Nuffnang Ads

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " หลวงปู่ชา เพราะชอบไม่ชอบ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " หลวงปู่ชา เพราะชอบไม่ชอบ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับเรื่องของ "ชอบไม่ชอบ"  หากว่าท่านใด "ชอบ" ก็ลองฟังต่อได้ที่ YouTube ต่อไปนี้ 


"...จริงแล้วไม่ต้องค้นคว้าอะไรให้มากมาย มันมีความสงบ มันมีความระงับ เพราะว่าโลกอันนี่ ที่เราอยู่เนี้ย  มันไม่ทำอะไรใคร มันไม่เป็นอะไรกับใคร นะ  มันก็เป็นสภาวะของมันอยู่อย่างงั้น ทำไมบางครั้งเราถึงเป็นทุกข์ เพราะเราไม่ชอบมัน ทำไมบางครั้งเราถึงเป็นสุข เพราะเราไปชอบมันเข้า ไอ้เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องชอบ เรื่องไม่ชอบ มันเป็นเรื่องของธรรมดาของมัน เปลี่ยนแปลงไปมาอยู่เช่นนั้น แต่คนไม่ค่อยจะมาดูตัวของตัวเอง ไปมองดูอย่างอื่นมาก มันจึงไม่เห็นตน ถ้าคนเห็นตน มันก็เห็นความจริง เห็นตนก็เห็นธรรมะ เห็นธรรมะก็เห็นตน 
อันนี้มันไม่เห็นตน มันก็ไม่เห็นธรรมะ ไม่เห็นตนไม่เห็นธรรมะ มันก็ไม่เห็นความจริง ถ้าไม่เห็นความจริง ก็ไม่มีความถูกต้อง ตามความจริง ตามธรรมะ ฉะนั้น คนไม่รักธรรมะ มันจึงเป็นทุกข์ มันถึงไม่สบาย คนมีธรรมะในใจแล้วนะ มันสบาย มันสบาย ก็เพราะมันอย่างงั้น เป็นความจริงอยู่ทุกอย่างในโลกนี้ มันเป็นจริงอย่างนั้น..." 

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชาข้างต้น หากว่าได้ฟังแล้วชอบ ก็ลองฟังอีกสักครั้ง (หรือ หลายๆ ครั้งก็ได้) แล้วยิ่งจะทำให้เราได้เห็นตนมากยิ่งขึ้น ว่าตัวตนของเรานี้เป็นอย่างไร มีความชอบใน "ธรรมะ" แล้วหรือยัง หากว่ายังไม่ชอบก็ต้องขอบอกอีกครั้งว่า "ต้องฟังท่านหลวงปู่ชา" อีกรอบ  (แล้วอาจจะชอบในที่สุด)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้กรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

จะชอบหรือไม่ชอบ  จะต้องตอบตนให้ได้
ชอบแล้วจะสุขใจ  ชอบเข้าไว้ในใจตน

ต้องกลับดูตัวเอง  จิตต้องเล็งเพ่งอดทน
ธรรมะจะต้องสน  มนุษย์คนทนต่อไป

ถ้าไม่เห็นความจริง  ทุกข์อย่างยิ่งจริงหรือไม่
ทุกอย่างอยู่ที่ใจ  จะถามใครให้รู้ดี

เห็นธรรมะเห็นตน  ทุกข์หนี้พ้นจนสุขี
ธรรมะเป็นของดี  จะต้องมีจิตเฝ้าดู

คนไม่รักธรรมะ  ไม่พบพระไม่เรียนรู้
ไม่ชอบน่าอดสู  เลยไม่รู้อยู่ทุกข์ใจ

ความจริงตามธรรมะ ชั่วลดละจะสุขใจ
ต้องชอบธรรมมากไว้  ธรรมในใจให้สุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คนกับมนุษย์ - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คนกับมนุษย์ - พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุเกี่ยวกับเรื่องของความเป็น "คนกับมนุษย์" เชื่อว่าเราทุกท่านทราบกันดีว่า "คน" คือ อะไร "มนุษย์" คือ อะไร  แต่อย่างไรก็ตาม เราคงจะต้องเลือกเอาว่าเราจะเป็น "คน" หรือเป็น "มนุษย์" ด้งนั้น ขอเชิญฟังคติธรรมดังกล่าวได้จาก YouTube ต่อไปนี้


