Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สรุปเหลือหนึ่ง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สรุปเหลือหนึ่ง" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเป็นสิ่งที่เราทุกคนอาจจะทราบดีอยู่แล้ว  ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 



คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งสรุปเหลือคือ "ความไม่ประมาท" เป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องหมั่นพิจารณากันทุกเวลาทุกขณะว่า ตอนนี้เราประมาทหรือไม่อย่างไร

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

คำสอนพระพุทธเจ้า   มาก่อนเก่าเรารู้ดี
คำสอนเป็นสิ่งดี   ยิ่งมากมีดีมากมาย

สามสิ่งอิงเกี่ยวพัน  ต่างสัมพันธ์ธรรมทั้งหลาย
เข้าใจไม่เดียวดาย  ยังไม่สายอายไม่ดี

ศีลสมาธิปัญญา  ธรรมมีค่าหาทันที
สามสิ่งล้วนแต่ดี  นำชีวีดีต่อไป

มีสัมปชัญญะ  จิตพบพระสติไว้
สองสิ่งจริงยิ่งใหญ่  มีที่ใจในทุกครา

สรุปเหลือเพียงหนึ่ง  เป็นที่พึ่งขอชีวา
หนึ่งเดียวต้องค้นหา  สิ่งมีค่าพาเข้าใจ

คือความไม่ประมาท  หากมีมากยากทันใด
ฝึกฝนลดลงได้   หมดลงไปได้ดีเอย


ปภาวีร์ 
๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่เครื่อง ธมฺมจาโร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่เครื่อง ธมฺมจาโร"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย)  หลวงปู่เครื่อง ธมฺมจาโร
หรือ YouTube https://www.youtube.com/watch?v=Tb32sET21oE


คติธรรมของท่านหลวงปู่เครื่อง ธมฺมจาโร

“จิตมนุษย์มีพลังมหาศาล จะทำอะไรก็มักสำเร็จ ก็เพราะมีดวงจิตที่เป็นกำลังสำคัญ จิตดวงเดียวสำคัญที่สุด... จิตมันบอกลักษณะไม่ได้ แต่มันก็มีความรู้สึกอยู่ภายใน...เว้นแต่ว่ามนุษย์เกิดมาแล้ว จะเอาดีหรือเอาชั่วเท่านั้น มันเป็นขั้นตอนอยู่ตรงนี้ ถ้าเอาดีก็ต้องได้ของดีมาประดับตัวแน่นอน...”
(ที่มา หลวงปู่เครื่อง ธัมมจาโร วัดเทพสิงหาร จังหวัดอุดรธานี)

คติธรรมเมตตาธรรมในองค์หลวงปู่เครื่องข้างต้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนพุทธศาสนิกชนควรจะต้องน้อมเข้ามาใส่ในตนให้มากๆ ว่า "จิตมนุษย์มีพลังมหาศาล โดยจะต้องเอาดีมาประดับตัว" 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้

จิตมนุษย์มีพลัง  สามารถสั่งดั่งใจหมาย
ดวงจิตไม่เคยตาย  อย่าเดียวดายให้มีธรรม

เอาดีมาใส่ตัว  ละความชั่วกลัวไม่ทำ
ความดีมีประจำ  ลงมือทำนำเจริญ

ดวงจิตเป็นอย่างไร  ธรรมเข้าใจให้มากเกิน
เรื่องธรรมนำขอเชิญ  จิตเพลิดเพลินมีกำลัง

ดีประดับตัวตน  ธรรมให้สนมีที่ตั้ง
ทำดีจิตพร้อมสั่ง  ไม่หยุดยั้งพลังใจ

ต้องฝึกนึกทุกวัน  ธรรมสร้างสรรค์กันต่อไป
ความรู้สึกภายใน  จิตยิ่งใหญ่ให้ทำดี

ตั้งใจที่ดวงจิต  เนรมิตคิดเรื่องดี
คิดดีต้องได้ดี  นำชีวีมีดีเอย 

ปภาวีร์ 
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙











วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย)  หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย


ที่มาของภาพ http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/lp-somchai/lp-somchai-preach-08.htm

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปุจฉากับหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ว่า..พระคุณเจ้าโยมขอถามปัญหาธรรมบางประการ ?

หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย วิสัชนาว่า..ขอถวายพระพร พระมหาบพิตรราชสมภารเจ้า สิ่งใดที่ไม่เหลือสติ...ปัญญาของอาตมาภาพแล้ว ขอพระองค์ทรงพระราชปุจฉาได้ ขอถวายพระพร...

