Nuffnang Ads

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ธรรมสามัคคี - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ธรรมสามัคคี - พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ เกี่ยวกับเรื่องของ "ธรรมสามัคคี" เป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่งที่เราทุกคนจะต้องมี ขอเชิญรับฟังได้จากที่ YouTube ต่อไปนี้




"ธรรมสามัคคี หรือ สามัคคีธรรม คือสามัคคีที่บริสุทธิ์ มองเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เราอาจจะยอมได้แม้ว่าเรายอมตายเองให้เขาอยู่ก็ยังได้ มันกลายเป็นอุดมคติของโพธิสัตว์ไป"

คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสข้างต้นหากว่าเราทุกคนสามารถมองเห็นอย่างนั้นแล้ว เชื่อว่าจะเกิดแต่สิ่งที่ดีงามอย่างยิ่งในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขอมอบกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

อันธรรมสามัคคี  เป็นสิ่งดีมีกับตน
มีมากในกมล  มีทุกคนยิ่งจะดี

มองเห็นสัตว์ทั้งหลาย  เกิดแก่ตายทุกชีวี
มีธรรมสามัคคี  นำชีวีมีเมตตา

ยอมตายให้เขาอยู่  น่าเชิดชูคู่คุณค่า
เป็นสิ่งควรนำพา  มีทุกคราพาเบิกบาน

มีสามัคคีธรรม  เป็นประจำนำสำราญ
สิ้นภพจบนิพพาน  อีกไม่นานกาลสิ้นลง

ฝึกตนสนให้มาก  ธรรมต้องอยากมากดำรง
จิตใจให้มั่นคง   ต้องสั่งปลงลงทันที

อุดมคติถูกจัด  โพธิสัตว์บุญมากมี
น้อมธรรมสามัคคี  ให้มากมีดีแน่เอย

ปภาวีร์ 
๒๓ มกราคม ๒๕๕๙ 

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อิสสา “ริษยา” - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "อิสสา  ริษยา - สมเด็จพระสังฆราช" คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "อิสสา  ริษยา" ซึ่งอยู๋ในหน้า ๕๘  ของหนังสือพระนิพนธ์ เรื่อง "ธรรมเพื่อความสวัสดี" น่าสนใจอย่างยิ่ง ตามรูปภาพต่อไปนี้





อิสสา ท่านแปลว่า “ริษยา” คือ เห็นเขาได้ดี ทนอยู่ไม่ได้ ที่จริงความหมายของคำอิสสาหรือริษยา ก็ให้ความเข้าใจที่ชัดแจ้งอยู่แล้วว่าเป็นความร้อน เพราะมีความหมายว่า “ทนอยู่ไม่ได้” สิ่งที่ต้องทนนั้นถ้าพอทนได้ก็แสดงว่าไม่ร้ายแรง หรือ ไม่หนักหนานัก

ความรู้สึกริษยาจนทนอยู่ไม่ได้ ต้องให้ความร้อนอย่างยิ่ง และผู้ได้รับความร้อนอย่างยิ่งนั้นก็ไม่ใช่ผู้อื่น เป็นเจ้าตัวผู้มีความริษยาเอง

คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ข้างต้น ปถุชนคนธรรมดาย่อมอาจจะต้องมีที่เรียกว่า "อิสสา ริษยา" อย่างแน่นอน หากไม่เชื่อ ท่านลองอิสสาดูก็น่าจะยิ่งเข้าใจว่าเป็นอาการอย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

