Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปาฏิหาริย์ของธรรมะ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปาฏิหาริย์ของธรรมะ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ปาฏิหาริย์ของธรรมะ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 





พุทธศาสนา สมควรที่จะสดับตรับฟัง สมควรที่จะได้พิจารณาไตร่ตรองให้มีความเข้­าใจและสมควรที่จะรับมาปฏิบัติ เมื่อเป็นดั่งนี้แล้ว ก็จะบรรลุถึงประโยชน์ซึ่งเป็นส่วนผล และทั้งได้ชื่อว่าประพฤติธรรมที่ควรประพฤต­ิ เพราะเป็นความสัจจ์ ความจริง เป็นความถูกต้อง อันจะเป็นเหตุให้ประสบประโยชน์ดั่งที่ตั้ง­ใจจะได้จะถึง นี้แหละคือตัวปาฏิหาริย์ของธรรมะที่เป็นคำ­สั่งสอนของพระพุทธเจ้า

เมตตาที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ได้ทรงประทานไว้ข้างต้น เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง  และสมควรอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนทุกท่านจะได้เห็นถึงปาฏิหาริย์ของธรรมะ  ซึ่งเมื่อเห็นเป็นอย่างนั้นแล้ว ย่อมจะนำมาซึ่งประโยชน์ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ปาฏิหาริย์ธรรมะ  ชัยชนะจะนำสุข
ธรรมะพาสิ้นทุกข์   เพิ่มสนุกทุกชีวิต

ไตร่ตรองให้เข้าใจ  ธรรมยิ่งใหญ่ใจใกล้ชิด
ทุกคนย่อมมีสิทธิ์   เนรมิตจิตเห็นธรรม

บรรลุถึงประโยชน์  ไม่มีโทษลงมือทำ
เริ่มต้นจิตน้อมนำ  ทุกเช้าค่ำย้ำจิตตน

ประพฤติธรรมที่ควร  ขอเชิญชวนธรรมทุกคน
ธรรมแล้วสุขกมล  ย่อมหลุดพ้นไม่กลับมา

ประโยชน์ดั่งใจหมาย  หญิงหรือชายตายจากลา
ธรรมะจะนำพา  เกิดคุณค่าพาเบิกบาน

เป็นความสัจจ์จริง  เป็นความจริงยิ่งสืบสาน
นี่แหละปาฏิหาริย์  พานิพพานสานสุขเอย


ปภาวีร์ 
๘ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เวทนา คือ ครู"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เวทนา คือ ครู" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "เวทนา"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้


คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนทราบดีว่า ชีวิตของคนเรานั้น จะต้องมีเวทนาเกิดขึ้นในทุกอริยบท ซึ่งหากว่าต้องการเรียนรู้เรื่องของจิตเรื่องของการทำสมาธิแล้ว "เวทนา ย่อมจะเป็นครู" ตามดั่งที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตากล่าวไว้ข้างต้น  ซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะต้องศึกษาว่าเวทนานั้น เป็นอย่างไร และสำคัญอย่างไร แล้วเป็นครูสอนเราได้อย่างไรให้พบกับความสุขที่ยิ่งใหญ่

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ปวดเมื่อยและฟุ้งซ่าน  ยิ่งมีนานกาลล่วงเลย
บางท่านอาจไม่เคย  อย่าอยู่เฉยต้องเรียนรู้

เวทนาพาทุกข์   ไม่สนุกสุขไม่อยู่
เวทนาเป็นครู  ยิ่งต้องรู้ดูให้ดี

เมื่อพบแล้วต้องเรียน  จิตพากเพียรเปลี่ยนชีวี
เข้าใจให้มากมี  พบสิ่งดีมีสอนตน

เวทนาเกิดทุกเมื่อ  จิตอย่าเบื่อเมื่อเป็นคน
เรียนรู้เพื่อหลุดพ้น  สุขกมลนิรันดร์กาล

ไม่เรียนย่อมไม่รู้   น่าอดสูอยู่แสนนาน
ตายไปวนเวียนนาน  ไม่นิพพานกาลเวียนวน

สนใจเวทนา  สิ่งมีค่าพาสุขล้น
เป็นครูให้ทุกคน  สอนจิตตนพ้นทุกข์เอย

ปภาวีร์ 
๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ศึกษาปฏิบัติ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ศึกษาปฏิบัติ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ศึกษาปฏิบัติ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=8kSY8QpECh4&nohtml5=False


อันคำว่าสิกขา ซึ่งเป็นภาษบาลี ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง การปฏิบัติเป็นข้อหลัก คือศึกษาปฏิบัติ เมื่อยังไม่รู้ก็เรียนให้รู้ และรู้แล้วก็ปฏิบัติ อันศีล สมาธิ และ ปัญญา นี้ เป็นหลักปฏิบัติ พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสไว้โดยเป็นสิกขา คือศึกษาอันได้แก่ เป็นข้อที่พึงศึกษา คือ เรียนให้รู้ด้วยการฟังด้วยการอ่าน ด้วยการเพ่งพินิจพิจารณา และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านต้องควรน้อมนำทำตามให้ได้ในการศึกษาปฏิบัติให้ได้ เพื่อจะได้ทราบความจริง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้พิจารณาเมตตากรุณาแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

