Nuffnang Ads

วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ตัณหาเผาใจ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ตัณหาเผาใจ - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องของตัณหาเผาใจ  หากว่าใครมีตัณหาแล้วคงจะร้อนอย่างแน่ใจเพราะถูกเผาใจ ดังนั้น ขอเชิญชวนรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=0XycRt6ZuqI

ตัณหา ความดิ้นรนทะยานอยากเป็นต้น ล้วนเป็นเครื่องเผาจิตใจทั้งนั้น ถ้าไม่เพียรเผากิเลสเสีย กิเลสก็ย่อมบังเกิดขึ้นเผาจิตใจ

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้นนั้น เชื่อว่าเราทุกคนจะต้องเคยกันอย่างแน่นอน เมื่อเกิดขึ้นเกิดเผาจิตใจของเราแล้ว ย่อมจะร้อนอย่างยิ่ง และหากมีมากๆๆ ก็ยิ่งจะร้อนๆๆ อย่างยิ่ง ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ที่แต่ละท่านจะได้ไม่ให้ถูกเผาให้ร้อน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

ตัณหาคืออะไร  แล้วทำไมใจต้องมี
หากมีทำไงดี  ทำชีวีมีร้อนใจ

ดิ้นรนทะยานอยาก  หากมีมากยากแก้ไข
มีมากยิ่งทุกข์ใจ  ร้อนเผาไหม้ใจละลาย

ไม่เพียรเผากิเลส  อาจทุเรศเปรตเมื่อตาย
ตอนนี้ยังไม่สาย  ต้องสลายคลายตัณหา

กิเลสบังเกิดขึ้น  จิตต้องตื่นฝืนตามมา
มีธรรมทุกเวลา  ละตัณหาพาสุขี

ตัณหาเผาจิตใจ  ร้อนเผาไหม้ในทุกที่
ต้องตัดสิ้นทันที  อย่าให้มีที่ใจเรา

เริ่มคิดจิตสติ  สมาธิอย่าบางเบา
ตัณหาจะต้องเผา  ธรรมต้องเอาเชาว์ปัญญา

กิเลสตัณหาหมด  ธรรมปรากฎหมดเวลา
นิพพานได้ทุกครา   พร้อมจากลาพาสุขเอย

ปภาวีร์ 
๘ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัญญาข่มกิเลส - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัญญาข่มกิเลส - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับการใช้ปัญญาข่มกิเลส ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ใช้ปัญญารับฟังในการข่มกิเลส ตาม YouTube ต่อไปนี้ 



เครื่องมือที่จะปฏิบัติในการข่มเหงกิเลส หรือข่มกิเลสนั้น ไม่มีอะไรดีที่สุดเท่าปัญญา คือความรู้ทั่วถึงความจริง

เป็นคติธรรมคำสอนของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้น หากว่าทุกคนทุกท่านได้ใช้ปัญญาพิจารณาแล้วเชื่อว่าจะได้รับสิ่งดีๆ อย่างแน่นอน (ว่าแต่ปัญญา จะเกิดขึ้นได้อย่างไร คงจะเป็นหน้าที่ที่แต่ละท่านจะได้แสวงหากันเอาเอง)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาใช้ปัญญาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เครื่องมือปฏิบัติ  เพื่อขจัดสิ่งไม่ดี
กิเลสหากมากมี  ย่อมไม่ดีที่ตัวเรา

ข่มเหงกิเลสสิ้น  ให้เคยชินไม่เหมือนเก่า
กิเลสจะบางเบา  ความโง่เขลาทุเลาลง

ความอยากไม่เคยจบ  ย่อมปรากฏทุกข์ดำรง
ชีวิตไม่เคยปลง  กิเลสคงมากตามมา

ธรรมได้ไม่ต้องหยุด ดีที่สุดคือปัญญา
รู้แจ้งทุกเวลา  สิ่งควรฆ่ากิเลสตน

ไตร่ตรองลองนึกคิด  ธรรมที่จิตชิดกมล
กิเลสหนีไปพ้น  ธรรมมากล้นจนได้ดี

ความรู้ถึงความจริง  กิเลสยิ่งสิ่งไม่ดี
ปัญญามาทันที  นำชีวีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๗ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กุศล - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กุศล - สมเด็จพระสังฆราช"   คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องของกุศล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