ในหลวง  ผู้คนเขามาวัดทำไมกัน ?...
หลวงปู่ฯ  ผู้มาวัด มาด้วยเหตุต่างๆ กัน บางคนเป็นคนดีอยู่แล้ว มาวัดด้วยการมุ่งทำความดีให้มากขึ้นด้วยการมาถือศีลภาวนา บางคนมาด้วยความอยากรู้ อยากเห็นว่าทางวัดเขาทำอะไรกันบ้าง บางคนก็มาด้วยความตั้งใจจริง ๆ ที่จะมาช่วยงานวัด เพราะเห็นว่าอยู่บ้านไม่มีธุระที่จะทำ บางคนก็มาด้วยเหตุที่เห็นว่าอยู่บ้านมีแต่ปัญหา ล้วนแต่น่าเบื่อหน่าย สู้มาวัดหาความสงบ ดีกว่า อย่างนี้ก็มี เรียกว่ามาวัดทำให้สบายใจ.ขอถวายพระพร....

ในหลวง ที่พระคุณเจ้าว่าชาวบ้านเขาเบื่อหน่ายนั้น เขาเบื่ออะไรกัน ?...
หลวงปู่ฯ การเบื่อหน่ายของชาวบ้านมีด้วยกันสองอย่าง บางคนเบื่อหน่ายต่อการงานที่ต้องทำอย่าง จำเจ ก็หาเวลามาวัดเพื่อพักผ่อนเป็นการเบื่ออย่างไม่จริงจัง บางคนมีความเบื่อจริงๆ โดยเห็นว่าการเป็นอยู่ทางโลกนั้น ถึงจะมั่งมีสามารถหาความสุขได้ทุกอย่างก็จริง ล้วนแต่เป็นความสุขชั่วคราว ไม่เป็นความสุขที่แท้จริงเหมือนอย่างความสุขทางธรรม บางคนเห็นไปว่าเกิดมาแล้วก็หนีความตายไม่พ้น ก่อนจะตายก็ควรจะได้ทำอะไรๆ ให้เป็นเหตุให้ตายดี มีความสุข อย่างนี้ก็มี ขอถวายพระพร... 

พระราชปุจฉาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้างต้นนั้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งที่เราพุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกคนควรจะต้องพิจารณาให้ดีว่า "เราไปวัด" เพื่ออะไร ซึ่งเมื่อเข้าใจดีแล้วย่อมจะมีความสุขในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 


มาวัดทำไมกัน  ไปแข่งขันกันหรือไม่
มาวัดต้องเข้าใจ  ว่าทำไมถึงต้องมา

เหตุผลมีสองอย่าง  เหตุแตกต่างต้องค้นหา
ที่บ้านมีปัญหา  บางคนมาหาสุขใจ

มาวัดแล้วสงบ  ธรรมประสบพบทันใด
ความทุกข์หนีจากไป  สุขฤทัยในทันที

ทางโลกสุขชั่วคราว  มีเรื่องราวร้ายและดี 
ความสุขอันมากมี  จะต้องมีที่นิพพาน

ความสุขในทางธรรม  มีสุขล้ำนิรันดร์กาล
เป็นสุขมหาศาล  ยิ่งเบิกบานไม่เวียนวน

ไปวัดเป็นเรื่องดี  นำชีวีมีสุขล้น
นิพพานเพื่อหลุดพ้น  สุขกมลหยุดวนเอย

ปภาวีร์ 
๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙










วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธนวราชบพิตร และ ในหลวง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระพุทธนวราชบพิตร และ ในหลวง" พุทธศาสนิกชนคนไทยหลายท่านๆ อาจจะทราบว่ามีความเป็นมาอย่างไร และบางท่านอาจจะยังไม่ทราบ  


      "พระพุทธนวราชบพิตร"  จะได้รับพระราชทานไว้ที่จังหวัดๆ ละ ๑ องค์ 

     ทั้งนี้ จังหวัดแรกที่ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร ก็คือจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ 


ในโอกาสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสแก่ชาวจังหวัดหนองคาย มีความสำคัญที่ขออัญเชิญมาเฉพาะบางตอน ดังนี้ (อ้างอิง ๒)
...ข้าพเจ้ามาเยี่ยมท่านคราวนี้ ได้นำพระพุทธนวราชบพิตรมามอบให้ด้วย พระพุทธรูปองค์นี้ข้าพเจ้าสร้างขึ้นเพื่อมอบไว้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด ที่ฐานบัวหงายข้าพเจ้าได้บรรจุพระพิมพ์องค์หนึ่ง* ซึ่งทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ อันได้มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร...