การศึกษาปฏิบัติ  อย่าเรียนรัดมัดตัวเอง
ศึกษาต้องให้เก่ง  อย่ารีบเร่งเกรงไม่ดี

ส่วนคำว่าสิกขา  เรื่องภาษาด้านบาลี
ศึกษาเป็นเรื่องดี   หากมากมีดีที่ตน

เมื่อยังไม่ได้เรียน  ต้องหมั่นเพียรเรียนอดทน
เรื่องศีลหนีไม่พ้น   เมื่อเป็นคนสนรักษา

อีกทั้งสมาธิ   มีสติเกิดปัญญา
ข้อที่พึงศึกษา  เรื่องสิกขาพาเข้าใจ

เรียนรู้ด้วยการอ่าน  จิตประสานเพ่งธรรมไว้
พระองค์ทรงตรัสไว้  ไม่ว่าใครใจมั่นคง

ด้วยการเพ่งพินิจ  รู้ด้วยจิตชิดดำรง
บรรลุตามประสงค์   ธรรมยืนยงตรงใจเอย

ปภาวีร์ 
๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เดี๋ยวเราก็ตายจากกัน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เดี๋ยวเราก็ตายจากกัน" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "เดี๋ยวเราก็ตายจากกัน"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด  ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่เราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วก็จะต้องจากกันไปในที่สุด  ดังนั้น หากว่าเราสามารถท่องได้ตามข้างต้น 
"เรามีแม่ได้คนเดียว เรามีพ่อได้คนเดียว แต่จะมีเมียกี่คน มีผัวกี่คนก็ได้ อย่าไปหึงไปหวงกัน เดี๋ยวเราก็ตายจากกัน เพราะเราเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย"  ดังนั้น คงจะเป็นหน้าที่ของทุกคนจะได้พิจารณาน้อมนำทำตามคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญกันเอาเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

แม่พ่อมีคนเดียว  ล้วนข้องเกี่ยวเที่ยววนเวียน
ความตายคอยย้ำเตือน อย่าแชเชือนเพียรเรื่องธรรม

เดี๋ยวก็ตายจากกัน  ช้าเร็วพลันเป็นประจำ
ตายเร็วช้าตามกรรม  ดีชั่วนำจดจำไป

เกิดมาแล้วต้องตาย  หญิงหรือชายตายทุกวัย
ทำดีมากเข้าไว้  ทำเรื่อยไปใจได้บุญ

ทุกสิ่งกรรมสัมพ้นธ์  ต่างเกี่ยวพันพลันเกื้อหนุน
ทำดีมีเป็นทุน  เพื่อเกื้อกูลกันต่อไป

พวกเราเป็นเพื่อนเกิด  ธรรมประเสริฐเลิศยิ่งใหญ่
ใฝ่ธรรมนำสู่ใจ  เมื่อตายไปได้สิ่งดี

ต้องแก่เจ็บและตาย  ยังไม่สายอายทำดี
เริ่มธรรมในวันนี้  สิ้นชีวีดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๕ มิถุนายน ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ระลึกถึงหลวงปู่บุญมี โชติปาโล "

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ระลึกถึงหลวงปู่บุญมี โชติปาโล " วันนี้เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว หลวงปู่บุญมี โชติปาโล (www.facebook.com/LuangPuBoonmee) ได้สังขารด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗  

ซึ่งคติธรรมคำสอนของ"หลวงปู่บุญมี โชติปาโล (วัดสระประสานสุข อุบลฯ)" สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 
 http://msrivirat.blogspot.com/2016/01/blog-post_23.html

นอกจากนั้น สามารถที่จะอ่าน "หนังสือ อนุสรณ์งานออกเมรุพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารพระภาวนาวิศาลเถร (หลวงปู่บุญมี โชติปาโล)" ได้ที่ http://www.slideshare.net/ThammaDlife/ss-58220484

อีกทั้ง หากท่านใดสนใจในการเป็นเจ้าของหนังสือ "โชติปาโลธรรมาภาพนุสรณ์" ขอเรียนเชิญบูชาได้ที่ศาลาการเปรียญ (ศาลานาบุญ) วัดสระประสานสุข ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 




หนังสือ "โชติปาโลธรรมาภาพนุสรณ์"
====================
โชติปาโลธรรมาภาพนุสรณ์
ภาพคำสอนย้อนดูรู้ทันที
รวบรวมภาพมากบุญหนุนชีวี
สุขฤดีมีบุญทุนต่อไป

ได้ร่วมงานสานธรรมนำความสุข
สำราญสุขทุกสิ่งยิ่งสุขใจ
ปู่บุญมีมีคุณอุ่นฤทัย
ธรรมยิ่งใหญ่ใส่ใจให้เบิกบาน