กุศลที่แปลว่ากิจของคนฉลาด ได้แก่ สามารถมีความรู้เปรียบเทียบขาว-ดำ ประณีตหรือเลว มีโทษ-ไม่มีโทษ ดี-ไม่ดี ขึ้นโดยลำดับ 

คติธรรมสั้นๆ ในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้น เชื่อว่าทุกท่านจะสามารถมี "กุศล" ได้ในทันที ซึ่งอาจจะมีกุศลมากๆ คงจะต้องพิจารณาคติธรรมดังกล่าวให้มากๆ เช่นกัน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาเพื่อเกิดกุศลในการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ต่อไป ดังนี้

กุศลคืออะไร  แล้วทำไมใยต้องมาก
กุศลไม่ได้ยาก  จิตต้องอยากมากเรื่องดี

กิจของคนฉลาด  ย่อมสามารถมากคิดดี
กิจใดให้ผลดี  กุศลมีดีตามมา

รู้เปรียบเทียบขาวดำ  จิตมีธรรมนำปัญญา
กุศลดีมีคุณค่า  สุขอุราพาเบิกบาน

รู้เลวหรือปราณีต  ที่ละนิดจิตประสาน
ธรรมะมหาศาล   สุขสำราญงานย่อมดี

รู้โทษไม่มีโทษ  รู้ประโยชน์เป็นอย่างดี
รู้ดีหรือไม่ดี  ธรรมชั้นดีมีกุศล

รู้ธรรมทำให้ดี  บุญมากมีดีทุกคน
ตายไปได้กุศล  ย่อมหนีพ้นจากทุกข์เอย

ปภาวีร์ 
๖ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " ๕ ธันวา พระราชาผู้ทรงธรรม"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " ๕ ธันวา พระราชาผู้ทรงธรรม" พุทธศาสนิกชนคนไทยต่างทราบกันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ คือ "พระราชาผู้ทรงธรรม" ซึ่งเราคนไทยจะเห็นได้จากที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพบกับพระอริยสงฆ์องค์ต่างๆ ทั่วประเทศไทย ดั่งตัวอย่างเช่น Link ข้อมูลต่อไปนี้ 







ราชาผู้ทรงธรรม  เป็นผู้นำทำความดี
ราชาบารมี  บุญมากมีที่เทิดทูน

ราชาแผ่นดินไทย  ธรรมยิ่งใหญ่เกื้อการุณ
ราชาผู้มีคุณ  ธรรมเพิ่มพูนหนุนบุญมี

ราชาผู้เมตตา  ชาวประชาพาสุขี
ราชาธรรมวิถี  ประชาชีมีร่มเย็น

ราชาทรงเปี่ยมสุข  ธรรมสนุกทุกเช้าเย็น
ราชาธรรมบำเพ็ญ  เรามองเห็นเป็นบุญเอย
****************************************

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม
=============
พระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม  
เป็นผู้นำทำดีมีให้เห็น
ทรงธรรมะเลิศล้ำจิตบำเพ็ญ  
ทุกเช้าเย็นเด่นธรรมนำเจริญ

กราบพระองค์ทรงงานสานประเทศ  
ทุกขอบเขตเดชฤทธิ์จิตสรรเสริญ
ทรงงานยิ่งจริงแท้แน่มากเกิน  
ทรงดำเนินเพลินธรรมทำเรื่องดี

ห้าธันวาวันทาพาความสุข  
เกษมสุขทุกสิ่งยิ่งฤดี
ชาวประชาก้มกราบบาทธุลี  
น้อมชีวีพลีกายถวายเอย

ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ปภาวีร์ 
๕ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กรรมเป็นของตน - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กรรมเป็นของตน - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องกรรมเป็นสิ่งที่มีกับทุกคนทุกท่านอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอเชิญรับฟังคติธรรมดังกล่าวได้จาก YouTube ต่อไปนี้



เรามีกรรมเป็นของของตน แต่ว่าสิ่งอื่นนั้นไม่ตรัสว่าเป็นของของตน ชีวิตร่างกายนี้ก็ไม่ใช่เป็นของของตน ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ไม่ใช่เป็นของของตน

เมื่อทุกท่านได้รับฟังคติธรรมในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้นแล้ว น่าจะทำให้ทุกท่านเชื่อว่าเราทุกคนทุกท่าน มีกรรมเป็นของตน (จะเป็นกรรมดีหรือไม่กรรมไม่ดี ก็เป็นของแต่ละคน) ดังนั้น คงจะต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะพิจารณา "กรรม" ของตน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

