต้นป็นการนำเสนอในความคิดของผู้เขียนเกี่ยวกับเรื่องของ "Social Enterprise" ณ เชียงใหม่ ภายใต้ ๓ ธ. เพื่อจะได้เป็นแนวทางสำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้พิจารณาว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ในการดำเนินงานเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุดต่อไปในอนาคต 

อจต.
๑ กันยายน ๒๕๕๗ 


Social Enterprise สิ่งยิ่งใหญ่เพื่อสังคม
ทำได้น่าชื่นชม น่าเหมาะสมกับเมืองไทย

สังคมธรรมชาติ ประเทศชาติต้องสนใจ
ธรรมะต้องเข้าใจ ต้องใส่ใจในโรงเรียน

ส่วนวัฒนธรรม น้อมจดจำเพื่อรู้เรียน
สมัยกาลล่วงเปลี่ยน ต้องหมั่นเพียรรักษาไว้

รักษาพร้อมประสาน อุทยานและป่าไม้
โรงเรียนที่ห่างไกล มีน้ำใจมาช่วยกัน

ทุกอย่างต้องศรัทธา เสริมคุณค่าเชื่อมหากัน
สังคมจะสร้างสรรค์ สัมพันธ์กันอย่างดีเอย