Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพาน - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพาน - สมเด็จพระสังฆราช"  คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "นิพพาน" เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งจริงแท้ จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้


ที่ตรัสสอนเรื่องทุกข์ก็เพื่อให้รู้จักทุกข์ และเพื่อปฏิบัติให้พ้นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ ดังที่ตรัสถึงพระนิพพานว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานคือธรรมะเป็นที่สิ้นกิเลสและกองทุกข์

เรื่องของนิพพานที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงเมตตาไว้ข้างต้น เป็นสิ่งที่ทุกคนทุกท่านสามารถที่จะน้อมนำมาสู่ตนได้ในที่สุด

และผู้เขียนขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้เพื่อการพิจารณาเมตตาเพื่อการชี้แนะในการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ทุกข์ให้รู้จักทุกข์  ให้พ้นทุกข์สุขนิรันดร์
ทุกสิ่งดับสิ้นกัน  สุขฉับพลันในทันกาล

ปฏิบัติให้พ้นทุกข์  สร้างความสุขจิตเบิกบาน
สิ่งนั้นคือนิพพาน  ตลอดกาลไม่กลับมา

ธรรมะสิ้นกิเลส  สิ่งวิเศษทรงคุณค่า
นิพพานน้อมเข้าหา  ทุกเวลาพาสุขใจ

อันว่านิพพานัง  ปรมังสุขังไว้
ธรรมะสิ่งยิ่งใหญ่  ดับเผาไหม้ในกองทุกข์

นิพพานคือเป้าหมาย  หากว่าตายจะได้สุข
หมดสิ้นในความทุกข์  พบความสุขทุกข์ดับสูญ

นิพพานผูกที่จิต  ที่ละนิดชิดเป็นบุญ
ธรรมะจะเกื้อกูล  เพื่อเป็นทุนหนุนนิพพาน

ต้องฝึกในทุกวัน  จะเสกสรรค์หมั่นสืบสาน
ฝึกจิตอีกไม่นาน  สู่นิพพานกาลนี้เอย

*************************************
อาลัยเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช
==========================
สมเด็จพระสังฆราช  ประชาราษฏร์กราบอาวรณ์
สมเด็จพระญาณสังวร  ถวายพระพรจรนิรันดร์

ก้มกราบน้อมวันทา  ชาวประชาพาโศกศัลย์
อาลัยไทยทั่วกัน  ชั่วนิรันดร์ปันแบ่งบุญ

อาลัยในกาลนี้  น้อมฤดีมีธรรมหนุน
พระองค์ทรงพระคุณ  มากมีบุญค้ำจุนธรรม

น้อมส่งกันทั้งไทย  น้อมดวงใจให้จดจำ
พระองค์ทรงสูงล้ำ  ทรงพระธรรมนำไทยเอย

ปภาวีร์ 
๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตว่าง - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จิตว่าง - สมเด็จพระสังฆราช"  คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องของจิตว่างเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะต้องลอง "จิตว่าง" ดู และขอเชิญฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้


พุทธศาสนามุ่งถึงความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่งทางพุทธศาสนา จึงมุ่งถึงความไม่มีโรคคือกิเลส ก็คือจิตว่างกิเลส ที่เรียกว่าจิตว่าง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถทำให้จิตว่างบ่อยๆ ย่อมจะดีอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านโปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดีต่อๆ ไป ดังนี้

อันความไม่มีโรค  ย่อมเป็นโชคประโยชน์นัก
หลายโรคไม่รู้จัก  ยากยิ่งนักรักษาหาย

ไม่มีโรคย่อมดี  สุขชีวีดีทุกราย
มีโรคแล้วต้องตาย  หญิงหรือชายตายทุกคน

ไม่มีโรคคือกิเลส  ยิ่งวิเศษเดชสู่ตน
ไม่มีทุกข์ในกมล  ไม่อับจนกุศลบุญ

จิตว่างกิเลสหมด  ธรรมปรากฎจดเป็นทุน
ธรรมะจะเป็นคุณ  พร้อมเกื้อหนุนตุนต่อไป

จิตว่างสร้างไม่ยาก ธรรมให้มากสามารถไว้
ทบทวนอยู่ที่ใจ  ว่างหรือไม่ใจรู้ดี

ไม่มีโรคเป็นลาภ  ธรรมอย่าขาดให้มากมี
จิตว่างทุกนาที  พร้อมไปดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กาม - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กาม - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องของ "กาม" น่าสนใจอย่างยิ่ง ขอเชิญรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



ผิดศีลกันได้ต่างๆ เพราะกามนี่แหละ ต้องสร้างบาปสร้างอกุศลกรรมกันต่าง ๆ ฆ่าฟันอะไรกันเป็นต้น เบียดเบียนกันต่าง ๆ วุ่นวายกันไปก็เพราะกามนี่แหละ ก็เพราะใจนี่แหละที่เป็นตัวกรรมภพ

