Nuffnang Ads

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : กตัญญู ๔ อย่าง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : กตัญญู ๔ อย่าง" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่อง กตัญญู ซึ่งท่านหลวงพ่อได้เมตตาอธิบายไว้ประกอบด้วย ๔ อย่างด้วยกัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้รับชมรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


"... กตัญญู ๔ อย่าง
๑. กตัญญูต่อบุคคล รู้คุณของบิดามารดาไหม รู้คุณของครูบาอาจารย์ไหม รู้คุณเกิดให้สันติวิธีไหม ตรงนี้ข้อหนึ่ง
๒. กตัญญูต่อสถานที่ไหม รู้คุณของสถานที่ไหม รู้คุณของการศึกษาไหม รู้คุณของอาชีพการงานไหม รู้คุณของสันติ ที่ทำให้เกิดสันติวิธีเกิดความสุขความเจริญ
๓. กตัญญูต่อความดี ต้องรู้พระคุณของความดีที่ทำให้เราเป็นคนดีมาจนบัดนี้
๔. กตัญญูต่อตัวเอง รู้พระคุณของอวัยวะร่างกายไหม รักษาสุขภาพอนามัย อย่าให้เป็นอันตราย อย่ามัวเมาทางอบายมุขหาทางสนุกในสังคม..."

คติธรรมคำสอนของท่านพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องกตัญญู ๔ อย่างข้างต้น นับได้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะหากว่าเราทุกคนทุกท่านมีกตัญญูทั้ง ๔ อย่างครบถ้วนแล้ว ย่อมจะเป็นผลดีกับตัวเราและสังคมในทุกระดับนำมาซึ่งความสุขสันติในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขปรับปรุงดังต่อไปนี้

กตัญญูสี่อย่าง  เป็นหนทางสร้างความสุข
มีแล้วจะไม่ทุกข์  จะสนุกสุขที่ใจ

กตัญญูบุคคล  พ่อแม่ตนคนยิ่งใหญ่
ครูอาจารย์มอบให้  อยู่ในใจทุกเวลา

กตัญญูสถานที่  อาชีพมีการศึกษา
รู้คุณจิตนำพา  สิ่งมีค่าพาเจริญ

กตัญญูความดี  ทุกนาทีอย่าหมางเมิน
ทำดีจิตเพลิดเพลิน  ต้องขอเชิญเจริญธรรม

กตัญญูตัวเอง  อย่าอวดเบ่งเก่งประจำ
ร่างกายอาจบอบซ้ำ เพราะมัวทำเรื่องไม่ดี

กตัญญูรู้คุณ  ธรรมเกื้อหนุนทุนมากมี
สี่อย่างทำให้ดี  นำชีวีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อเวจีมหานรก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อเวจีมหานรก" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำเกี่ยวกับเรื่อง "อเวจีมหานรก" เป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าอย่างยิ่ง จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 

"...กลั่นแกล้งบุคคลอื่น ด้วยการเสียดสีด้วยวาจาบ้าง แสดงอาการกายบ้าง อย่างนี้เป็นต้น มันมีอารมณ์อิจฉาริษยาบุคคลอื่น เมื่อเห็นเขาได้ดี อดทนอยู่ไม่ไหว เห็นคนอื่นได้ดี หาทางกลั่นแกล้ง กล่าววาจาเสียดสีกระทบกระแทกให้เกิดความซ้ำใจ อาการตรงกันข้ามกับพรหมวิหาร ๔ แบบนี้ เป็นปัจจัยให้ท่านทั้งหลายลงอเวจีมหานรก..."

จะเห็นว่าคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้นเป็นสิ่งที่อาจจะเกิดกับตัวของเราได้ทุกเมื่อทุกเวลา (ลองทบทวนกันดูเอาเอง) อเวจีมหานรก เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการจะไปอย่างแน่นอน ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ที่แต่ละท่านได้จะได้พิจารณากันเอาเอง ว่าสิ่งที่ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เมตตาดังกล่าวนั้น ตัวเราจะทำอย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

กลั่นแกล้งบุคคลอื่น  จิตสดชื่นระรื่นใจ
ทำแล้วย่อมทุกข์ใจ  เป็นปัจจัยไปไม่ดี

ไปมหานรก  จะต้องตกอเวจี 
กล่าววาจาเสียดสี  นึกว่าดีมีทุกวัน

มีอารมณ์อิจฉา  ริษยาพาโศกศัลย์
มีแล้วไม่สร้างสรรค์  นรกพลันกันทันที

อดทนอยู่ไม่ไหว  ปากพูดไวไม่ใยดี
เห็นคนอื่นได้ดี   กล่าวเสียดสีมีทันใด

ต้องหาทางกลั่นแกล้ง  พร้อมทิ่มแทงแถลงไข
ก่อเกิดความซ้ำใจ  ทำกับใครไม่ได้ดี

ขาดซึ่งพรหมวิหาร  จิตหย่อนยานธรรมไม่มี
ตัวเราคิดว่าดี  อเวจีมีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า การเขียน Blog ธรรมะ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า การเขียน Blog ธรรมะ"  "หลวงตาม้า" ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่