"...โรงเรียนเค้าสอนผิด ๆ สอนเด็ก ๆ ว่ามนุษย์แปลว่าคน คนคือมนุษย์ นั่นมันเป็นคำสอนที่ผิด มนุษย์นี้ต้องอบรมกันมาก ถ้าใจมันยังต่ำ มันยังไหลไป  ทางต่ำ ยังไม่เป็นมนุษย์ ยังเป็นคน ถ้าอยากเป็นมนุษย์รีบยกจิตใจให้สูงด้วยธรรมะ..."

เมื่อทุกท่านได้รับทราบคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้นแล้ว เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะสามารถเลือกได้ว่าตัวของท่านจะเป็นอะไร สามารถเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งพึงใจของท่านจะชอบมากที่สุด  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ชีวิตเราเลือกได้  เป็นอย่างไรใจรู้ดี
เลือกนั้นทำไงดี   เรื่องชีวีมีหลากหลาย

มนุษย์หรือเป็นคน  ธรรมต้องสนให้มากมาย
เป็นคนเดี๋ยวก็ตาย  ยังไม่สายอายทำไม

ต้องอบรมกันมาก  อาจไม่ยากหากสนใจ
ธรรมะต้องสู่ใจ   มีมากไว้ในตัวตน

รีบยกจิตให้สูง  ธรรมชักจุงมุ่งกมล
มนุษย์ธรรมมากล้น  เปลี่ยนจากคนในทันที

ต้องเลือกสักหนึ่งอย่าง  เป็นหนทางสร้างสิ่งดี
เป็นมนุษย์ย่อมดี  นำชีวีดีปลอดภัย

ยกจิตเรื่องไม่ยาก  ธรรมสามารถมากที่ใจ
เป็นมนุษย์เร็วไว  สุขฤทัยในทันกาล

ยกจิตด้วยธรรมะ  จิตมานะจะเบิกบาน
ยกได้สุขสำราญ  อาจนิพพานกาลต่อไป

เปลี่ยนคนเป็นมนุษย์  มีความสุขทุกข์หมดไป
ธรรมะยกจิตใจ   สุขยิ่งใหญ่ในธรรมเอย


ปภาวีร์ 
๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พุทธทาสภิกขุ เฉโก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พุทธทาสภิกขุ  เฉโก" จากนิตยสารรายปักษ์ Secret ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑๐๙ เรื่อง เคล็ดลับที่ควรรู้ ก่อนเดินทางสู่นิพพาน (๑) เขียนโดย ดร. วรภัทร ภู่เจริญ หน้า ๘๔ 



ข้อมูลข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่ท่าน ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับที่ท่านพุทธทาสภิกขุใช้คำว่า "เฉโก"  ดังนั้น ในชีวิตของคนเรานั้น หากว่าเราไม่เฉโกออกมาบ่อยๆ แล้ว เชื่อว่าจะเป็นสิ่งดีผลดีต่อตัวของเราและคนรอบข้างอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เมื่อไรที่ "เฉโก"  อาจโมโหจิตไม่ว่าง
ความคิดเกิดหลายอย่าง  ดีชั่วบ้างทางของตน

เฉโกทำจนชิน  ดีสูญสิ้นหมองกมล
เกิดได้ในทุกคน  ชินเสียจนตนไม่รู้

ความคิดที่ลำเอียง  ย่อมไม่เที่ยงเสี่ยงน่าดู
อัตตาน่าอดสู   จิตหดหู่ไม่รู้ธรรม

เฉโกย่อมไม่ดี  ยิ่งมากมีฤดีช้ำ
หากมีเป็นประจำ  ทุกข์ตอกย้ำประจำตัว

เมื่อไรจิตไม่ว่าง  ต้องหาทางวางละชั่ว
ธรรมะอยู่กับตัว  ไม่เมามัวตัวรู้ดี

เฉโกมามากมาย  น่าเสียดายอายฤดี
หยุดได้ในทันที  โดยต้องมีธรรมนำใจ

จิตว่างทางสว่าง  เป็นหนทางสร้างสุขใจ
เฉโกหยุดทันใด  สุขฤทัยในทุกงาน

คิดแบบอคติ  ไร้สติมหาศาล
เฉโกหยุดทันกาล  จิตเบิกบานสำราญเอย

ปภาวีร์ 
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตมันไวมาก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตมันไวมาก" สำหรับหลวงตาม้า ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

