Nuffnang Ads

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทำบุญคล้ายวันเกิด"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ทำบุญคล้ายวันเกิด" คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญ  สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง "ของวันเกิด"  ขอเชิญทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้



คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญตามรูปภาพข้างต้น  เป็นสิ่งที่ไว้อ่านจดจำนำไปปฏิบัติสำหรับเราทุกคนทุกท่านที่จะต้องมีการทำบุญคล้ายกับวันเกิด  เพราะทุกคนเกิดมานั้นจะต้องมีวันเกิดกันอย่างแน่นอน (และเช่นเดียวกันคือ วันตายก็ย่อมจะมีเช่นกัน)

และเป็นธรรมเนียมเช่นเคยที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำ เพื่อทำให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ดังนี้

ทุกคนมีวันเกิด  วันประเสริฐเลิศยิ่งนัก
เป็นวันที่รู้จัก   มอบความรักให้แม่พ่อ

พระอรหันต์ในบ้าน  ธรรมประสานไม่ต้องรอ
พ่อแม่คุณยิ่งหนอ  น้ำตาคลอรอทดแทน

วันเกิดเลี้ยงพ่อแม่  ความจริงแท้แน่ตอบแทน
ความรักอันหวงแหน  หมื่นล้านแสนต้องรู้คุณ

ต้องทำบุญตักบาตร  ธรรมให้มากอยากในบุญ
ธรรมะจะพาหนุน  ให้เป็นทุนตุนต่อไป

ต้องขออโหสิกรรม  จิตน้อมนำทำเข้าไว้
เจ้ากรรมเจ้าเวรใคร  พร้อมอภัยในทันที

พร้อมแผ่ส่วนกุศล  ให้ทุกคนสุขชีวี
วันเกิดประเสริฐศรี  ทำความดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หน้าตาของธรรมะ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หน้าตาของธรรมะ- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "หน้าตาของธรรมะ" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=ATsGVCSqYwA&nohtml5=False



การปฏิบัติธรรมต้องมีสติ มีปัญญา และก็ประกอบด้วยสมาธิ แต่พูดสั้นๆ ต้องมีสติ มีปัญญา ซึ่งมีสมาธิรวมอยู่ด้วย เมื่อมีความตั้งใจฟัง กำหนดฟังเสียงที่แสดงนี้อยู่ตลอด ก็ย่อมจะได้ปัญญาคือตัวความรู้ ที่รู้เรื่องนั่นเองว่าสอนว่าอย่างไร อบรมว่าอย่างไร เพราะฉะนั้น จึงให้รู้จักหน้าตาของธรรมะดั่งนี้ ตั้งใจฟังนั่นเป็นสมาธิ กำหนดใจฟังนั่นเป็นตัวสติ รู้เรื่องนี่เป็นตัวปัญญา การปฏิบัติธรรมจึงต้องมีสติ มีปัญญา และก็ประกอบด้วยสมาธิดังที่กล่าวนั้น

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ เกี่ยวกับเรื่องหน้าตาของธรรมะ จะสามารถทำให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า เมื่อเราจะมี "ธรรมะ" นั้น หน้าตาของธรรมมะเป็นอย่างไร และเมื่อเข้าใจแล้ว ย่อมจะทำให้ทุกคนทุกท่านได้สามารถที่จะพบความสุขที่แท้จริงได้ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกคนทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หน้าตาของธรรมะ  ต้องมานะจะรู้ดี
รู้แล้วสุขฤดี  นำชีวีมีสุขใจ

เริ่มจากตั้งใจฟัง  เกิดพลังสั่งเข้าใจ
สติเกิดทันใด  รู้ว่องไวให้รู้ดี

สมาธิตั้งใจ  มากเข้าไว้ให้มากมี
ปัญญาเกิดทันที  ประเสริฐศรีดีต่อตน

นั่นคือปฏิบัติธรรม   เป็นประจำนำอดทน
ธรรมะจะต้องสน  เพื่อหลุดพ้นไม่กลับมา

ต้องมีจิตที่นิ่ง  ทำให้จริงทุกเวลา
สติเกิดปัญญา  แก้ป้ญหาพาสุขใจ

หน้าตาของธรรมะ  จิตเห็นพระจะยิ่งใหญ่
ตายไปสู่ภพใหม่  สุขฤทัยไปดีเอย

ปภาวีร์ 
๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ขันติ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : ขันติ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่าตัวเรามี "ขันติ" หรือยัง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 


