Nuffnang Ads

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ จะเมตตาเป็นข้อแรก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ จะเมตตาเป็นข้อแรก" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "ความเมตตา กตัญญูกตเวที และ ศีล ๕"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้


คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะต้องทำให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ "เมตตา" เพราะอย่างที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้กล่าวไว้ว่า "เมื่อเจริญกรรมฐาน จะมีเมตตาเป็นข้อแรก"  ดังนั้น หากว่าทุกคนคนไทยเริ่มเจริญกรรมฐานกันแล้ว ย่อมจะมีเมตตาเกิดขึ้นกันทุกคน แล้วเมื่อนั้นเราทุกคนก็จะมีแต่ความรักเมตตาต่อกันและกันไม่เบียดเบียนกัน เกิดความสุขสันต์แบ่งปันสิ่งดีๆ ในทุกระดับชนชั้นในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรัปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

เจริญกรรมฐาน  เป็นเรื่องงานของจิตใจ
ฝึกไว้ให้เร็วไว  จะยิ่งใหญ่ได้สิ่งดี

ข้อแรกได้เมตตา  สิ่งมีค่าพาสุขี
ต่อไปบุญมากมี  เกิดผลดีมีทุกคน

มีความกตัญญู เป็นผู้รู้คุณของคน
กตเวทีมากล้น  ย่อมเป็นคนที่มีบุญ

ธรรมได้ในศีลห้า  ทุกเวลาพาเกื้อกุล
เรื่องธรรมนำเป็นทุน  กุศลหนุนจุนเจือกัน

ศีลห้าพาสิ้นทุกข์  นำพาสุขทุกคนพลัน
ธรรมะจะสร้างสรรค์  พร้อมแบ่งปันเรื่องดีงาม

กรรมฐานงานใหญ่  จิตเข้าใจใจต้องถาม
เมตตาทุกโมงยาม  เป็นนิยามตามนั้นเอย

ปภาวีร์ 
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปสาทะความเลื่อมใส- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปสาทะความเลื่อมใส- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ปสาทะความเลื่อมใส" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=lDLLfVECWDA&index=15&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4
จิตตภาวนาอบรมจิตนั้นเป็นข้อสำคัญในการปฏิ­บัติธรรม และเมื่อพูดว่าจิตตภาวนาก็ย่อมนำให้ระลึกถ­ึงคุณของพระพุทธเจ้าว่าเป็นพระผู้ที่ตรัสร­ู้ ระลึกถึงคุณของพระธรรมว่าย่อมรักษาผู้ปฏิบ­ัติไม่ให้ตกไปสู่ที่ชั่วอระลึกถึงคุณของพระ­สงฆ์ว่าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วก็จะทำให้เกิด­ศรัทธาความเชื่อ ปสาทะความเลื่อมใสตั้งมั่นในคุณของพระพุทธ­เจ้า ในคุณของพระธรรม ในคุณของพระสงฆ์ ยิ่งขึ้น

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณองค์เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นนั้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถที่ตั้งมั่นตั้งใจให้ดีโดยการระลึกถึงพระรัตนตรัยให้เสมอ  แล้วย่อมจะเจอแค่กับสิ่งดีๆ อย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ในเรื่องปสาทะ  ยิ่งมานะจะเข้าใจ
นั้่นคือความเลื่อมใส  ไม่ว่าใครใจได้ธรรม

จิตตภาวนา  สิ่งมีค่าพาน้อมนำ
เลื่อมใสในพระธรรม  ยิ่งประจำนำเจริญ

กราบพระรัตนตรัย  คุณยิ่งใหญ่ใจขอเชิญ
เลื่อมใสใจเพลิดเพลิน  ให้มากเกินเชิญทุกคน

ตั่งมั่นพร้อมเลื่อมใส  ธรรมมาใส่ในกมล
เลื่อมใสให้มากล้น  ทุกข์หนีพ้นไม่จนใจ

ระลึกถึงพระคุณ   ย่อมเป็นบุญหนุนภพใหม่
สิ่งดีที่เลื่อมใส  พาสุขใจในทุกกาล

หมั่นฝึกอบรมจิต  ที่ละนิดคิดทุกงาน
เป้าหมายคือนิพพาน  ถึงแม้่นานสานจิตเอย

ปภาวีร์ 
๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " อาการที่สำรวม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " อาการที่สำรวม- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "
อาการที่สำรวมซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


https://www.youtube.com/watch?v=I09xzu8MDtM&index=25&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4