อิสสาริษยา  ไม่มีค่าพาไม่ดี
หากว่ายิ่งมากมี  ทุกข์ชีวีดีไม่ได้

อิสสาเป็นความร้อน  รีบตัดรอนก่อนก่อนจะสาย
หากมีก่อนจะตาย  น่าเสียดายตายทุกข์ทน

เรื่องทนอยู่ไม่ได้  ทุกข์เรื่อยไปในกมล
ความทุกข์มีมากล้น  หนีไม่พ้นจนกลับมา

ร้อนรุ่มอยู่คนเดียว  จิตเปล่าเปลี่ยวเที่ยวไร้ค่า
มีจิตใจอิสสา  ริษยาพาระทม

มีมากยากแก้ไข  ทุกข์ฤทัยใจตรอมตรม
ร้อนในใจขื่นขม  จิตดิ่งจมตรมแสนนาน

รีบตัดก่อนจะตาย  ให้มากมายใจเบิกบาน
โชคดีได้นิพพาน  สุขสำราญกาลนี้เอย

ปภาวีร์ 
๒๒ มกราคม ๒๕๕๙

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สติสมบูรณ์"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สติสมบูรณ์"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่อง "สติสมบูรณ์"  ขอเชิญทุกท่านได้รับชมรับฟังตาม YouTube ต่อไปนี้



"...สติใช่หรือไม่ ตัวอุดมสมบูรณ์ ถ้าคนไหนมีสติสัมปชัญญะอุดมสมบูรณ์แล้ว จะทำอะไรก็ได้ผล จะทำได้เป็นมรรคเป็นผลต่อไป จิตมันเลว กายก็หมดกำลังเป็นอัมพาต จิตก็ไม่มีกำลัง คือ เสียใจ มีความเศร้าใจ จิตหมดกำลัง แล้วท่านจะทำอะไรหรือ ท่านจะทำอะไรจิตหมดกำลัง เสียใจ หมดพลัง มือไม้อ่อนหมดไม่อยากจะทำงาน ซังกะตายไปวันหนึ่ง นี่พวกเถรเทวทัต..."

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เมื่อทุกท่านได้รับชมรับฟังแล้ว เชื่อว่าจะสามารถทำตนให้มีสติอย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดพิจารณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

สติที่สมบูรณ์   ต้องเพิ่มพูนคูณมากมี
สติจะต้องมี  ทุกนาทีดีแน่นอน

สติมีทุกคน   จะเป็นผลสนทุกตอน
สติอย่าตัดรอน  ขอวิงวอนสอนใจตน

สติดีมีกำลัง  จิตพลังสั่งกมล
สติต้องอดทน  จิตต้องสนทนได้ดี

สติฝึกฝนได้  ทำมากไว้ใจสุขี
สติวินาที  สู่วิถีดีภพใหม่

สติชิดในธรรม  เป็นประจำนำฤทัย
สติอ้นยิ่งใหญ่  สุขต่อไปในนิพพาน

สติมิได้ขาด  จะสามารถมากทุกงาน
สติจิตประสาน  สุขสำราญกาลสิ้นเอย

ปภาวีร์ 
๒๑ มกราคม ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพือชีวิต ตอน "หน้าที่คือธรรมะ พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพือชีวิต ตอน "หน้าที่คือธรรมะ พุทธทาสภิกขุ"  คติธรรมคำสอนเกี่ยวกับเรื่องของ "ธรรมะ" ที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เมตตาไว้ อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังจาก YouTube ดังต่อไปนี้


"...ท่านทั้งหลายทุกคนทำหน้าที่ทุกอย่าง ตามหน้าที่ของตนๆ กันอยู่ตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ไม่เคยสำนึกเลยว่า หน้าที่นั่นแหละคือธรรมะ มันก็เลยไม่บูชาหน้าที่ ไม่ชื่นใจในการทำหน้าที่ มันก็กลายเป็นทนทำหน้าที่ มันก็ตกนรกทุกอิริยาบถ..."