...ขันติ .. ความอดทนสำคัญที่สุด
เปรียบเสมือนเสาบ้านทีเดียว
บ้านเรือนถ้าขาดเสา
ก็จะกลายเป็นไม้เราดีๆ นี่เอง
ถ้าขาดความอดทน
ความดีอื่นก็ไม่เจริญ
อด.. คือ อด.. ต่อสิ่งที่ชอบ
ทน.. คือ ทน.. ต่อสิ่งที่ชัง..."

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นที่เราทุกคนควรต้องสนใจและจะต้องมีให้ได้ในเรื่องของ "ขันติ" เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีขันติ แล้วเราจะสามารถชนะได้ทุกอย่างอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะชนะ คือ "ชนะใจของเรา" นั่นเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นๆ ต่อไป ดังนี้

ทุกคนสนขันติ  มีสติทุกเวลา
ขันติสิ่งมีค่า   ทุกเวลาพาเจริญ

ขันติคืออดทน  มีทุกคนสนให้เกิน
มีมากเกิดเพลิดเพลิน  ขอสรรเสริญเจริญธรรม

อดต่อสิ่งที่ชอบ  จิตคอยบอกมอบประจำ
ขันติต้องน้อมนำ  จิตมีธรรมทำเรื่องดี

ทนต่อสิ่งที่ชัง  เกิดพลังสั่งชีวี
อดทนในทันที  เรื่องไม่ดีหนีห่างไกล

ทุกคนฝึกจิตตน  ยิ่งอดทนคนยิ่งใหญ่
เป็นคนทนให้ได้  ทุกเรื่องไปใจยิ่งเย็น

สั่งจิตคิดอดทน   เพื่อหลุดพ้นจนนิพพาน
อดทนมหาศาล  ย่อมเบิกบานสานธรรมเอย


ปภาวีร์ 
๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใจที่ตั้งฟัง- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ใจที่ตั้งฟัง- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ใจที่ตั้งฟังดั่งนี้แหละคือ วิตก ที่เรียกว่าตรึก" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=lywPCj-_hjU&index=24&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4


ใจที่ตั้งฟังดั่งนี้แหละคือ วิตก ที่เรียกว่าตรึก แล้วก็ประคองให้ใจนี้ตั้งฟังอยู่เรื่อยไป ไม่ให้ใจแว่บออกไปไหน ดั่งนี้คือ วิจาร ที่เรียกว่าตรอง เพราะฉะนั้นวิตก วิจารนี้จึงคู่กัน ต้องมีทั้งสอง ใจจึงจะตั้งฟังหรือตั้งอ่านอยู่ได้นาน ถ้ามีแต่เพียงวิตกอย่างเดียวไม่มีวิจาร ก็ได้แค่แว่บหนึ่ง แว่บหนึ่ง ต่อเมื่อมีคู่กันอยู่ ใจจึงจะตั้งอยู่ ที่จะฟังที่จะอ่านได้นาน ทำให้รู้เรื่องได้ตลอด ซึ่งเป็นตัวปัญญาอันบังเกิดขึ้นจากสมาธิ คือทำสมาธิในการฟัง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่เราหลายท่านอาจจะลองพิจารณาตาม แล้วลองลงมือทำตาม ซึ่งเชื่อว่าหากว่าได้ทำแล้ว ย่อมจะเกิดผลดีอย่างแน่นอน เพราะเป็นสิ่งดีมีประโยชน์ต่อการทำงานและการดำรงชีวิตให้มีประสิทธิภาพ

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หากว่าใจตั้งฟัง  เกิดพลังสั่งกลับมา
ตรึกไว้ทุกเวลา  ย่อมนำพาหาสิ่งดี