โดยในโลกปัจจุบันเรื่องราวต่างๆ ได้ถูกส่งผ่านทาง Social Media กันอย่างมากมาย ดังนั้น ลองรับชมรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 



"... มาก เรากระจายออกไปร้อยคน เข้าใจหนึ่งคน ก็ OK แล้วนะ ถือว่าได้ผล จากหนึ่งคนนี่ต่อไปมันเข้าใจกระจายไปอีกร้อยคน ได้อีกหนึ่งคน มันก็ต่อไปอีก จากหนึ่งคนมันกระจายไปอีกร้อยคน ได้อีกหนึ่งคน..."

จากสิ่งที่ท่านหลวงตาม้าได้เมตตาไว้ข้างต้น เชื่อว่าเราทุกคนทุกท่านต่อจากนี้ไป หากว่ามีอะไรดีเกี่ยวกับเรื่อง "ธรรมะ" แล้วเรา Share แลกเปลี่ยนเวียนต่อไปให้กัลยาณมิตรเพื่อนของเรา เชื่อว่าจะเกิดผลดีอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะสิ่งที่ควรจะปรับแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เมื่อเขียน Blog ธรรมะ  จิตพบพระมานะเขียน
ตั้งจิตให้พากเพียร  คอยย้ำเตือนเขียนทุกวัน

จากหนึ่งไปเป็นร้อย  เขียนบ่อยบ่อยค่อยว่ากัน
เขียนไปใจสุขสันต์  ได้แบ่งปันสรรเรื่องดี

จากหนึ่งมันกระจาย  อย่าเสียดายอายไม่ดี
หมั่นเขียนบันทึกดี  ย่อมจะดีกระจายไป

ใช้ Social Media  ใช้ทุกเมื่อเพื่อธรรมไว้
แบ่งปันทุกคนไป  เมตตาให้ในทุกคน

เขียนมากหรือเขียนน้อย  หนึ่งเป็นร้อยคล้อยกมล
เขียน Blog เพื่อมวลชน  จิตสุขล้นสนเรื่องดี

เรื่องธรรมทำให้มาก  จะสามารถมากบุญมี
เขียนธรรมนำชีวี  ส่งผลดีมีต่อตน

เมื่อเขียนต้องค้นคว้า  ธรรมมีค่าต่อทุกคน
ธรรมะจะต้องสน  เมื่อเป็นคนสนทำดี

เขียน Blog อย่างสร้างสรรค์  จิตแบ่งปันทุกนาที
เขียนธรรมให้มาก  สุขชีวีนิรันดร์เอย

ปภาวีร์ 
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ พุทธะได้ทั้งหญิงและชาย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ พุทธะได้ทั้งหญิงและชาย" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญ เกี่ยวกับเรื่องการเป็น "พุทธะ" สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งบางท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้รับชมรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 



"...พุทธะ ไม่ใช่หญิงชาย
ผู้หญิงก็สร้างได้ ผู้ชายก็สร้างได้ สร้างได้เหมือนกันหมด
โยมเป็นผู้หญิงอย่าเสียใจ
ว่าเราบวชนุ่งเหลืองห่มเหลืองกับเขาไม่ได้
ว่าจะแทนคุณพ่อแม่ไม่ได้ ไม่จริง
ถ้าหากว่าเป็นโยมผู้หญิงนี่ มาเจริญพระกรรมฐาน
แล้วก็บวช ไม่ต้องมาบวชชีพราหมณ์
หมายความว่า ไม่ได้เป็นพราหมณ์
เราบวชกาย บวชวาจา บวชใจ บำเพ็ญศีลเจริญจิตภาวนา
สามารถช่วยพ่อแม่ได้ แล้วก็แทนคุณพ่อแม่ได้..."