ซึ่งท่านหลวงตาม้าได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่องความไวจิต สามารถรับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


"... จิตมันไวนะฮะ จิตคนเรานี่ไว ไวมากเลยฮะ ไวกว่านี้อีก อินเตอร์เน็ทเนี้ย อินเตอร์เน็ทนี่หลวงตายกมืออย่างนี้เจ็ดนาทีถึงอเมริกา เจ็ดวิใช่มั้ย แต่ถ้าหลวงตานึกนี่ ถึงเห็นภาพเลย มันไวไง เพราะฉะนั้น เราจึงไม่สามารถหยุดมันได้ไง ขนาดเรานอน นอนนี่ เรายังไม่รู้เลยว่ามันหลับเมือไหร่ มันไวขนาดไหนละ เพราะฉะนั้น ใครหยุดมันได้นิ โอ้โฮสุดยอดเลยฮะ ฝึกฮะ ฝึกฮะ มันต้องฝึก ค่อยๆ ฝึก ฝึกไว้เตรียมตัวเพื่อจะต้องเปลี่ยน ต้องตาย ตายแหงแก๋..."

ท่านผู้อ่านคงจะทราบดีว่าจิตของเรานี้มันเร็วอย่างที่ท่านหลวงตาม้าได้เมตตากล่าวไว้ข้างต้น (หากไม่เชื่อท่านคงจะต้องลองดูว่า จิตเรานั้น เร็วจริงหรือไม่)  ดังนั้น เมื่อท่านหลวงตาม้าได้ชี้นำแนวทางไว้แล้วว่าจิตเรามันเร็ว คงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะต้องพิจารณาในการฝึกจิตเพื่อเตรียมตัวต้อง "เปลี่ยน" ต้อง "ตาย"  ซึ่งคงจะต้องหาวิธีการกันเอาเองว่าจะฝึกอย่างไรวิธีการใดที่จะเหมาะกับจิตของเรา 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

จิตเรามันไวมาก  ซึ่งสามารถไปทุกที่
จิตไวใช่ว่าดี  ทำไงดีที่หยุดได้

จิตคนวิ่งไปมา  ได้ทุกคราพาว่องไว
ยิ่งทุกข์วิ่งกันใหญ่  หยุดหรือไม่ใครจะรู้

จิตเราจต้องหมั่นฝึก  จิตระลึกนึกเรียนรู้
จิตไวไม่เคยอยู่  หากเฝ้าดูรู้แน่นอน

เตรียมตัวฝึกให้ดี  รู้วิธีดีทุกตอน
ไม่ฝึกอาจตายก่อน  เวลาย้อนกลับไม่ได้

ตายแหงแก๋ทุกคน  จิตวิ่งวนปนว่องไว
ฝึกจิตหยุดให้ได้  ธรรมมากไว้ให้มากมี

ตั้งหมั่นมั่นฝึกฝน  ต้องอดทนสนธรรมดี
จิตคนนิ่งแล้วดี  นิพพานมีดีแน่เอย

ปภาวีร์
๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพานได้หมด หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพานได้หมด หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งในตอนนี้เสียงอาจจะไม่ชัดสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