ไม่ให้ใจแว่บออก  จิตสั่งตอบบอกทุกที
แว่บหนึ่งยิ่งไม่ดี  แว่บมากมีดีไม่ได้ 

ใจจึงจะต้องอยู่  เพื่อให้รู้อยู่ไม่ไกล
ทำให้รู้เรื่องได้  เรื่องอะไรใจรู้ดี

ตรองคิดชิดให้มาก  เรื่องไม่ยากหากเรื่่องดี
ตรึกตรองลองทุกที่  นำชีวีดีเรื่อยไป

ฟังอ่านให้นานนาน  จิตประสานงานเข้าใจ
ไม่ให้แว่บไปไหน  จิตนิ่งไว้ในกมล

สมาธิการฟัง  จิตตรงตั้งสั่งมากล้น
ทำได้เมื่อเป็นคน  ตายหลุดพ้นวนเวียนเอย


ปภาวีร์ 
๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตที่ล่วงไป- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตที่ล่วงไป- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังacฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ชีวิตที่ล่วงเลย" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=J5VdlJYyIVI&index=21&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4


กาลเวลา ย่อมกลืนกินตัวเอง เมื่อกาลเวลาล่วงไป ล่วงไป ชีวิตนี้ก็ล่วงไป ล่วงไป ดังเช่นที่โลกกำหนดนับ เป็น วัน คืน เดือน ปี เป็นต้น และเพราะกาลเวลาล่วงไป ล่วงไปนี้เอง จึงได้มีอดีต คือที่ล่วงไปแล้ว มีอนาคตที่ยังไม่มาถึง และมีปัจจุบันบัดนี้ ฉะนั้น ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา จึงได้มีขึ้น เพราะกาลเวลานี้เอง ที่ล่วงไป ล่วงไป

คติธรรมคำสอนของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้นเป็นสิ่งที่เป็นความจริงแท้แน่นอนที่สุด เพราะไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงได้ว่า "ชีวิตนี้ก็ล่วงไป" และยิ่้งจะล่วงไปในทุกวัน ดังนั้น เมื่อกาลเวลาล่วงไป ใจเราต้องตั้งมั่นในความดี ทำความดีไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะพบกับความสุขอันยิ่งใหญ่

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ชีวิตนี้ล่วงไป  ทำอย่างไรใครรู้ดี
ล่วงไปทุกนาที  ทำไงดีชีวีเรา

วันคืนเดือนปีผ่าน  ไม่ได้นานกาลผ่านเก่า
ล่วงมาสุขปนเศร้า  จิตของเราเศร้าอย่ามี

ผ่านมาคืออดีต  เรื่องชีวิตคิดให้ดี
ปัจจุบันสิ่งดี  ยิ่งทำดีมีบุญนำ

อนาคตยังไม่มา เสียเวลาพาจดจำ
ปัจจุบันมีธรรม  เป็นประจำทำทุกวัน

ความไม่เที่ยงเกิดดับ  ตายลาลับนับไม่ทัน
ความดีที่สร้างสรรค์  ต้องขยันหมั่นมากมี

ความเป็นอนัตตา  สิ่งมีค่าพาชีวี
นิพพานได้ยิ่งดี  สุขฤดีมีสุขเอย


ปภาวีร์ 
๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : แค่นี้พอก่อน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : แค่นี้พอก่อน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญสำคัญอย่างยิ่งที่ยิ่งจะต้องพิจารณากันว่าเป็น "แค่นี้พอก่อน" ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านอ่านได้ตามรูปภาพต่อไปนี้ 


"อาตมาไม่เคยสอนใครไปสู่สวรรค์ นิพพาน 
แต่สอนกรรมฐานให้ระลึกชาติได้
ระลึกบุญคุณคนได้ นึกถึงพ่อแม่
นึกถึงตัวเอง และ สงสารตัวเอง
จะทำแต่สิ่งดีๆ แค่นี้พอก่อน"