เมื่อท่านผู้หญิงได้รับชมรับฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นแล้ว เชื่อว่าท่านผู้หญิงจะสามารถเป็น "พุทธะ" ได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เรามาร่วมกันเป็น "พุทธะ" กันให้มาก ย่อมจะสามารถสร้างความสุขในสังคมได้อย่างดียิ่งและยั่งยืนในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่จะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน (ที่เป็น พุทธะ) ได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หญิงชายเป็นพุทธะ  จิตเป็นพระมานะธรรม
บวชจิตชิดพระธรรม  เป็นประจำไม่ขาดเกิน

เป็นหญิงยิ่งพุทธะ  มีมานะจะเจริญ
พุทธะจิตเพลิดเพลิน  ขอชวนเชิญภาวนา

พุทธะเป็นผู้รู้  ธรรมเรียนรู้ทุกเวลา
เข้าถึงพึ่งทุกครา  ยามโศกาพาสุขเย็น

พุทธะหญิงหรือชาย  อย่าเสียดายตายไม่เห็น
ตั้งใจจิตบำเพ็ญ  ทุกเช้าเย็นเห็นแน่นอน

บำเพ็ญศีลประจำ  ธรรมทุกวันปันแบ่งพร
พุทธะได้ทุกตอน  อำนวยพรย้อนทุกคน

บวชกายวาจาใจ  หมั่นธรรมไว้ในกมล
พุทธะจะบันดล  ตายจากคนพ้นทุกข์เอย

ปภาวีร์ 
๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คนดีไม่ตีใคร ณ ถ้ำเมืองนะ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คนดีไม่ตีใคร  ณ ถ้ำเมืองนะ" พุทธศาสนิกชนคนไทยหลายๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อ "วัดถ้ำเมืองนะ" ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเช่นกันหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่

และหากว่าท่านใดได้เคยไปวัดถ้ำเมืองนะมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทุกท่านจะได้รับ คือ หนังสือธรรมะ โดยหนังสือธรรมะดังกล่าว ในหน้าหนึ่งมีข้อความคติธรรมคำสอนที่น่าสนใจดังนี้ (จำไม่ได้ว่าหนังสือชื่ออะไร และหน้าที่เท่าไหร่) 



"คนดีไม่ตีใคร"

คติธรรมคำสอนดังกล่าว "คนดีไม่ตีใคร" น่าจะเกี่ยวข้องกับพรหมวิหาร ๔ คือ เรื่องของเมตตา กรุณา มุติตา อุเบกขา  เพราะว่าเรามีข้อแรกของพรหมวิหาร ๔ คือ "เมตตา" แล้วนั้น ย่อมจะไม่สามารถที่จะ "ตี" ใครได้  อีกทั้ง ยิ่งมีข้อสองของพรหมวิหาร ๔ คือ "กรุณา" แล้ว  คงจะไม่สามารถที่จะตีและทำร้ายใครได้อย่างแน่นอน  ดังนั้น คงเป็นหน้าที่ของแต่ละคนแต่ะละท่านที่จะพิจารณาว่าตัวของเราเองนั้น ได้ "ตี" ใครไปหรือยัง และจะ "ตี" ใครต่อไปหรือไม่อย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อปรับแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 


คนดีไม่ตีใคร (ณ ถ้ำเมืองนะ)
========
คนดีไม่ตีใคร มีหัวใจในเมตตา
อภัยกรุณา ธรรมทุกคราพาสู่ใจ

ไม่ตีใครให้ทุกข์ มอบความสุขทุกคนไป
คนดีมีอะไร ถามหัวใจให้รู้ดี

ตีใครใจสนุก คงจะทุกข์ในฤดี
ธรรมะคงไม่มี ในชีวีดีไม่ได้

พรหมวิหารที่จิต ทีละนิดชิดเข้าไว้
กรุณาไม่ตีใคร ธรรมทันใดให้เมตตา

ตีใครใครก็เจ็บ กรรมจัดเก็บทุกเวลา
คนดีธรรมมีค่า ยิ่งเมตตาพาสุขใจ

ทุกคนรักชีวิต เป็นเพื่อนมิตรรักกันไว้

ขออย่าคิดตีใคร ธรรมมากไว้ใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระจักรพรรดิแก้วแดง วัดถ้ำเมืองนะ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "พระจักรพรรดิแก้วแดง วัดถ้ำเมืองนะ" พุทธศาสนิกชนคนไทยหลายๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อ "วัดถ้ำเมืองนะ" ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเช่นกันหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่

และหากว่าท่านใดได้เคยไปวัดถ้ำเมืองนะมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะได้เห็นคือ พระจักรพรรดิแก้วแดง ต่อไปนี้ 



ขอขอบพระคุณ รูปภาพ พระแก้วแดง จาก Facebook : ทอม จิวเวอรี่ 

ดังนั้น หากทุกท่านมีโอกาสไปเชียงใหม่ ก็ขอเชิญไปเที่ยวที่วัดถ้ำเมืองนะ  และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกลอนกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

