Nuffnang Ads

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตเริ่มเบา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า จิตเริ่มเบา" สำหรับหลวงตาม้า ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

ซึ่งท่านหลวงตาม้า ได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่อง เมื่อ "หลีก" แล้ว "จิตจะเบา"  ขอเชิญรับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



"...หลีก หลีกอารมณ์ทางโลก อารมณ์ไม่ดีทางโลก ค่อยหลีก มันจะหลีก มันจะลดลงไปเรื่อยๆ  มันจะหาความสุข ทั้งทางสงบ มันเริ่ม พอเริ่มไปเรื่อยๆ จิตมันก็จะเริ่มเบา ที่นี้มันก็จะ เวลาเรา มอง ตา หู  จมูก ลิ้น กาย รูป รส กลิ่น เสียง มันก็เบาลง มันไม่เป็นอันตรายแล้ว อยู่ที่ไหนก็ได้แล้ว ไม่ไปตามอารมณ์ที่ไม่ดีแล้วละ นั่นคือประโยชน์นะฮะ..." 

นั่นคือสิ่งที่ท่านหลวงตาม้าได้เมตตาไว้เกี่ยวกับเรื่องการหลีกอารมณ์ที่ไม่ดีทางโลก  ซึ่งเชื่อว่าหากทุกท่านสามารถ "หลีก" ได้ ย่อมจะเกิดผลดีเป็นประโยชน์อย่างที่ท่านหลวงตาม้าได้กล่าวไว้อย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการปรับแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป ดังนี้

ชีวิตจะต้องหลีก  แล้วจะหลีกหนีสิ่งใด
อารมณ์ไม่ดีไง  ต้องหลีกไปในทันที

หลีกได้ใจเป็นสุข  อาจสิ้นทุกข์ทุกเรื่องมี
ตั้งใจหลีกให้ดี  ส่งผลดีที่ตัวเรา

หลีกอารมณ์ทางโลก  เกิดประโยชน์โทษทุเลา
หลีกอารมณ์ที่เศร้า  หนักสู่เบาเราได้ดี

หลีกได้ค่อยๆ ลด  หลีกได้หมดนับว่าดี
หลีกอารมณ์ไม่ดี  สิ้นสุดทีดีแน่นอน

หลีกได้จิตเริ่มเบา  จิตไม่เศร้าเราได้พร
หลีกไปในทุกตอน  อย่าอาวรณ์ก่อนจะสาย

มันก็จะเบาลง  จิตวางปลงคงสบาย
เกิดสุขเมื่อยามตาย  หลีกก่อนตายสบายเอย 

ปภาวีร์ 
๘ มกราคม ๒๕๕๙
FB : ธรรมะเพื่อชีวิต โดย ปภาวีร์

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ครอบครัวสำคัญมาก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ ครอบครัวสำคัญมาก" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องของ "ครอบครัว" ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับชมรับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


"... ครอบครัวก่อนนะ ครอบครัวนี่สำคัญมาก ปัญหาในครอบครัวเยอะเหลือเกิน  แต่ท่านไม่แก้ปัญหาครอบครัว ไปแก้นอกตัว ไปแก้นอกตัวหมด ไปแก้ที่อื่น  ในครอบครัวของเราหาความสุขไม่ได้เลย ไม่มีความสุขในครอบครัวนิไปแก้ที่ไหนได้ ตัวเองก็แก้ไม่ได้ คุณหนูทั้งหลายเอ๋ย ถ้าเราช่วยตัวเองไม่ได้ ก็เลวที่สุดนะ นี้คำสอนพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ของหลวงพ่อ..." 

