Nuffnang Ads

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ อ่อนน้อมถ่อมตน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ อ่อนน้อมถ่อมตน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่า "เรื่องของการทำตัวให้อ่อนน้อมถ่อมตน" เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยในปัจจจุบัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 


คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกท่านจะต้องให้ความใส่ใจให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับเด็กๆๆ หากท่านใดมีลูกแล้วลองทำตามที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้ข้างต้น รับรองได้ว่าเป็นผลดีอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

มีลูกจะต้องสอน  อบรบก่อนจะสายไป
เด็กเล็กจะเติบใหญ่  ธรรมเข้าใจให้มากมี

เป็นเด็กต้องสวดมนต์  สวดทุกคนสนให้ดี
เจอพระไหว้ทันที   ยิ้มทุกทีดีแน่นอน

อ่อนน้อมพร้อมถ่อมตน  ให้ทุกคนจะได้พร
เลี่ยงทางคนแก่ก่อน  ดีกลับย้อนพรได้มา

พ่อแม่คือตัวอย่าง  เป็นหนทางอย่างมีค่า
สอนลูกทุกเวลา  เกิดคุณค่าพาเจริญ

ถ่อมตนในทุกที่  นำชีวีดีมากเกิน
อ่อมน้อมพร้อมขอเชิญ จิตเพลิดเพลินเจริญธรรม

ลูกหลานจะต้องสอน  ธรรมมาก่อนให้จดจำ
เรื่องดีมีประจำ  ลงมือทำดีแน่เอย


ปภาวีร์ 
๑๕ กันยายน ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ละสังโยชน์ได้ ต้องตั้งสติ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ละสังโยชน์ได้ ต้องตั้งสติ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "การละสังโยชน์" ดูเพิ่มเติมจาก YouTube ต่อไปนี้
https://www.youtube.com/watch?v=SrUWi8zuiyE&nohtml5=False

สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ได้ทราบ สิ่งที่ได้รู้ได้คิด ทุกอย่างเกิดดับไปแล้ว ไม่มีตัวตนอะไรตั้งอยู่ สิ่งที่ยังตั้งอยู่นั้น ก็คือตัวสังโยชน์ คือความผูกพัน ซึ่งเป็นตัวความปรุงความแต่งขึ้นมา การที่จะละสังโยชน์ได้ ก็จะต้องฝึกหัดตั้งสติ ให้มีสติกำหนดอยู่ ทุกขณะที่เห็น ที่ได้ยิน ที่ได้ทราบ ที่ได้คิดได้นึกอะไร หมั่นตั้งสติตรวจตราพิจารณาอยู่ดั่งนี้ สัจจะคือความจริงอย่างไรก็จะปรากฏขึ้นมา อันเป็นทางปฏิบัติเพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อดับทุกข์ร้อนทั้งหลาย

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพึ่งตนเองให้ได้ และนอกจากต้องพึ่งตนแล้ว จะต้องน้อมนำเอาธรรมมาเป็นที่พึ่งให้ได้ แล้วในที่สุด ที่พึ่งของเราจะเป็นสิ่งที่ตัวเราเองจะต้องพึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดมีเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้  

ตนเป็นเกาะที่พึ่ง จิตโน้มดึงธรรมเข้ามา
ตนพึ่งตนสนนำพา  ย่อมมีค่าพาสุขี

อย่าให้มีสิ่งอื่น  จิตต้องตื่นทุกนาที
น้อมธรรมเข้าชีวี  ตนรู้ดีพึ่งที่ใจ

พึ่งตนสนทำดี  ยิ่งมากมีดียิ่งใหญ่
เกาะธรรมมากเข้าไว้  หากตายไปใจเบิกบาน

ตนที่พึ่งแห่งตน  ให้มากล้นมหาศาล
ฝึกตนทนให้นาน  อีกไม่นานตายแน่นอน

มีตนพึ่งตนได้  พึ่งมากไว้ให้ได้ก่อน
พึ่งตนอย่าตัดรอน  พึ่งถาวรก่อนสายไป

สิ่งอื่นอย่าให้มี  ธรรมพึ่งดีมีต่อไป
พึ่งตนธรรมที่ใจ  เกาะพึ่งไว้ให้มากเอย


ปภาวีร์ 
๑๔ กันยายน ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เกียรติยศศักดิ์ศรี "

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เกียรติยศศักดิ์ศรี "คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำเกี่ยวกับของ "เกียรติยศศักดิ์ศรี " ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 