คติธรรมคำสอนเกี่ยวกับ "กาม" ข้างต้นนั้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง คำสั้นๆ "กาม" แต่ก่อเกิดเป็นกรรมมากมายตามมา ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะต้องพิจารณาว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้ดีที่สุดสำหรับชีวิตในภพชาตินี้ 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปดังนี้

ว่าด้วยเรื่องของกาม  เป็นนิยามตามรู้กัน
เป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ ต้องโศกศัลย์กันมากมาย

กามเป็นบาปอกุศล  มีทุกคนทั้งหญิงชาย
มีเพราะไม่ยางอาย  ต่างวุ่นวายตายมีกรรม

เบียดเบียนกันเพราะกาม  ไม่เกรงขามยามกระทำ
หยุดได้ใจมีธรรม  เป็นประจำย้ำที่ใจ

วุ่นวายกันหลายอย่าง  กามหนทางสร้างทุกข์ใจ
กามมากยากแก้ไข  ตายจากไปใจระทม

ทุกอย่างอยู่ที่ใจ  กามตัดได้ไม่ตรอมตรม
มีธรรมจิตนิยม  จิตชื่นชมสมอุรา

ตัดได้ในกรรมภพ  ธรรมประสบพบคุณค่า
เวียนวนไม่เกิดมา  ตายขอลาพาสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สังขารคือการปรุงแต่ง - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สังขารคือการปรุงแต่ง - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องการสังขารนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงในเรื่องของสังขารไปได้ ดังนั้น ขอเชิญรับฟังได้ที่ YouTube ต่อไปนี้


สังขารคือปรุงแต่งนี้ก็เป็นอาการของชีวิต ซึ่งต้องมีการปรุงแต่งกันอยู่อย่างนี้ตลอด­เวลาไม่หยุด หยุดปรุงแต่งเมื่อไหร่ก็ตาย

คติธรรมคำสอนของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งจริงแท้แน่นอนตามที่เจ้าพระคุณฯ ได้เมตตาไว้ ท่านใดหากว่าหยุดปรุงแต่งเมื่อไหร่แล้วนั้น ย่อม "ตาย" ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

สังขารต้องเปลี่ยนแปลง  การปรุงแต่งของชีวิต
เปลี่ยนแปลงที่ละนิด  อย่าผูกติดคิดคงทน

สังขารร่วงโรยรา  ทุกเวลาพาอับจน
ทุกคนหนีไม่พ้น  ชื่นกมลพ้นไปพลัน

ปรุงแต่งอยู่อย่างนี้  โอ้ชีวีมีทุกวัน
สังขารกาลเปลี่ยนผัน ย่อมสัมพันธ์กันทุกราย

อาการของชีวิต  ถูกหรือผิดคิดมากมาย
สังขารหยุดเมื่อตาย  อย่าเสียดายตายแน่นอน

ปรุงแต่งแข่งขันกัน  ไม่สร้างสรรค์กันทุกตอน
สังขารอย่าอาวรณ์  ตัดนิวรณ์ก่อนจากไป

สังขารสิ่งไม่เที่ยง  จิตพอเพียงทุกเรื่องไว้
หยุดปรุงแต่งทันใด  ตายสุขใจในทันที

สังขารไม่คงมั่น  จิตค่อยหมั่นธรรมมากมี
ธรรมะพาตายดี  สิ้นสุดทีที่นิพพาน

สังขารไม่ถาวร  ไม่กลับย้อนตลอดกาล
มีธรรมจิตเบิกบาน สุขสำราญสังขารเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สิทธิชั่วคราว - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "สิทธิชั่วคราว - สมเด็จพระสังฆราช"  คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "สิทธิชั่วคราว" น่าสนใจอย่างยิ่ง ขอเชิญรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้  



ทุกๆ อย่างที่ยึดถือว่าเป็นของเรานั้น แม้ว่าจะมีสิทธิอยู่ แต่ก็เป็นสิทธิชั่วคราวเท่านั้น ไม่เป็นสิทธิที่แท้จริง เพราะถ้าเป็นสิทธิที่แท้จริงแล้ว ก็จะต้องไม่มีความพลัดพราก

คติธรรมคำสอนข้างต้นในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช นั้น เชื่อว่าทุกท่านอาจจะมีสิทธิในสิ่งของหรืออะไรหลายๆ อย่าง แต่สุดท้ายคงจะเป็นอย่างที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชได้เมตตาไว้อย่างแน่นอน คือ "สิทธิชั่วคราว" 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