ทุกๆ คนเมื่อมาฟังธรรมดั่งนี้ ก็นั่งอยู่ในอาการที่สำรวม อันเป็นความสำรวมกาย สำรวมวาจา ก็คือว่าต้องสำรวมให้ตรึกตรองอยู่ในธรรมะ ที่อ่าน ที่ฟัง รวมเข้า คือสำรวมใจนั่นเอง ให้ใจตั้งที่จะฟัง ตรึกตรองในธรรมจึงจะเป็นไปได้ เพราะว่าความตรึกตรอง หรือวิตกวิจารนี้ ท่านเรียกว่าวจีสังขาร ปรุงแต่งวาจา เพราะคนจะพูดออกไปทางปาก ก็จะต้องคิดก่อน ใจต้องพูดก่อน ก็คือตรึกตรองนี้เอง จึงเป็นวาจาออกไปเพราะฉะนั้น ตรึกตรองนี้จึงเป็นเสมอวาจา ซึ่งเป็นภาษาของใจ

ด้วยเมตตาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ตามข้างต้นนั้น เมื่อไหร่ที่เราสามารถที่สำรวมได้ทั้ง กาย วาจา และใจ แล้ว ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน หากว่าตัวของเราสำรวมได้แล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดแต่ประโยชน์ในทุกด้านเกิดความสุขความเจริญกับทุกคนทุกฝ่ายในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดพิจารณากรุณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นๆ ดังนี้ 

สำรวมคำสั้นสั้น  ต้องคอยหมั่นขยันไว้
สำรวมกายวาจาใจ  ทำให้ได้ดีแน่นอน

สำรวมในเรื่องธรรม เป็นประจำทำทุกตอน
สำรวมอย่าตัดรอน  นั่งยืนนอนทุกเวลา

สำรวมได้ตรึกตรอง  จิตจดจ้องไม่หนีลา
คิดก่อนพูดออกมา  ย่อมนำพาหาแต่ดี 

สำรวมที่ใจก่อน  คิดกลับย้อนให้มากมี
สำรวมนำชีวี  ส่งผลดีมีทุกคน

นั่นคือภาษาใจ  ฝึกมากไว้ใจอดทน
เรื่องอื่นอย่าไปสน  อายผู้คนหากไม่ทำ

สำรวมให้ตั้งมั่น  จิตสุขสันต์ในเรื่องธรรม
หมั่นฝึกนึกประจำ  บุญนอมนำทำดีเอย


ปภาวีร์ 
๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ของดี"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ  ของดี"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดู่ สั้นๆ คือ "ของดี " ขอเชิญทุกท่านได้อ่านตามรูปภาพต่อไปนี้

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดู่ข้างต้นเป็นของดีที่อยู่ใกล้ตัวของเราทุกคน (คือ จิต)  ซึ่งแต่ละคนแต่ละท่านสามารถที่เลือกเอาของดีได้แตกต่างกันไปตามต้องการไม่ว่าจะเป็น ชั้น ตรี โท เอก อันสอดคล้องกับเรื่องของ "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"  ดังนั้น คงจะต้องเป็นหน้าที่ของท่านผู้อ่านว่าจะรับของดีที่เป็นระดับ ตรี โท หรือ เอก กันเอาเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ดังนี้

ของดีมีหลายอย่าง  จิตเลือกวางสร้างให้มี
สามสิ่งเอกโทตรี  ล้วนแต่ดีมีที่ตน

มันไม่มีอะไร หากเข้าใจใจต้องสน
ของดีมีทุกคน  ทางหลุดพ้นผลตามมา

ต้องรู้อนิจจัง  เรื่องทุกขังอนัตตา
ของดีสิ่งมีค่า  หากนำพาย่อมพ้นภัย

หนีตายไปไม่พ้น  สังขารคนย่อมต่อไป
ตายน้อยหรือตายใหญ่  ต่างเลือกได้ใจรู้ดี 

ตายใหญ่ก็ตายหมด  ธรรมปรากฏหมดชีวี
ตายน้อยหลับทันที  วนเวียนมีดีกลับมา

ไตร่ตรองดูให้ดี  ธรรมให้มีทุกเวลา
ของดีต้องค้นหา  อนัตตาพาสุขเอย

ปภาวีร์ 
๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ตัดกรรมตัดไม่ได้"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ตัดกรรมตัดไม่ได้" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่าตัวเรานั้น "เรื่องกรรมมันตัดไม่ได้"  ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 



คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต่างล้วนแต่ต้องการให้ชีวิตไม่มีกรรม  ไม่มีใครที่อยากจะประสบพบกับกรรม  ดังนั้น เราทุกคนสามารถที่กำหนดได้ว่าการดำเนินชีวิตของเราทุกวันนี้ไม่ให้มีกรรมกันหรือยัง  ซึ่งคงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะพิจารณาน่าทางกันเอาว่า "จะไม่ทำกรรมอีกต่อไป"  ที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขที่สุดนั้นเป็นอย่างไร