"...พรหมก็ไปนิพพานได้ เทวดาก็ไปนิพพานได้ มนุษย์ก็ไปนิพพานได้ สัตว์ก็ไปนิพพานได้ คำว่า สัตว์ก็ไปนิพพานได้ นั้น องค์สมเด็จพระชินศรีทรงหมายความว่า สัตว์ทุกตนที่เป็นสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่จนถึงคน คนที่สร้างกรรม สร้างความชั่ว ถ้ากรรมหนักจริงๆ ตายจากมนุษย์ไปก่อนเกิดเป็นสัตว์นรก กรรมเบาจากสัตว์นรกก็มาเป็นเปรต จิตใจยังอยากเป็นคน เมื่อกรรมเบาลงจากเปรตเป็นอสุรกาย อสุรกายเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ แต่ความรู้สึกความต้องการยังเท่ากับเป็นคน  องค์สมเด็จพระทศพลกล่าวว่า แม้แต่เทวดา คน และ สัตว์ สามารถไปนิพพานได้..."
(เนื่องจากเสียงไม่ค่อยชัดเจนนัก ดังนั้น อาจจะผิดพลาด ขอกราบอภัยมา ณ โอกาส นี้)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

นิพพานคืออะไร  แล้วทำไมใจต้องการ
ธรรมะจิตประสาน  คงไม่นานนิพพานพลัน

ทั้งพรหมเทวดา  ต่างค้นหาพาสุขสันต์
นิพพานได้สักวัน  ธรรมครบครันทันพอดี

คนเราเมื่อตายไป  กรรมหนักใหญ่อเวจี
สัตว์นรกทันที  แสนหมื่นปีที่ใช้กรรม

จิตคนต้องแน่วแน่  นิพพานแท้หากมีธรรม
ธรรมะจะต้องทำ  เป็นประจำนำสู่ใจ

นิพพานท่านว่าเย็น  ธรรมบำเพ็ญเห็นเข้าใจ
ไม่เกิดอีกต่อไป  พอหรือไม่ใจถามดู

ตั้งจิตคิดทุกวัน  นิพพานกันธรรมเรียนรู้
ธรรมะต้องเชิดชู  จิตต้องสู้อยู่ทุกวัน

เป็นคนสนทำดี  นำชีวีมีสุขสันต์
นิพพานได้เร็วพลัน  ธรรมสร้างสรรค์ทันเวลา

ทุกสิ่งยังไม่สาย  ก่อนจะตายธรรมนำพา
นิพพานได้ทุกครา  ธรรมเถิดหนาทุกคนเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา จิตไม่มีอาหาร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา จิตไม่มีอาหาร" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เชื่อว่าพุทธศาสนิกชนคนไทยทราบกันดี  ซึ่งท่านได้เมตตาไว้เกี่ยวกับเรื่องของ "จิตไม่มีอาหาร" จึงขอเชิญรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


"...เพราะใจขาดอาหาร ขาดอาหารทั้งใจ ใจเราขาดอาหารที่ดี แต่ว่าอาหารร่างกายของเรามันพอสมควรแล้วทุกคน และอาหารทางใจคืออาหารทางจิตที่มาปฏิบัตินี้ เราพร้อมที่จะให้อาหารทางจิต ให้จิตเรามันอ้วน อันนี้พูดตามความรู้สึกที่อาตมาได้ก้าวเข้ามาสู่ชาวตะวันตกนี้เป็นอย่างนั้น คือ จิตไม่มีอาหาร จิตเรานั้น ก็หมายความว่า ปล่อยจิตไปตามอารมณ์ อารมณ์เป็นอย่างไร ก็ปล่อยจิตไปตามอารมณ์อย่างนั้น ผลที่สุดแล้ว ก็อารมณ์อันนั้นก็ดึงไปสู่ความทุกข์ เราทั้งหลายไม่มีปัญญา คือ มันปราศจากอาหารนั้น เห็นความสุขก็ตะครุบเอา เห็นความทุกข์ก็ไปตะครุบเอา ว่าเห็นสุขมันเป็นอย่างหนึ่ง เห็นทุกข์มันเป็นอย่างหนึ่ง ไม่รู้จักแก้ไขในส่วนตัวของเรา..."