พระจักรพรรดิแก้วแดง 
ถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
--------------------------------
บูชาพระจักรพรรดิแก้วแดง 
ธรรมส่องแสงแรงฤทธิ์จิตหาพระ
ต้องขอเชิญเพลิดเพลินถ้ำเมืองนะ 
มาพบพระจะดีมีสุขใจ

ท่องบทสวดตรวจจิตคิดเรื่องดี 
นำชีวีมีธรรมทำเข้าไว้
ถ้ำเมืองนะมานะจะต้องไป 
มากราบไหว้พระแก้วแล้วจิตงาม

พระแก้วแดงแต่งทรงองค์ตัวพระ 
ถ้ำเมืองนะแห่งเดียวเที่ยวสยาม
หลวงตาม้าพาธรรมนำติดตาม 
ทุกโมงยามสวดมนต์สนในใจ

กราบพระแก้วแคล้วคลาดทุกข์หายโศก 
ขจัดโรคโชคดีมีบุญใหญ่
ถ้ำเมืองนะพระธรรมนำสู่ใจ 
มาเร็วไวใจสุขทุกข์หมดเอย
**************************

พระแก้วแดง ถ้ำเมืองนะ
===============
กราบไหว้พระแก้วแดง จิตส่องแสงแรงในธรรม
ก้มกราบไหว้ประจำ จิตน้อมนำทำความดี

พระแก้วแดงงดงาม เลื่องลือนามตามทุกที่
ฟ้าดินปฐพี ชีวิตนี้ที่ได้ชม

จ้องมองตรงองค์พระ จิตพบพระกราบชื่นชม
พบพระอภิรมย์ สวยงามสมชมชื่นใจ

พระแก้วแดงทรงเครื่อง ธรรมประเทืองเรืองยิ่งใหญ่
ก้มกราบสุขฤทัย อยู่ในใจนิรันดร์กาล

พระแก้วแดงงามยิ่ง พระแท้จริงอิงตำนาน
คุณค่ามหาศาล ธรรมประสานเบิกบานใจ

ครั้งหนึ่งในชีวิต ตั้งดวงจิตชิดกราบไหว้

บูชาธรรมเข้าไว้ พรยิ่งใหญ่ใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใครจะใหญ่เกินกรรม วัดถ้ำเมืองนะ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใครจะใหญ่เกินกรรม วัดถ้ำเมืองนะ" พุทธศาสนิกชนคนไทยหลายๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อ "วัดถ้ำเมืองนะ" ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเช่นกันหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่

และหากว่าท่านใดได้เคยไปวัดถ้ำเมืองนะมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะได้รับกลับติดไม้ติดมือมาคือ โปสเตอร์ ต่อไปนี้ 


ซึ่งโปสเตอร์ดังกล่าวข้างต้นนั้น จะมีคติธรรมสั้นๆ ที่ได้ใจความมีความหมายอย่างยิ่ง คือ "ใครจะใหญ่เกินกรรม" 

แน่นอนว่าเราทุกคนที่เกิดมาล้วนมีกรรมเป็นของตนเอง ทำอะไรไว้ก็ต้องเป็นไปอย่างนั้น เอาเป็นว่าผู้เขียนไม่ขอขยายความไปมากกว่านี้ เป็นเรื่องที่ทุกท่านทราบกันดีเข้าใจกันดีว่า "กรรม" เป็นอย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไปดังนี้ 

ใครจะใหญ่เกินกรรม
============
ใครจะใหญ่เกินกรรม ที่เคยทำครั้งผ่านมา
กรรมเก่าย่อมตามมา กาลเวลาเปลี่ยนผ่านไป

กรรมเกิดเพราะเราทำ เป็นประจำอยู่ในใจ
กรรมมีไม่ว่าใคร เล็กหรือใหญ่ใจรู้ดี

กรรมใดที่ใครก่อ ไม่ต้องรอมาทันที
กรรมเก่าอาจมากมี ทำไงดีทีนี้เรา

ทำกรรมเพราะไม่คิด กรรมฝั่งจิตหนักหรือเบา
ทำกรรมเพราะมัวเมา เป็นเรื่องเศร้าเก่าผ่านมา

มีกรรมมากหรือน้อย จะต้องคอยภาวนา
ตั้งจิตแผ่เมตตา ธรรมมีค่าพาสุขใจ

กรรมมีเพราะเราทำ หากมีธรรมกรรมจากไป
กรรมสิ้นต้องชดใช้ ธรรมเข้าใจให้มากเอย

ปภาวีร์ 
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