คติธรรมคำสอนในท่านพุทธทาสข้างต้น หากว่าเราทำความเข้าใจให้ดีจะเข้าว่า "หน้าที่" คือ "ธรรมะ" ดังนั้น คงจะต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะพิจารณาว่าเราได้ทำหน้าที่ที่ดีหรือยัง หากว่ายังไม่ดี ก็ต้องคงจะต้องทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หน้าที่คืออะไร  ต้องเข้าใจให้ดีๆ 
อะไรคือหน้าที่  หากไม่มีดีไม่ได้

หน้าที่จะต้องทำ  ต้องมีธรรมนำต่อไป
ทำดีมีมากไว้  หน้าที่ใครให้มีธรรม

หน้าที่เกิดจนตาย  อย่าเดียวดายอายไม่ทำ
หน้าที่ดีจดจำ   ลงมือทำจำให้ดี

หน้าที่คือธรรมะ  มีมานะจะบุญมี
ทุกคนมีหน้าที่ ทำให้ดีดีแน่นอน

ธรรมะจะนำทาง  ตายจากร่างต่างได้พร
หน้าที่อย่าตัดรอน  ธรรมทุกตอนก่อนสายไป

ชื่นใจในหน้าที่  นำชีวีดีภพใหม่
ตายสิ้นลมหายใจ  สุขฤทัยในกาลเอย

ปภาวีร์ 
๒๐ มกราคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กิเลส โดย หลวงพ่อจรัญ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "กิเลส โดย หลวงพ่อจรัญ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญ เกี่ยวกับเรื่องของ "กิเลส" 





"กิเลสแปลว่าความเศร้าหมองใจ
ความเศร้าหมองใจมาจากความโลภ ความโกรธ ความหลง
เราจะตัดความโลภ โกรธ หลง ออกได้ต้องมี ศีล สมาธิ ปัญญา
การปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา ก็คือ ปฏิบัติกรรมฐาน
ศีลก็คือตัวสติ สมาธิก็คือการกำหนดจิตให้สติอยู่กับจิต
ปัญญา แปลว่า แก้ไขปัญหา รอบรู้เหตุการณ์ได้"

คติธรรมคำสอนของหลวงพ่อจรัญข้างต้น หากว่าท่านใดที่ยังมีความเศร้าหมองใจ แสดงว่าท่านนั้นยังคงมี "กิเลส" ดังนั้น จะต้องรีบจัดการความเศร้าหมองใจดังกล่าวให้หมดไปในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

กิเลสคือเศร้าหมอง  ต้องเฝ้ามองจ้องให้ดี
มีมากไม่ได้ดี  นำชีวีมีทุกข์ใจ

มาจากโลภโกรธหลง ไม่มั่นคงตรมฤทัย
ต้องตัดออกจากใจ  ทำให้ได้ใจสุขจริง

กิเลสเดชฤทธิ์มาก  เป็นความอยากยากอย่างยิ่ง
ตัดได้ใจต้องนิ่ง  ธรรมทุกสิ่งยิ่งสุขใจ

การปฏิบัติศีล  ทำให้ชินมากเข้าไว้
สมาธิที่ใจ  สติได้ใจมั่นคง

สติอยู่กับจิต  ให้ใกล้ชิดธรรมดำรง
ปัญญาเกิดสั่งตรง  ตามประสงค์แก้ปัญหา

ศีลคือตัวสติ  สมาธิจะตามมา
กิเลสสิ้นด้วยปัญญา  สุขอุราพาเพลินเอย

ปภาวีร์ 
๑๙ มกราคม ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตทำบุญอยู่ตลอดเวลา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตทำบุญอยู่ตลอดเวลา" สำหรับหลวงตาม้า ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

ซึ่งท่านหลวงตาม้า ได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่อง เมื่อ "จิตทำบุญ"   ขอเชิญรับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



"... เราจะเปลี่ยนร่างนี่ เราไม่รู้ว่าจะเกิดเลยมาต่อบารมีเลย เพื่อเป็นประโยชน์เลย หรือว่าเราจะไปไหน  เรากำหนดได้ เพราะจิตเราอยู่ที่หลวงปู่ จิตเราอยู่ที่หลวงพ่อ จิตอยู่ที่ไตรสรณคมณ์ จิตเราอยู่ที่จักรพรรด จิตเราที่มีบุญ ทำบุญตลอดเวลา เรื่องทางโลก มันจะน้อยลง ทางโลก แต่ก็อยู่กับโลก มีงานทางโลก เราก็ทำ ธรรมะเราก็ทำ เราก็สร้างไปเรื่อยๆ นั่นแหละ ไม่จำเป็นว่าเราต้องมาวัด ไม่จำเป็นเราต้องไปในที่สงบ เราสงบอยู่แล้ว ก็เราทำ บุญ นะ คือ ความสบาย นะ เราบันทึกบุญนะ ความสบาย..."