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชาข้างต้น เชื่อว่าทุกท่านจะต้องเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะคนเราทุกคนจะต้องรับประทานอาหารเพื่อร่างกาย แต่เรื่องของอาหารทางจิต "จิตไม่มีอาหาร" คงจะต้องเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะต้องสนใจให้อาหารกับจิตตามที่ท่านหลวงปู่ชาได้เมตตาไว้  สิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นจริง คือ อาหารทางร่างกายย่อมจะมีวันอิ่ม ย่อมจะอิ่ม (หากว่าอิ่มแล้วยังกินอีก ท้องคงจะแตกอย่างแน่นอน) แต่ถ้าหากเป็นอาหารทางจิต เชื่อว่าจิตคงจะไม่มีวันอิ่ม ยิ่งจิตมีอาหาร คือ "ธรรมะ" มากเท่าไร ก็ยิ่งจะดียิ่งๆ ขึ้นไปในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปดังนี้

จิตไม่มีอาหาร  ไม่เบิกบานสำราญใจ
อาหารทางจิตใจ  ทำอย่างไรจะได้มา

ปล่อยจิตตามอารมณ์  ทุกข์ระทมตรมอุรา
อาหารจิตมีค่า  ต้องค้นหามาสู่ใจ

สุขก็ตะครุบเอา  ทุกข์ก็เอาเหมามาไว้
เรื่องธรรมไม่สนใจ  ทุกข์ต่อไปไม่ได้ดี

อาหารจิตชิดธรรม  เป็นประจำให้มากมี
ไตร่ตรองคิดให้ดี  อิ่มฤดีมีสุขใจ

ธรรมะอาหารจิต  วันละนิดจิตแจ่มใส
ความทุกข์หนีห่างไกล  สุขฤทัยทุกข์ไม่มี

ธรรมะไม่มีอิ่ม  หากลองชิมยิ้มทันที
อิ่มธรรมเป็นเรื่องดี  นำชีวีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กรรมเป็นของตน - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กรรมเป็นของตน - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่องกรรมของตน ซึ่งทุกคนจะต้องมีกรรมเป็นตนอย่างแน่นอน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังคติธรรมคำสอนดังกล่าวได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


"...เรามีกรรมเป็นของของตน แต่ว่าสิ่งอื่นนั้นไม่ตรัสว่าเป็นของของตน ชีวิตร่างกายนี้ก็ไม่ใช่เป็นของของตน ทรัพย์สมบัติทั้งหลายก็ไม่ใช่เป็นของของตน..."

เชื่อว่าทุกท่านจะต้องเข้าใจในเรื่องกรรมของตนอย่างแน่นอน เพราะที่เราเกิดมาเป็นคนเป็นมนุษย์ในทุกวันนี้ก็เพราะผลกรรมของเราที่ได้กระทำไว้ในภาพชาติที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ แต่เมื่อปัจจุบันเรากระทำกรรมอะไรไว้ คงจะต้องส่งผลไปต่อในภพหน้าอย่างแน่นอน (หากท่านใดไม่เชื่อ ก็คงไม่สามารถที่จะบังคับให้เชื่อได้ หากไม่เชื่อจริงๆ ก็คงจะต้องลองตายดู ว่าจริงหรือไม่) 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

มีกรรมเป็นของตน  กรรมทุกคนพ้นไม่มี
เกิดมาในชาตินี้  เพราะทำดีที่ผ่านมา

ชาตินี้กรรมเกิดใหม่  กรรมดีไว้ทุกเวลา
ตายไปมีคุณค่า  นำชีวาพากรรมพ้น

ชีวิตร่างกายนี้  คิดให้ดีมิใช่ตน
อย่าห่วงเลยหนอคน  กรรมของตนสนทำดี

ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย  ต่างสลายในทันที
กรรมตนนำชีวี  ชั่วหรือดีมีที่ใจ

ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง  เกิดความเสี่ยงเลี่ยงไม่ได้
กรรมดีมีมากไว้   กรรมของใครให้รู้ดี 

กรรมหนักหรือกรรมเบา  ความโง่เขลาเราไม่มี
ตั้งจิตคิดทำดี  ทุกนาทีมีทุกวัน

ตนนั้นบังคับได้  ธรรมที่ใจให้คงมั่น
กรรมชั่วตัดไปพลัน  ดีสร้างสรรค์ขยันทำ

กรรมตนสนให้มาก  เรื่องไม่ยากหากมีธรรม
ธรรมะมีประจำ  จิตน้อมนำย้ำธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