ยึดถือเป็นของเรา  อาจจะเศร้าในที่สุด
ยึดไว้ในทุกจุด  ไม่เคยหยุดสุดหรือยัง

แม้ว่าจะมีสิทธิ  เนรมิตคิดใจสั่ง
ทุกสิ่งอาจต้องพัง  สิ้นกำลังฟังเอาไว้

ทุกอย่างสิทธิชั่วคราว  ไม่ยืนยาวต้องทำใจ
ยึดถือตลอดไป  ทุกข์ฤทัยในทันที

ถ้าสิทธิที่แท้จริง  จิตต้องนิ่งอิงธรรมดี
พลัดพลากย่อมไม่มี  สุขฤดีตลอดกาล

เมื่อยึดก็ต้องทุกข์  ไม่มีสุขในทุกงาน
จิตใจไม่เบิกบาน  ทุกข์อีกนานสานระทม

สิทธิชั่วคราวสิ้นสุด  หากไม่หยุดสุดตรอมตรม
ชีวิตไม่เหมาะสม  ยิ่งขื่นขมตรมอุรา

ต้องหาสิทธิแท้จริง  ธรรมมากยิ่งจริงทันตา
ธรรมะทุกเวลา  จิตเข้าหาพานิพพาน

พลัดพลากจากดับลง  ธรรมดำรงปลงทุกงาน
สุขใจนิรันดร์กาล  จิตเบิกบานกาลสิ้นเอย

ปภาวีร์ 
๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลงรักหลงชัง - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลงรักหลงชัง - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "หลงรักหลงชัง" ลองรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



รักอยู่ที่ไหนชังก็อยู่ที่นั่น มีความใคร่อยู่ที่ไหนความโกรธก็มีอยู่ที่น­ั่น และในขณะเดียวกันความหลงก็ย่อมมีอยู่ด้วย อันพึงกล่าวได้ว่าหลงรักหลงชัง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชข้างต้นนั้น เชื่อว่าจะต้องเกิดกับทุกท่านอย่างแน่นอน  และหากว่าลองใช้สติไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ยิ่งจะทำให้ได้เข้าใจว่า "หลงรักหลงชัง" เป็นอย่างไรในใจของเรา

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดพิจารณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

รักอยู่ที่แห่งไหน  ชังทันใดในทันที
ความใคร่ย่อมไม่ดี  ยิ่งมากมีดีไม่ได้

ความใคร่เมื่อเกิดขึ้น  จิตระรื่นชื่นหรือไม่
ความโกรธไปกันใหญ่  จิตทุกข์ใจในผลกรรม

ย่อมมีในความหลง  หากไม่ปลงคงชอกช้ำ
มีมากเป็นประจำ   สุดระกำช้ำอุรา

หลงรักและหลงชัง  มีแต่พังดั่งไฟป่า
เผาไหม้ทุกข์นำพา  จิตโรยราพาระทม

รักใคร่โกรธชังหลง  หากดำรงคงตรอมตรม
จิตใจยิ่งขื่นขม  ดิ่งลึกจมจนตัวตาย

จะแก้ไขอย่างไร  ธรรมมากไว้อย่าเอียงอาย
มีธรรมยังไม่สาย  จิตสบายตายสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ศีล สมาธิ ปัญญา - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ศีล สมาธิ ปัญญา - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องของ "ศีล สมาธิ ปัญญา" เชื่อว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านคงจะทราบกันดีเป็นอย่างยิ่ง  อย่างไรก็ตาม ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้


"...ศีลก็เหมือนอย่างราก สมาธิก็เหมือนอย่างต้น ปัญญาก็เหมือนอย่างยอด..."

คติธรรมคำสอนข้างต้นในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช นั้น ทั้งสามสิ่ง คือ "ศีล สมาธิ ปัญญา" เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องอยู่ด้วยกันเหมือนกับราก ลำต้น และ ยอด ของต้นไม้ ดังนั้น หากว่าเราทุกคนมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา แล้วนั้น ย่อมจะสมบูรณ์เหมือนกับต้นไม้ที่ยืนยงคงทนถาวรในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

สามสิ่งยิ่งสำคัญ   สิ่งสร้างสรรค์หมั่นทำไว้
ศีลสมาธิไง   ปัญญาไวในทันที

สามสิ่งย่อมสัมพันธ์  มีครบครันพลันสุขี
ตั้งใจให้มากมี  นำชีวีมีกุศล

สามสิ่งเหมือนต้นไม้  รากใบไม้ใหญ่ลำต้น
สู่ยอดสูงเบื้องบน  เปรียบเหมือนคนสามสิ่งดี

ศีลธรรมนำรักษา  ทรงคุณค่าพาบุญมี
สมาธิมากยิ่งดี  ปัญญาดีมีทุกงาน

สามสิ่งจริงแน่นอน  อำนวยพรตลอดกาล
หนทางสู่นิพพาน  ธรรมประสานสำราญใจ

รากต้นยอดสามสิ่ง  ธรรมแท้จริงจะยิ่งใหญ่
ทำตัวเหมือนต้นไม้  สุขทันใดในกาลเอย

ปภาวีร์ 
๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๘