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นนั้น หากว่าเราทุกคนเริ่มต้นทำกรรมฐานตามคำสอนที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้เมตตาไว้ เชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่พอเพียงในเบื้องต้น ซึ่งจะสามารถก้าวเดินต่อไปในสายธรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตากรุณาพิจารณาเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หลวงพ่อจรัญสอน  อย่าตัดรอนก่อนจะสาย
ให้ระลึกชาติได้  สิ่งยิ่งใหญ่ในตอนนี้

ระลึกคุณพ่อแม่  สิ่งจริงแท้แย่ไม่ดี
บุญคุณคนต้องมี   นึกทุกทีดีอย่างไร

ต้องนึกถึงตัวเอง  จิตต้องเพิ่งเร่งธรรมไว้
ตัวเองธรรมหรือไม่  ต้องถามใจให้มากมี

สงสารตนให้มาก  ธรรมให้มากยากไม่มี
จะทำแต่สิ่งดี  นำชีวีดีในธรรม

แค่นี้ได้พอก่อน  จะได้พรย้อนประจำ
ระลึกน้อมจดจำ  ทุกเช้าค่ำย้ำใจตน

สั่งจิตคิดทำดี  ยิ่งมากมีดีมากล้น
แค่นี้พอแล้วคน  ธรรมให้สนค้นต่อเอย

ปภาวีร์ 
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทำดีเมื่อใดก็ฤกษ์ดีเมื่อนั้น- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทำดีเมื่อใดก็ฤกษ์ดีเมื่อนั้น- ญาณทรรศน์ สมเด็จพระสังฆราชฯ" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังacฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "ทำดีฤกษ์ดี" ซึ่งสามารถรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=P1_s11v62Po&list=PLlUF6ZLOol0HKTwXPHu87ORwZh_4axEJ4&index=23



ทำดีเมื่อใด ก็ฤกษ์งามยามดีเมื่อนั้น และเมื่อทำดี ชีวิตนี้ก็เป็นชีวิตดี ถ้าตรงกันข้าม ทำชั่ว ชีวิตนี้ก็เป็นชีวิตชั่ว ไม่ทำดี ปล่อยให้กาลเวลาล่วงไปโดยเปล่า ปราศจากประโยชน์ ชีวิตนี้ ก็เป็น ชีวิตเปล่า เพราะฉะนั้น จึงได้มีพระพุทธภาษิตตรัสเตือนเอาไว้ว่า ความดี ความเพียร พึงรีบกระทำเสียตั้งแต่ในวันนี้ทีเดียว เพราะว่าใครเล่าจะรู้ว่า ความตายจะมาต่อวันพรุ่งนี้

โอวาทธรรมในเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ฯ ข้างต้น เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกคนสามารถจะได้กันทุกคน เพราะเมื่อไหร่ที่เราทำดี ย่อมจะฤกษ์ดีในเรื่องนั้นๆ อย่างแน่นอนในที่สุด หากไม่เชื่อก็คงต้องลองทำดี แล้วท่านจะได้ฤกษ์ในสิ่งนั้นทันที

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

เราทำดีเมื่อใด  ย่อมจะได้ในสิ่งดี
ได้ฤกษ์งามยามดี  นำชีวีดีแน่นอน

ทำดีในทุกวัน  สิ่งสร้างสรรค์กันทุกตอน
ฤกษ์ดีมีได้พร  ธรรมทุกตอนย้อนที่ตน

ชีวิตไร้ประโยชน์   ย่อมเกิดโทษโกรธทุกคน
ไร้สุขทุกข์กมล  นี้หนอคนไม่สนธรรม

ชีวิตที่สูญเปล่า  เรื่องน่าเศร้ามัวเมากรรม
ความดีไม่ยอมทำ  วนเวียนซ้ำทำไม่ดี

ความดีมีความเพียร  ธรรมใฝ่เรียนเตือนฤดี
อาจตายวันพรุ่งนี้  เร่งทำดีมีมากไว้

ความดีต้องรีบทำ  เป็นประจำธรรมที่ใจ
ฤกษ์ดีมีทันใด  ทำสิ่งใดได้ดีเอย

ปภาวีร์ 
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๙