ทุกคนต้องมีกรรม  ที่เคยทำนำผ่านมา
กรรมดีที่มีค่า  ย่อมนำพาหาสุขใจ

มีกรรมเป็นของตน  มีทุกคนทนต่อไป
กรรมดีมีมากไว้   ภพหน้าใหม่ให้ได้ดี

ชีวิตและร่างกาย   ต้องสลายตายทันที
ทรัพย์สมบัติไม่มี   เหลือกรรมดีที่มีธรรม

ทุกสิ่งถูกทิ้งไว้   ใช่หรือไม่ในผลกรรม
ทำดีเป็นประจำ   ย่อมเป็นกรรมนำเจริญ

ชีวิตนั้นสั้นนัก  ต้องรู้จักคัดส่วนเกิน
พอเพียงขอสรรเสริญ  จิตเพลิดเพลินเจริญธรรม

ชีวิตเดินต่อไป  สุขฤทัยในผลกรรม
มีธรรมนำสิ้นกรรม  สุขเหลือล้ำจดจำเอย

ปภาวีร์ 
๔ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทำบุญทีละน้อย - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทำบุญทีละน้อย - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับ "ทำบุญทีละน้อย" ขอเชิญรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


ฝนตกลงมาทีละหยาดๆ ก็ย่อมทำภาชนะที่รองน้ำให้เต็มได้ การทำบุญแม้ทีละน้อยๆ ก็ย่อมทำให้บุญเต็มขึ้นมาได้ มากขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ข้างต้นนั้น เชื่อว่าทุกท่านได้ทำตามอย่างแน่นอน เพราะการทำบุญเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยได้กระทำอยู่เป็นประจำ  อย่างไรก็ตาม หากว่าเราทำทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ในที่สุดย่อมจะมากขึ้นมาได้

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ทำบุญที่ละนิด  ทำด้วยจิตชิดในธรรม
ทีละน้อยประจำ  ทุกเช้าค่ำย้ำจิตตน

ทำบุญเริ่มคิดดี  คิดทำดีมีมากล้น
ทีละน้อยอดทน  สุขกมลพ้นทุกข์ภัย

ทำบุญในทุกวัน  จิตสร้างสรรค์ขยันไว้
น้อยมากเต็มขึ้นได้  มากมาได้ในทันที

ทำบุญหนุนภพหน้า  กาลเวลาพาได้ดี
ทำบุญสุขฤดี  นำชีวีดีแน่นอน

บุญนั้นคือสุขใจ  ทำมากไว้ได้ทุกตอน
ทำบุญอำนวยพร  อย่าผัดผ่อนก่อนไม่ดี

เริ่มต้นจากเมตตา  บุญนำพาหาสิ่งดี
ทำบุญได้ทุกที่  ขอให้มีดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พอ- สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พอ- สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับ "พอ" 

ลองอ่านตามรูปภาพต่อไปนี้ 



*********************
ผู้ที่มี "ความพอ" แล้ว ย่อมมีความพอใจในภาวะและฐานะของตน จนกระทั่งไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องนำตนไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น 
*********************

เชื่อว่าทุกท่านเมื่อได้อ่านคติธรรมคำสอนเกี่ยวกับ "ความพอ" ข้างต้นแล้ว คงจะสามารถทำให้ทุกท่านได้ข้อคิดอย่างดีในการที่จะ "พอ"

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตาพิจารณาแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ความพอไม่ต้องรอ  จิตต้องพอให้จงได้
ความพอเป็นอย่างไร  แล้วทำไมไม่เคยพอ

พอใจในภาวะ  และฐานะจะต้องพอ
แล้วทำอย่างไรหนอ  เพื่อให้พอก่อสิ่งดี

เปรียบเทียบกับผู้อื่น  จิตต้องตื่นฝืนให้ดี
พอแล้วในทันที  ขอแค่นี้ดีเกินไป

มองดูรู้ตัวตน  โดยไม่สนอดทนใจ
ธรรมะมีเร็วไว  เมื่อเข้าใจให้พอดี

ความพอฝืนที่จิต  พร้อมนึกคิดชิดธรรมดี
เกิดพอทุกนาที  สุขชีวีที่มีพอ

พอใจในตัวเรา  ทุกข์หนักเบาเศร้าไม่ต่อ
มีธรรมไม่ต้องรอ  มีความพอขอสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒ ธันวาคม ๒๕๕๘