Nuffnang Ads

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธนวราชบพิตร และ ในหลวง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธนวราชบพิตร และ ในหลวง" พุทธศาสนิกชนคนไทยหลายท่านๆ อาจจะทราบว่ามีความเป็นมาอย่างไร และบางท่านอาจจะยังไม่ทราบ  


      "พระพุทธนวราชบพิตร"  จะได้รับพระราชทานไว้ที่จังหวัดๆ ละ ๑ องค์ 

     ทั้งนี้ จังหวัดแรกที่ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร ก็คือจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ 


ในโอกาสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสแก่ชาวจังหวัดหนองคาย มีความสำคัญที่ขออัญเชิญมาเฉพาะบางตอน ดังนี้ (อ้างอิง ๒)
...ข้าพเจ้ามาเยี่ยมท่านคราวนี้ ได้นำพระพุทธนวราชบพิตรมามอบให้ด้วย พระพุทธรูปองค์นี้ข้าพเจ้าสร้างขึ้นเพื่อมอบไว้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด ที่ฐานบัวหงายข้าพเจ้าได้บรรจุพระพิมพ์องค์หนึ่ง* ซึ่งทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ อันได้มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร...

...พระพุทธนวราชบพิตรองค์นี้ นอกจากจะถือว่าเป็นนิมิตหมายแห่งคุณพระรัตนตรัย อันเป็นที่เคารพสูงสุดแล้ว ข้าพเจ้ายังถือเสมือนเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศไทย และความสามัคคีกลมเกลียวกันของประชาชนชาวไทยอีกด้วย ข้าพเจ้าจึงได้บรรจุพระพิมพ์ที่ทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าว และนำมามอบให้แก่ท่านด้วยตนเอง...

ขออานุภาพแห่งพระพุทธนวราชบพิตร จงปกปักรักษาท่านให้พ้นจากทุกข์ภัยทุกๆประการ บันดาลให้เกิดความสุขสวัสดี มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองในการประกอบอาชีพ และมีความสมัครสมานกัน ในอันที่จะร่วมกันสร้างเสริมความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราสืบไป...
+++++++++



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ * "พระพิมพ์องค์หนึ่ง" คือ  "พระสมเด็จจิตรลดา" (เกี่ยวกับ พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน)


และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

พระพุทธนวราชบพิตร 
ทรงสถิตชิดใกล้ใจประชา
อีกหนึ่งพระสมเด็จจิตรลดา
ทรงคุณค่าพาสุขทุกข์หมดไป

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
พารุ่งเรืองต่อเนื่องอันยิ่งใหญ่
น้อมก้มกราบซาบซึ้งตรึงหทัย
ประเทศไทยเจริญเกินในธรรม

ทุกจังหวัดจัดเตรียมเปี่ยมถวาย
ดีมากกมายหลายสิ่งยิ่งน้อมนำ
ร่วมศรัทธาวันทาพาจดจำ
เป็นประจำทำดีมีทุกคน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์จิตน้อมพร้อมนับถือ
ให้เลื่องลือทั่วฟ้าพาน่ายล
พระองค์สร้างเพื่อไทยประชาชน
น้อมกมลสนธรรมทำดีเอย 


ปภาวีร์ 
๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย) หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 


หลวงปู่ชอบ ฐานสโม องค์ที่นั่งบนเก้าอี้ด้านซ้ายสุด
ที่มาของภาพ http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=40233

ที่มา http://oknation.nationtv.tv/blog/bon2009/2016/06/15/entry-1/comment

หน้า ๔๔๑ ของหนังสือ "หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" 
http://www.thammapedia.com/sankha/sangha_pdf/No_09.pdf