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

ทุกคนล้วนมีกรรม  ที่กระทำนำมาก่อน
กรรมเก่าไม่ตัดรอน  ชดใช้ก่อนในตอนนี้

ตัดกรรมย่อมไม่ได้  ต้องชดใช้ในทันที
กรรมเก่าหากมากมี  ทำไงดีมีเรื่องธรรม

ตัดกรรมอยู่ที่ตน  จิตอดทนสนประจำ
กรรมเราเพราะเราทำ  จิตน้อมนำชดใช้ไป

กรรมมากเพราะทำมาก ธรรมสามารถหากเข้าใจ
ทุกกรรมที่ทำไว้   ชดใช้ได้ในชาตินี้

ตัดกรรมใครว่าได้  จะถามใครให้รู้ดี
ชดใช้กรรมเรื่องดี  ใช้ทันทีดีต่อตน

ชีวิตต้องชดใช้  ที่ทำไว้ใจต้องสน
ใช้ไปให้อดทน  กรรมหมดพ้นวนเวียนเอย

ปภาวีร์ 
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สงบจิตของเรา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สงบจิตของเรา" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่าเป็น "เราจะหาความสงบของชีวิตได้อย่างไร" ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เราสามารถจะทำได้ หากว่าเราต้องการความสงบของชีวิต เราก็เพียงอย่าไปสนใจในเรื่องใด อย่างที่หลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้ข้างต้น แล้วในที่สุด เราจะต้องพบกับความสงบของชีวิตอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

บวชเนกขัมมะ  จิตพบพระจะต้องดี
บวชจริงหรือบวชชี  เป็นเรื่องดีมีต่อตน

เนกขัมมปฏิบัติ  เงียบสงัดจัดมากล้น
สงบในกมล  ทุกเรื่องพ้นไม่สนใจ

สงบจิตของเรา  เรื่องของเขาเราห่างไกล
หนีพ้นไม่ใส่ใจ  คนว่าให้ไม่ได้ยิน

บางเรื่องเสียเวลา  ธรรมเข้าหาพาให้ชิน
สงบนอนนั่งกิน  ปลงให้สิ้นสงบเย็น

อย่าไปสนเรื่องใด  เรื่องของใครไม่ไปเห็น
มีธรรมจิตบำเพ็ญ  ไม่ยากเย็นหากจะทำ

สงบจิตให้มาก  ย่อมสามารถมากในธรรม

ฝึกตนสนประจำ  ลงมือทำทันทีเอย


ปภาวีร์ 
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใจก่อกิเลสก่ออกุศล- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใจก่อกิเลสก่ออกุศล- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ใจก่อกิเลสก่ออกุศลมีโทษ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=l59ia00Q-eA&nohtml5=False
ใจที่ปรุงแต่งไปในทางก่อกิเลสก่ออกุศลนั้น­ไม่ดีมีโทษ แต่ว่าจิตใจที่ปรุงแต่งไปในทางกรรมฐานนั้น­ให้คุณ จนเห็นโทษของใจที่ปรุงแต่งไปในทางอกุศล จิตก็จะปรุงแต่งตรึกตรองไปในทางกรรมฐาน
จิตก็จะเป็นสมาธิตั้งอยู่ในกรรมฐานได้ ถ้ามันยังไม่สำเร็จอีก ก็ตรัสสอนให้ไม่สนใจ ไม่นึกถึง เหมือนอย่างว่าเห็นอะไรทางตา เมื่อไม่พอใจที่จะดูก็เมินหน้าไปเสียทางอื่น

โอวาทธรรมในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ใจเราที่กำลังจะปรุงแต่ไปในทางของกิเลสใดๆ นั้น สามารถที่จะใช้สติให้การคิดไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งหากว่าใจของเราสามารถที่หยุดการปรุงแต่งไปได้แล้ว ย่อมจะเกิดเป็นกุศลดีมีในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

เมื่อใดใจปรุงแต่ง  ร้อนเรี่ยวแรงแทงกิเลส
ไม่ใช่สิ่งวิเศษ  อาจอาเพศอกุศล

กิเลสสิ่งไม่มี  ยิ่งมากมีดีหนีพ้น
กรรมฐานอดทน  เกิดกุศลจนตัวตาย

ยิ่งธรรมนำความสุข  ไม่มีทุกข์สุขมากมาย
เริ่มธรรมยังไม่สาย  ไม่ต้องอายสายเกินไป

เห็นอะไรทางตา  อย่านำพาหามาใส่
เมินหน้าไม่สนใจ  หนีให้ไกลใจอย่าสน

ไม่นึกถึงให้ทุกข์  จิตสนุกสุขกมล
กิเลสไปให้พ้น  จิตอดทนผลได้ดี

เมื่อใดไม่พอใจ  ปลงมากไว้ให้มากมี
ตัดกิเลสทันที  สุขชีวีดีแน่เอย


ปภาวีร์ 
๒ กรกฏาคม ๒๕๕๙