...พระพุทธนวราชบพิตรองค์นี้ นอกจากจะถือว่าเป็นนิมิตหมายแห่งคุณพระรัตนตรัย อันเป็นที่เคารพสูงสุดแล้ว ข้าพเจ้ายังถือเสมือนเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศไทย และความสามัคคีกลมเกลียวกันของประชาชนชาวไทยอีกด้วย ข้าพเจ้าจึงได้บรรจุพระพิมพ์ที่ทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าว และนำมามอบให้แก่ท่านด้วยตนเอง...

ขออานุภาพแห่งพระพุทธนวราชบพิตร จงปกปักรักษาท่านให้พ้นจากทุกข์ภัยทุกๆประการ บันดาลให้เกิดความสุขสวัสดี มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองในการประกอบอาชีพ และมีความสมัครสมานกัน ในอันที่จะร่วมกันสร้างเสริมความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราสืบไป...
+++++++++



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ * "พระพิมพ์องค์หนึ่ง" คือ  "พระสมเด็จจิตรลดา" (เกี่ยวกับ พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน)


และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

พระพุทธนวราชบพิตร 
ทรงสถิตชิดใกล้ใจประชา
อีกหนึ่งพระสมเด็จจิตรลดา
ทรงคุณค่าพาสุขทุกข์หมดไป

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
พารุ่งเรืองต่อเนื่องอันยิ่งใหญ่
น้อมก้มกราบซาบซึ้งตรึงหทัย
ประเทศไทยเจริญเกินในธรรม

ทุกจังหวัดจัดเตรียมเปี่ยมถวาย
ดีมากกมายหลายสิ่งยิ่งน้อมนำ
ร่วมศรัทธาวันทาพาจดจำ
เป็นประจำทำดีมีทุกคน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์จิตน้อมพร้อมนับถือ
ให้เลื่องลือทั่วฟ้าพาน่ายล
พระองค์สร้างเพื่อไทยประชาชน
น้อมกมลสนธรรมทำดีเอย 


ปภาวีร์ 
๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย) หลวงปู่ชอบ ฐานสโม 


หลวงปู่ชอบ ฐานสโม องค์ที่นั่งบนเก้าอี้ด้านซ้ายสุด
ที่มาของภาพ http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=40233

ที่มา http://oknation.nationtv.tv/blog/bon2009/2016/06/15/entry-1/comment

หน้า ๔๔๑ ของหนังสือ "หลวงปู่ชอบ ฐานสโม" 
http://www.thammapedia.com/sankha/sangha_pdf/No_09.pdf

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 


จืดจางหรือเคยชิน    จิตได้ยินชินในธรรม
ภาวนาประจำ  จะต้องย้ำทำให้ดี

เมื่อไหร่รู้สึกติด  เป็นสิ่งผิดคิดทันที
ละได้เป็นสิ่งดี   นำชีวีมีจากไป

เรื่องติดมีสี่อย่าง  หาหนทางห่างออกไป
ติดสิ้นหยุดทันใด  ย่อมสุขใจในต่อมา

ยึดติดคิดยิ่งมาก  อาจลำบากยากหรรษา
ติดมากเสียเวลา  หมดคุณค่าพาทุกข์ใจ

เมื่อติดต้องไม่ยึด  ธรรมคอยนึกฝึกสู่ใจ
จะต้องละให้ได้  ทุกเรื่องไปใจสุขเย็น

ติดแล้วยิ่งติดมาก  ไม่อาจจากยากลำเค็ญ
ธรรมะจิตบำเพ็ญ  แล้วจะเห็นเรื่องจริงเอย

ปภาวีร์ 
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙











วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่หลุย จันทสาโร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงปู่หลุย จันทสาโร"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย) หลวงปู่หลุย จันทสาโร

ทั้งนี้ สามารถอ่านเพิ่มเติม ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อย่าฝืน อย่าหลง อย่าอวดดี" "คติธรรม หลวงปู่หลุย จันทสาโร" 
ได้ที่ http://msrivirat.blogspot.com/2015/01/blog-post_21.html


นอกจากนั้น พุทธศาสนิกชนคนไทยสามารถ ดาวน์โหลด (Download): หนังสือหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร ได้ที่ Link ต่อไปนี้
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=rb515&date=30-09-2013&group=218&gblog=34

โดยหน้า ๓๘๘ ของหนังสือข้างต้น เป็นดังนี้


และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

ต้องใช้อารมณ์ธรรม  จิตน้อมนำทำให้เห็น
ภาวนาเช้าเย็น  ไม่ยากเย็นเป็นอย่างไร

ต้องสร้างบารมี  ทำความดีมีต่อไป
ภพเก่าสู่ภพใหม่    สุขที่ใจให้นิพพาน

ขัดข้องในดวงจิต  ค่อยค่อยคิดธรรมประสาน
ภาวนาให้เชี่ยวชาญ  อีกไม่นานงานสิ้นลง

เกิดภพใดชาติใด  ธรรมเข้าใจให้ดำรง
จิตนิ่งจะต้องปลง  ธรรมมั่งคงตรงยิ่งดี

ฝึกจิตให้ประจำ  อารมณ์ธรรมนำชีวี
สติมีทันที  ให้มากมีดีแน่นอน

บารมีย่อมจะเกิด  สิ่งประเสริฐอำนวยพร
ตัดภพไม่กลับย้อน  นิพพานก่อนตอนนี้เอย

ปภาวีร์ 
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙










วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ในหลวง กับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย"  
เกี่ยวกับ  (Click อ่านได้เลย)  หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