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 


จืดจางหรือเคยชิน    จิตได้ยินชินในธรรม
ภาวนาประจำ  จะต้องย้ำทำให้ดี

เมื่อไหร่รู้สึกติด  เป็นสิ่งผิดคิดทันที
ละได้เป็นสิ่งดี   นำชีวีมีจากไป

เรื่องติดมีสี่อย่าง  หาหนทางห่างออกไป
ติดสิ้นหยุดทันใด  ย่อมสุขใจในต่อมา

ยึดติดคิดยิ่งมาก  อาจลำบากยากหรรษา
ติดมากเสียเวลา  หมดคุณค่าพาทุกข์ใจ

เมื่อติดต้องไม่ยึด  ธรรมคอยนึกฝึกสู่ใจ
จะต้องละให้ได้  ทุกเรื่องไปใจสุขเย็น

ติดแล้วยิ่งติดมาก  ไม่อาจจากยากลำเค็ญ
ธรรมะจิตบำเพ็ญ  แล้วจะเห็นเรื่องจริงเอย

ปภาวีร์ 
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙











วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่หลุย จันทสาโร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่หลุย จันทสาโร"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย) หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ทั้งนี้ สามารถอ่านเพิ่มเติม ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อย่าฝืน อย่าหลง อย่าอวดดี" "คติธรรม หลวงปู่หลุย จันทสาโร" 
ได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_21.html


นอกจากนั้น พุทธศาสนิกชนคนไทยสามารถ ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร ได้ที่ Link ต่อไปนี้
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rb515&date=30-09-2013&group=218&gblog=34

โดยหน้า ๓๘๘ ของหนังสือข้างต้น เป็นดังนี้


และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

ต้องใช้อารมณ์ธรรม  จิตน้อมนำทำให้เห็น
ภาวนาเช้าเย็น  ไม่ยากเย็นเป็นอย่างไร

ต้องสร้างบารมี  ทำความดีมีต่อไป
ภพเก่าสู่ภพใหม่    สุขที่ใจให้นิพพาน

ขัดข้องในดวงจิต  ค่อยค่อยคิดธรรมประสาน
ภาวนาให้เชี่ยวชาญ  อีกไม่นานงานสิ้นลง

เกิดภพใดชาติใด  ธรรมเข้าใจให้ดำรง
จิตนิ่งจะต้องปลง  ธรรมมั่งคงตรงยิ่งดี

ฝึกจิตให้ประจำ  อารมณ์ธรรมนำชีวี
สติมีทันที  ให้มากมีดีแน่นอน

บารมีย่อมจะเกิด  สิ่งประเสริฐอำนวยพร
ตัดภพไม่กลับย้อน  นิพพานก่อนตอนนี้เอย

ปภาวีร์ 
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙










วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย)  หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มาของภาพ http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8774

พระราชปุจฉากับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ : ขอท่านได้อธิบายเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมดั่งที่ท่านอาจารย์เสาร์สอนมา

หลวงพ่อพุธ : โดยหลักการที่ท่านอาจารย์เสาร์ได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหามานั้น ยึดหลักการบริกรรมภาวนาพุทโธ และอานาปานสติ เป็นหลักปฏิบัติ การบริกรรมภาวนาให้จิตอยู่ ณ จุดเดียวคือพุทโธ ซึ่งพุทโธแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกริยาของจิตเมื่อจิตมาจดจ้องอยู่ที่คำว่าพุทโธให้พิจารณาตามองค์ฌาน ๕

การนึกถึงพุทโธเรียกว่า วิตก จิตอยู่กับพุทโธไม่พรากจากไปเรียกว่า วิจาร หลังจากนี้ปิติและความสุขก็เกิดขึ้น เมื่อปิติและความสุขเกิดขึ้นแล้ว จิตของผู้ภาวนาย่อมดำเนินไปสู่ความสงบ นิ่งสว่าง ไม่มีกิริยาอาการแสดงความรู้ ในขั้นนี้เรียกว่า จิตอยู่ในสมถะ

ถ้าจะเรียกโดยจิตก็เรียกว่าอัปปนาจิต ถ้าจะเรียกโดยสมาธิก็เรียกว่าอัปปนาสมาธิ ถ้าจะเรียกโดยฌานก็เรียกอัปปนาฌาน บางท่านนำไปเทียบกับฌานขั้นที่ ๔ จิตในขั้นนี้เรียกว่าอัปปนาจิต อัปปนาสมาธิ อัปปนาฌาน จิตย่อมไม่มีความรู้อะไรเกิดขึ้น นอกจากมีสภาวะรู้อยู่อย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อนักปฏิบัติผู้ที่ยังไม่ได้ระดับจิต เมื่อจิตติดอยู่ในความสงบนิ่งเช่นนี้ จิตย่อมไม่ก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา เมื่อเป็นเช่นนั้นอาจารย์เสาร์ผู้เป็นอาจารย์สอนกรรมฐานในสายนี้จึงได้เดินอุบายสอนให้ลูกศิษย์พิจารณากายคตาสติเรียกว่ากายานุปัสสนาสติปัฏฐาน โดยการพิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น โดยน้อมนึกไปในลักษณะความเป็นของปฏิกูลน่าเกลียดเป็นของโสโครกจริงๆ โดยปราศจากสัญญาเจตนาใดๆทั้งสิ้น จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้พิจารณาเห็นอสุภกรรมฐาน 

(ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8774)

หมายเหตุ "อาจารย์เสาร์ หมายถึง หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
(เกี่ยวกับ หลวงปู่เสาร์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปฏิบัติธรรมบูชาคุณ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล")

จากข้อมูลข้างต้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกคนควรจะต้องสนใจน้อมนำทำตามพระราชปุจฉา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "จิดจดจ้อง"  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 


เรื่องของจิตจดจ้อง  เป็นครรลองต้องฝึกฝน
ฝึกได้สุขกมล  เพื่อหลุดพ้นจากคนไป

ภาวนาพุทโธ  ไม่โยกโย้ในจิตใจ
ฝึกตนสนธรรมไว้  ฝึกที่ใจในทุกครา

ทำได้ใจสงบ  ธรรมได้พบประสบหา
พระราชปุจฉา  สิ่งมีค่าพาเข้าใจ

ฝึกไปใจจะรู้   สิ่งเป็นอยูู่รู้อย่างไร
พุทโธอยู่ในใจ  ต่อเนื่องไปให้ชำนาญ

ทุกสิ่งอิงสติ  สมาธิจิตประสาน
ภาวนาเพื่อนิพพาน  เมื่อสิ้นกาลสานไปดี

จิตคิดสงบนิ่ง  เห็นความจริงอิงชีวี
ภาวนาสิ่งดี  ธรรมให้ดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙









วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย)  หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ


ที่มาของภาพ http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=48940

"หลวงปู่โต๊ะ ท่านกล่าวถึงโทสะ หรือความโกรธว่า... เป็นหนึ่งในกามแห่งรากเหง้าความชั่วร้ายทั้งหลายในโลกนี้ (รากเหง้าความชั่วร้าย หรืออกุศลมูล มี 3 คือ โลภะ โทสะ โมหะ)

เมื่อความโกรธเกิดขึ้น หลวงปู่โต๊ะท่านสอนให้ดูว่า “เป็นเพราะอะไรจึงเกิดขึ้น” และท่านให้ไปดูที่จิต ดังที่กล่าวว่า จิตเป็นประธาน จิตเป็นใหญ่ จิตสำเร็จที่จิต จิต 3 ประการนี้มีสื่อเข้าไปรายงานอยู่ทุกๆ วินาที จิตต้องรับรู้ผู้ที่เข้ามา ดีก็รับไว้ ชั่วก็รับไว้ ไม่ดีไม่ชั่วก็ต้องรับไว้เพราะจิตเป็นประธานยิ่งใหญ่ทั้ง 3 ทาง" 

ที่มา  (การกำจัดความโกรธ…..หลวงปู่โต๊ะ (พระราชสังวราภิมณฑ์) วัดประดู่ฉิมพลี)

จากคติธรรมคำสอนของหลวงปู่โต๊ะข้างต้น เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านควรจะต้องน้อมนำคติธรรมดังกล่าวมาปฏิบัติให้ได้ เพื่อจะสามารถกำจัดรากเหง้าความชั่วร้ายให้สูญสิ้นในที่สุด  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

รากเหง้าความชั่วร้าย  ต้องทำลายให้สิ้นลง
กำจัดโลภโกรธหลง  ธรรมดำรงตรงสู่ใจ

ทั้งโลภะโทสะ  อีกโมหะจะสูญไป
ด้วยธรรมประจำใจ  ฝึกจิตใจให้รู้ดี

จิตใจเป็นประธาน  ธรรมประสานวินาที
รับรู้แต่เรื่องดี  พร้อมทำดีมีที่ตน

ดีชั่วต้องรับรู้  สิ่งเป็นอยู่สู่กมล
จิตใจให้อดทน  ธรรมมากล้นพ้นทุกข์ภัย

สติทุกเวลา  ธรรมทุกคราพาสุขใจ
มีธรรมให้เร็วไว  ไม่ว่าใครจิตใจดี

ความโกรธไม่ให้เกิด  ย่อมประเสริฐเลิศทันที
ความสุขในชีวี  ด้วยธรรมมีดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙








วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป ทางโลก ทางธรรม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป  กับ ในหลวง"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่จันทร์ศรี "การได้... การเสียสละ..." นับว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่งจริงแท้แน่นอน ขอเชิญทุกท่านได้อ่านตามรูปภาพข้างล่างต่อไปนี้


จากคติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่จันทร์ศรีข้างต้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องเข้าใจให้ได้ว่า "ทางโลก กับ ทางธรรม" นั้นเป็นอย่างไร และเมื่อบั้นปลายชีวิตลมหายใจสุดท้ายของเรามาถึง เมื่อนั้น เราคงจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

ทุกคนปรารถนา  สิ่งได้มาในทางโลก
เป็นสิ่งสร้างประโยชน์  อาจมีโทษโลภต่อไป

ทางโลกไม่สิ้นสุด  ไม่เคยหยุดไม่ว่าใคร
ปรารถนาเรื่อยไป  หยุดไม่ได้ในทุกคน

ทางธรรมจิตเป็นพระ  ต้องลดละจะต้องทน
จิตใจไม่หมองหม่น   เพื่อหลุดพ้นไม่กลับมา

ทางธรรมนำเจริญ   ให้มากเกินเพลินอุรา
สละสิ่งมีค่า   ทุกเวลาได้ยิ่งดี

ให้สิ่งภายในใจ  ให้มากไว้ใจสุขี
เย็นใจในทันที  ให้มากมีดีต่อตน

ทางธรรมประเสริฐสุด  ธรรมไม่หยุดสุขกมล
ละได้บุญมากล้น  ตายจากคนพ้นทุกข์เอย

ปภาวีร์ 
๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ท่านปัญญานันทะ ภิกขุ สรรเสริญ ในหลวงของเรา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ท่านปัญญานันทะ ภิกขุ สรรเสริญ ในหลวงของเรา"   ขอเชิญพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านได้รับฟังเมตตาธรรมเสียงธรรมของท่านปัญญานันทะ ภิกขุที่สรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ "ในหลวงของเรา"  ได้ที่ YouTube ต่อไปนี้



"... พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงเหน็ดเหนื่อยพอสมควร เหน็ดเหนื่อยเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม ต้องทำงานตลอดเวลา เหนื่อยกว่าข้าราชการ เหนื่อยกว่าคณะรัฐมนตรี เพราะทรงทำงานตลอดหลายชั่วโมง เวลาไปไหนก็หนีบแฟ้มไปด้วย... ...พระพักตร์ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เหงื่อออกเต็มหน้าเต็มพระพักตร์... ...ทรงเอาใจใส่ช่วยเหลือประชาชนในที่ต่างๆ... "

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าท่านปัญญานันทะภิกขุได้สรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าพระองค์ทรงเป็น "ผู้เสียสละ" ช่วยเหลือประชาชนคนไทยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ดังนั้น เราทุกคนคนไทยจะต้องน้อมนำทำความดีตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานด้านต่างๆ เพื่อประชาชนในทุกถิ่นทุกแห่งของประเทศไทย 


ที่มาของภาพ http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2/2008/03/23/entry-1

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

หน้าในและหน้านอก  สิ่งบ่งบอกตอบให้ได้
บอกความดีหน้าใน   งามหรือไม่หน้านอกมี

หน้านอกบอกความงาม  ต้องติดตามถามให้ดี
งามจริงใช่หรือนี่  งามฤดีมีที่ตน

อีกหนึ่งคือหน้าที่  ทำให้ดีมีอดทน
สามารถความเป็นคน  จะต้องสนทนต่อไป

หน้านอกแต่งพอดี  อย่าให้มีทุกข์ฤทัย
มั่นธรรมนำหน้าใน  สุขที่ใจให้รู้ดี

หน้าที่มีในธรรม  เป็นประจำทำให้ดี
แต่งมากในหน้าที่  ส่งผลดีมีสุขใจ

ทุกคนย่อมมีหน้า  ทรงคุณค่าพายิ่งใหญ่
หน้านอกหรือหน้าใน  ต้องใส่ใจในธรรมเอย


ปภาวีร์ 
๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๙