ภาพสวยงามถามดูรู้คุณค่า
ธรรมนำพาน่าเรียนเพียรประสาน
คติธรรมนำทางสร้างตำนาน
สู่นิพพานกาลนี้มีทุกคน

รูปภาพสวยรวยธรรมนำดวงจิต
เนรมิตชิดใกล้ใส่กมล
ภาพสวยเด่นเห็นธรรมนำหลุดพ้น
สวยน่ายลสนใจในธรรมเอย


ปภาวีร์ 
๔ มิถุนายน  ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ คนโง่ย่อมเห็นบาป"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ คนโง่ย่อมเห็นบาป" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "เห็นบาป"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้

โอวาทธรรมคำสอนสั้นๆ ของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนอาจจะต้องเคยอย่างแน่นอน นั้น คือ "โง่" ดังนั้น หากไม่อยากจะเป็นคนโง่ ลองอ่านคโอวาทธรรมคำสอนดังล่าวข้างต้นหลายๆ รอบ แล้วเชื่อว่า จากที่เราเป็นคนโง่ อาจจะดีขึ้นก็เป็นไปได้ 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณากรุณาชี้แแนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนี้

เป็นคนไม่เห็นบาป  โง่ยิ่งมากสามารถเห็น
โง่ได้ทุกเช้าเย็น  ธรรมไม่เห็นเป็นอย่างไร

เห็นบาปเป็นน้ำผึ้ง ไม่ซาบซึ้งไม่เข้าใจ
บาปนั้นอีกไม่ไกล  หนีไม่ได้ใยต้องมา

ทำบาปอยู่ทุกวัน  ไม่สร้างสรรค์กันทุกครา
คิดว่าบาปไม่มา  เสียเวลาทำต่อไป

ผลบาปย่อมเกิดขึ้น  สักวันหนึ่งทุกข์ฤทัย
ลดบาปได้หรือไม่  ธรรมที่ใจให้มากมี

บาปเกิดได้เพราะทำ   ไม่มีธรรมนำชีวี
รักษาศีลให้ดี  บาปไม่มีดีก่อนตาย

ต้องหยุดเป็นคนโง่  หยิ่งยโสโมโหร้าย
มีธรรมยังไม่สาย เดี๋ยวจะตายสายไปเอย

ปภาวีร์ 
๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัจจุบันบัดนี้- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ปัจจุบันบัดนี้- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ปัจจุบันบัดนี้" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=-7StQBdGh5w&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4&index=22


กาลเวลา ย่อมกลืนกินตัวเอง เมื่อกาลเวลาล่วงไป ล่วงไป ชีวิตนี้ก็ล่วงไป ล่วงไป ดังเช่นที่โลกกำหนดนับ เป็น วัน คืน เดือน ปี เป็นต้น และเพราะกาลเวลาล่วงไป ล่วงไปนี้เอง จึงได้มีอดีต คือที่ล่วงไปแล้ว มีอนาคตที่ยังไม่มาถึง และมีปัจจุบันบัดนี้ ฉะนั้น ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา จึงได้มีขึ้น เพราะกาลเวลานี้เอง ที่ล่วงไป ล่วงไป

คติธรรมนำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ตามข้างต้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับกาลเวลา ดังนั้น เวลาที่ล่วงไปแล้วเราไม่สามารถที่จะเอากลับคืนมาได้ และอนาคตเองก็เหมือนกันเป็นสิ่งที่ยังคงมาไม่ถึง ดังนั้น จะมีแต่คงปัจจุบันบัดนี้เพียงเท่านี้ที่เราทุกคนจะต้องทำให้ดีที่สุด คิดแต่เรื่องดีๆ ดีที่สุด ทำในเรื่องที่ดีที่สุด ดังนั้น เป็นสิงและเป็นหน้าที่ที่เราทุกคนจะต้องมีสติ สมาธิ ในปัจจุบัน เท่านั้น 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ปัจจุบันบัดนี้  เป็นสิ่งดีที่ควรทำ
สติเป็นประจำ  สมาธินำธรรมให้ได้

วันวานผ่านไม่กลับ  ผ่านลาลับกลับไม่ได้
อดีตปล่อยวางไป  ต้องทำใจในเรื่องดี 

ปัจจุบันทันกาล  จิตประสานงานธรรมมี
คิดทำดีบัดนี้  ทุกนาทีมีทุกวัน

เดี๋ยวนี้ดีแน่นอน ธรรมทุกตอนปัจจุบัน
ทำดีเรื่องสร้างสรรค์  ย่อมสุขสันต์พลันสุขใจ

อนาคตยังไม่มา  อย่านำพาหาเรื่อยไป
ทำดีในทันใด  ทำต่อไปให้มากมี

ชีวิตทุกเวลา  ธรรมนำพาหาสิ่งดี
ปัจจุบันทำดี  สุขฤดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒ มิถุนายน ๒๕๕๙