ที่มาของภาพ http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8774

พระราชปุจฉากับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ : ขอท่านได้อธิบายเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมดั่งที่ท่านอาจารย์เสาร์สอนมา

หลวงพ่อพุธ : โดยหลักการที่ท่านอาจารย์เสาร์ได้อบรมสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหามานั้น ยึดหลักการบริกรรมภาวนาพุทโธ และอานาปานสติ เป็นหลักปฏิบัติ การบริกรรมภาวนาให้จิตอยู่ ณ จุดเดียวคือพุทโธ ซึ่งพุทโธแปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นกริยาของจิตเมื่อจิตมาจดจ้องอยู่ที่คำว่าพุทโธให้พิจารณาตามองค์ฌาน ๕

การนึกถึงพุทโธเรียกว่า วิตก จิตอยู่กับพุทโธไม่พรากจากไปเรียกว่า วิจาร หลังจากนี้ปิติและความสุขก็เกิดขึ้น เมื่อปิติและความสุขเกิดขึ้นแล้ว จิตของผู้ภาวนาย่อมดำเนินไปสู่ความสงบ นิ่งสว่าง ไม่มีกิริยาอาการแสดงความรู้ ในขั้นนี้เรียกว่า จิตอยู่ในสมถะ

ถ้าจะเรียกโดยจิตก็เรียกว่าอัปปนาจิต ถ้าจะเรียกโดยสมาธิก็เรียกว่าอัปปนาสมาธิ ถ้าจะเรียกโดยฌานก็เรียกอัปปนาฌาน บางท่านนำไปเทียบกับฌานขั้นที่ ๔ จิตในขั้นนี้เรียกว่าอัปปนาจิต อัปปนาสมาธิ อัปปนาฌาน จิตย่อมไม่มีความรู้อะไรเกิดขึ้น นอกจากมีสภาวะรู้อยู่อย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อนักปฏิบัติผู้ที่ยังไม่ได้ระดับจิต เมื่อจิตติดอยู่ในความสงบนิ่งเช่นนี้ จิตย่อมไม่ก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสสนา เมื่อเป็นเช่นนั้นอาจารย์เสาร์ผู้เป็นอาจารย์สอนกรรมฐานในสายนี้จึงได้เดินอุบายสอนให้ลูกศิษย์พิจารณากายคตาสติเรียกว่ากายานุปัสสนาสติปัฏฐาน โดยการพิจารณา ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น โดยน้อมนึกไปในลักษณะความเป็นของปฏิกูลน่าเกลียดเป็นของโสโครกจริงๆ โดยปราศจากสัญญาเจตนาใดๆทั้งสิ้น จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้พิจารณาเห็นอสุภกรรมฐาน 

(ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=8774)

หมายเหตุ "อาจารย์เสาร์ หมายถึง หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล" 
(เกี่ยวกับ หลวงปู่เสาร์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปฏิบัติธรรมบูชาคุณ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล")

จากข้อมูลข้างต้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกคนควรจะต้องสนใจน้อมนำทำตามพระราชปุจฉา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "จิดจดจ้อง"  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 


เรื่องของจิตจดจ้อง  เป็นครรลองต้องฝึกฝน
ฝึกได้สุขกมล  เพื่อหลุดพ้นจากคนไป

ภาวนาพุทโธ  ไม่โยกโย้ในจิตใจ
ฝึกตนสนธรรมไว้  ฝึกที่ใจในทุกครา

ทำได้ใจสงบ  ธรรมได้พบประสบหา
พระราชปุจฉา  สิ่งมีค่าพาเข้าใจ

ฝึกไปใจจะรู้   สิ่งเป็นอยูู่รู้อย่างไร
พุทโธอยู่ในใจ  ต่อเนื่องไปให้ชำนาญ

ทุกสิ่งอิงสติ  สมาธิจิตประสาน
ภาวนาเพื่อนิพพาน  เมื่อสิ้นกาลสานไปดี

จิตคิดสงบนิ่ง  เห็นความจริงอิงชีวี
ภาวนาสิ่งดี  ธรรมให้ดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