คติธรรมคำสอนของหลวงตาม้าข้างต้นนั้น หากว่าท่านใดสามารถทำได้ให้จิตเราทำบุญอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าจะต้องได้ดีอย่างยิ่งแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้เมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปดังนี้

เมื่อเราจะเปลี่ยนร่าง หาหนทางสร้างให้ดี
ชีวิตมีเท่านี้  จิตคิดดีมีต่อไป

ทำบุญตลอดเวลา  ทรงคุณค่าพาภพใหม่
สั่งจิตคิดบุญไว้  เมื่อตายไปย่อมสบาย

จิตอยู่คู่กับพระ  จิตมานะอย่าเสียดาย
ทำบุญหนุนก่อนตาย  หากเอียงอายตายไม่ดี

มีงานอยู่ทางโลก  สร้างประโยชน์โกรธไม่มี
ทำบุญทุนชีวี  ส่งผลดีสงบเย็น

สร้างบุญไปเรื่อยๆ  จิตอย่าเฉื่อยธรรมให้เห็น
ทำบุญทุกเช้าเย็น  จิตบำเพ็ญเห็นธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๑๘ มกราคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "เมตตาที่ถูกแท้ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "เมตตาที่ถูกแท้ - สมเด็จพระสังฆราช"  คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับเรื่อง "เมตตาที่ถูกแท้" ซึ่งอยู๋ในหน้า ๔๕ ของหนังสือพระนิพนธ์ เรื่อง "ธรรมเพื่อความสวัสดี" น่าสนใจอย่างยิ่ง ตามรูปภาพต่อไปนี้





“...เมตตาต้องมีผลเป็นความเย็นในจิตใจ
ของตนเอง จึงจะเป็นเมตตาที่ถูกแท้ 
แม้ให้ความเดือดร้อนเศร้าหมองแก่ใจตน 
นั่นไม่ใช่เมตตาที่ถูกแท้ แต่เป็นเมตตาที่หลงทาง ไม่อาจนำไปสู่จุดหมายอันสวัสดีได้ ทั้งตนเองและผู้ที่ตนเมตตาทั้งหลาย...”

คติธรรมคำสอนข้างต้นนับได้ว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ที่เราทุกคนควรจะต้องมี "เมตตาที่ถูกแท้" ให้ได้ 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ความเย็นในจิตใจ  มีมากไว้ให้มากมี
มีแล้วเย็นฤดี  นับว่าดีมีเมตตา

เศร้าหมองแก่ใจตน  ยิ่งมากล้นไม่ค้นหา
ไม่ใช่ในเมตตา  เสียเวลาพาอับจน

เมตตาที่ถูกแท้  ธรรมให้แน่แผ่จิตตน
เมื่อมีเย็นกมล  สุขเหลือล้นจนไม่มี

เมตตาที่หลงทาง  พาอับปางทางไม่ดี
หลงมากยากจะดี  ทุกข์ชีวีดีไม่ได้

เมตตาในทุกเรื่อง  ยิ่งต่อเนื่องเรื่องยิ่งใหญ่
เย็นจิตชิดธรรมไว้  เมตตาได้ให้ทุกคน

ถูกแท้ในเมตตา  สิ่งมีค่ามาสู่ตน
ทำได้ทุกข์หนีพ้น  ตายจากคนพ้นภัยเอย

ปภาวีร์ 
๑๖ มกราคม ๒๕๕๙