ที่มาของภาพ  http://goo.gl/BR6Ia8

คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้น ไม่ว่าเป็นคนหรือสัตว์ต่างเหมือนกัน  ที่สำคัญ คือ "เกียรติยศศักดิ์ศรี" ไม่สามารถที่ห้ามความตายได้  ดังนั้น เชื่อว่าทุกท่านที่ได้อ่านข้างต้นแล้ว หากว่าใช้จิตคิดทบทวนคงจะได้ทราบในจิตในใจของท่านอย่างแน่นอนว่า ปัจจุบันตัวของเรานั้้นเป็นอย่างไร มีเจ็บมีป่วยหรือไม่ และที่สำคัญคือ ทุกคน (สัตว์ทุกตัว) ต้องตายอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาเมตตาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ตัดถือตัวถือตน  อย่าไม่สนเป็นอย่างไร
คนหรือสัตว์ว่าไง  เจ็บตายได้ไปพร้อมกัน

เกียรติยศศักดิ์ศรี  อยากจะมีดีแข่งขัน
ทุกท่านว่าไงกัน  ตายลงพลันสูญสิ้นไป

ศักดิ์ศรีอาจมีค่า  เสียเวลาพาเสียใจ
ทุกคนล้วนอยากได้  อยากยิ่งใหญ่ใจระทม

เกียรติยศสูงส่ง  ไม่ดำรงคงชื่นชม
ทุกสิ่งต้องตรอมตรม  อาจระทมข่มฤทัย

สัตว์คนพ้นไม่มี  ตายทันทีมีหมดไป
ตายไปเอาไม่ได้  อย่าเสียใจต้องปล่อยวาง

จิตเราต้องสบาย  หากต้องตายออกจากร่าง
ปล่อยจิตไปตามทาง  นิพพานสร้างด้วยจิตเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ มารยาทผู้เป็นใหญ่"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ มารยาทผู้เป็นใหญ่" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่า "มารยาทของผู้เป็นใหญ่นั้นเป็นอย่างไร" ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 



คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นขอบอกเลยว่า "ผู้เป็นใหญ่" ทุกท่านจะต้องทราบหรือจะต้องทำให้ได้ เพราะหากว่าผู้เป็นใหญ่มีมารยาทตามที่หลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้แล้ว เชื่อว่าจะเป็นผู้ใหญ่ (ผู้เป็นใหญ่) ที่มีแต่คนรักอย่างแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

มารยาทของคน  จะต้องสนค้นให้ดี
ผู้เป็นใหญ่ต้องมี  มารยาทดีมีอย่างไร

สุขุมและรอบคอบ  ต้องขอบอกชอบหรือไม่
มารยาทผู้ใหญ่  เริ่มที่ใจในทันที

ไม่หวั่นคำนินทา  เสียเวลาพาไม่ดี
สรรเสริญอาจมี  ใจนิ่งดีมีมั่นคง

มารยาทจรรยา  สิ่งมีค่าพาดำรง
ต้องมียั่งยืนยง  ตามประสงค์คงในธรรม

ผู้เป็นใหญ่ใจดี   จิตคิดดีมีประจำ
ธรรมะจิตน้อมนำ  ลงมือทำล้ำกว่าใคร

ฝึกตนสนให้ดี  นำชีวีดีต่อไป
มีธรรมนำสู่ใจ  เป็นผู้ใหญ่ใจดีเอย

ปภาวีร์ 
๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ดับทุกข์คือดับตัณหา - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ดับทุกข์คือดับตัณหา - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ดับทุกข์คือดับตัณหา" ดูเพิ่มเติมจาก YouTube ต่อไปนี้
https://www.youtube.com/watch?v=fMl-HxkiR-Q&nohtml5=False



ผู้มีปัญญาทำอย่างไรจึงจะข้ามห้วงทุกข์ ความดับทุกข์นั้นก็คือดับตัณหา ซึ่งเป็นเหตุ จึงจะดับทุกข์ ซึ่งเป็นผล และการดับทุกข์ที่เป็นผลนั้น ก็ต้องดับชาติทุกข์เป็นต้นไป คือดับเกิดเสียด้วย แปลว่าไม่เกิด เมื่อไม่เกิดจึงจะเป็นอันว่าพ้นทุกข์ได้สิ้นเชิง และก็ต้องปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘ เพราะฉะนั้น ให้ทำความระลึกถึง หลักในอริยสัจทั้ง ๔ นี้ เป็นที่ตั้ง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องดับให้ได้ คือ การดับทุกข์ หากไม่สามารถดับทุกข์ได้ย่อมจะวนเวียนเปลี่ยนไปไม่มีวันสิ้นสุด ซึ่งการดับทุกข์คือการดับตัณหาความอยากของเราให้สิ้นลงไปในที่สุด


และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดมีเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ผู้ที่มีปัญญา  แก้ปัญหาพาเห็นธรรม
ดับทุกข์คือตัวนำ  จะต้องธรรมทำให้ดี

ดับได้ไม่ต้องเกิด  สิ่งประเสริฐเลิศยิ่งใหญ่
เพียงแต่ทำอย่างไร  ต้องเข้าใจให้ดีดี

ต้องดับตัวตัณหา  ที่นำพาหาไม่ดี
ตัณหาทุกข์ชีวี  ทำไงดีมีต้องปลง

ดับทุกข์ในทุกสิ่ง  ธรรมเห็นจริงยิ่งมั่นคง
ชีวิตไม่ยืนยง   ไม่ดำรงคงฟ้าดิน

อริยสัจสี่  เป็นสิ่งดีที่ได้ยิน
ระลึกถึงให้ชิน  ตัณหาสิ้นดับสูญไป

ฝึกตนสนพ้นทุกข์  จิตมีสุขในเร็วไว

ดับทุกข์สิ่งยิ่งใหญ่  ไม่ว่าใครได้แน่เอย 

ปภาวีร์
๑๑ กันยายน ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่มั่น บำรุงใจให้ใหญ่โต"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่มั่น บำรุงใจให้ใหญ่โต" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่มั่นสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่า "ทำอย่างไรที่จะบำรุงใจใหญ่โตได้" ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 




คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่มั่นข้างต้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับจิตใจของเราเป็นสิ่งที่ใกล้ๆ กับตัวเรามากที่สุด "ใจ" จะใหญ่โตได้อย่างไร คงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะได้พิจารณาหาทางให้ใจของตนให้ใหญ่โตในเรื่องของ "ธรรม" นำเจริญในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

ใหญ่แต่กายภายนอก  อาจช้ำชอกบอกไม่ได้
ใหญ่แต่ชื่อหรือไม่  ยศอาจใหญ่ใยระทม

ใหญ่สำคัญที่ตน  อาจหมองหม่นและขื่นขม
ใหญ่กายไม่เหมาะสม  อาจตรอมตรมสมน้ำหน้า

ต้องใหญ่กายและใจ  บำรุงใจในทุกครา
ใจใหญ่โตมีค่า   ธรรมนำพาหาให้มี

บำรุงใจในธรรม  เป็นประจำทำมากมี
บำรุงในสิ่งดี  นำชีวีดีต่อไป

บำรุงใจถูกต้อง  ตามครรลองมองธรรมไว้
บำรุงให้ยิ่งใหญ่  ทุกข์หมดไปในทันที

บำรุงทุกเวลา  ธรรมมีค่าพาไปดี
ตายไปจะสุขี  นิพพานมีดีแน่เอย


ปภาวีร์ 
๑๐ กันยายน ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ความมีสติทุกเมื่อ - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ความมีสติทุกเมื่อ - ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "การมีสติทุกเมื่อ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 





ความมีสติทุกเมื่อนั้น ก็คือการปฏิบัติธรรมสติในสติปัฏฐาน ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้พิจารณากายนี้ เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงไป มีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ ว่าเต็มไปด้วยสิ่งไม่สะอาดมีประการต่างๆ จะทำให้ได้สติ ระลึกได้ไปในกาย เป็นการปฏิบัติเป็นไปเพื่อบรรเทาราคะ ความติดยินดีในกาย อันเป็นทางปฏิบัติเพื่อจะนำไปสู่ ความเป็นผู้ชื่อว่าสันโดษเป็นต้น

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องอนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปดังนี้

สติมีทุกเมื่อ  จิตอย่าเบื่อเพื่อตนเอง
สติฝึกให้เก่ง  ไม่ต้องเร่งมีทุกครา

สติในทุกส่วน  ขอเชิญชวนให้นำพา
สติสิ่งมีค่า  สติมาพาเจริญ

สติกายและจิต  ที่ละนิดสรรเสริญ
สติให้มากเกิน  ย่อมเพลิดเพลินเจริญธรรม

ระลึกนึกให้ได้  ว่าอะไรให้ประจำ
สติก่อนจะทำ  พร้อมน้อมนำธรรมสู่ใจ

พิจารณาให้มั่น  จิตขยันธรรมเข้าใจ
สติลมหายใจ  เข้าออกไว้ให้รู้ดี

สติมีให้มาก  ปราศจากเรื่องไม่ดี
สติมีทันที  สุขฤดีนิรันดร์เอย

ปภาวีร์ 
๙ กันยายน ๒๕๕๙