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนจะต้องไตร่ตรองลองนำสู่ใจของเรา แล้วปฏิบัติตามที่ท่านหลวงพ่อได้เมตตาไว้ ซึ่งเมื่อทำได้แล้ว ย่อมจะส่งผลดีต่อตัวเราทุกท่านอย่างแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้กรุณาเมตตาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

ครอบครัวสำคัญมาก  ปัญหามากยากแก้ไข
ครอบครัวต้องใส่ใจ  เรื่องทุกข์ใจมีมากมาย

แก้ปัญหาครอบครัว  เรื่องใกล้ตัวมัวเอียงอาย
ไม่แก้เดี๋ยวเสียดาย  หากว่าตายสายเกินไป 

ไปแก้ที่นอกตัว  เรื่องเลยมั่วชั่วไปใหญ่
ครอบครัวสุขไม่ได้  เลยทุกข์ใจในทุกคน

ต้องแก้ที่ตัวเอง  อย่ากลัวเกรงเร่งกมล
ช่วยแก้ทุกข์ให้พ้น  จะสุขล้นพ้นทุกข์ภัย

ครอบครัวยิ้มให้กัน  เรื่องสร้างสรรค์ปันเข้าไว้
ช่วยตัวเองไม่ได้  น่าเสียใจในทุกงาน

ครอบครัวช่วยกันแก้  เรื่องที่แย่แก้ประสาน
ร่วมใจสุขสำราญ  จิตเบิกบานสานสุขเอย

ปภาวีร์ 
๗ มกราคม  ๒๕๕๙

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ยึด - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ยึด - พุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ เกี่ยวกับเรื่องของ "ยึด" น่ารับฟังอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอเชิญฟังได้จาก YouTube ดังต่อไปนี้ 



เมื่อใดยึดถือ เมื่อนั้นเป็นทุกข์ เมื่อใดไม่ยึดถือ เมื่อนั้นมันไม่เป็นทุกข์ เมื่อใดยึดถือ เมื่อนั้นจิตมันวุ่นวายรกรุงรัง เป็นทาสของสิ่งที่ยึดถือ เมื่อใดเราไม่ยึดถือ จิตมันเกลี้ยง มันว่าง มันก็เป็นอิสระ เป็นไทแก่ตัว

คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้น นับได้ว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของ "ยึด" ดังนั้น หากว่าเรายึดสิ่งใดไว้แล้ว ย่อมจะเป็นดั่งที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เมตตาไว้อย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

หากเมื่อใดยึดถือ  ทั้งสองมือคือความทุกข์
ยึดไว้ไม่สนุก  ไม่มีสุขทุกข์วุ่นวาย

เมื่อจิตรกรุงรัง  มีแต่พังน่าเสียดาย
ยึดถือไปจนตาย  ยิ่งเดียวดายตายระทม

ยึดถือตกเป็นทาส  ยิ่งทุกข์ยากมากตรอมตรม
ยึดถือมัวชื่นชม  ช่างขื่นขมตรมอุรา

เมื่อใดไม่ยึดถือ  น่านับถือสิ่งมีค่า
จิตมันเกลี้ยงทุกครา  ย่อมหรรษาพาเบิกบาน

มันเป็นอิสระ  ชัยชนะมหาศาล
เป็นไทสุขสำราญ  อาจนิพพานสานในธรรม

ไม่ยึดให้ปล่อยวาง  เป็นหนทางสร้างสุขล้ำ
ไม่ยึดเป็นประจำ  จิตน้อมนำย้ำดีเอย

ปภาวีร์ 
๖ มกราคม ๒๕๕๙

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า เล่าเรื่อง พระธาตุแห่งแรก"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า เล่าเรื่อง พระธาตุแห่งแรก" สำหรับหลวงตาม้า ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

เกี่ยวก้บเรื่อง พระธาตุแห่งแรก  ขอเชิญรับฟังจากหลวงตาม้า ได้ที่ YouTube ต่อไปนี้

https://www.youtube.com/watch?v=hzQwIjVkvVc




"...แต่ก็ตัดออกจากพระไตรปิฎก ตัดเยอะนะ ที่เราไม่รู้ เวลาพระพุทธเจ้าไปไหนนี่ ท่านมักจะไปโดยฤทธิ์ เหมือนพระพุทธเจ้าท่านเสด็จมาที่เชียงใหม่ ที่พระธาตุจอมทอง เป็นพระธาตุที่อันดับแรก พระธาตุแรกของประเทศไทยนะฮะ ของบริเวณแถวนี้ ดินแดนสุวรรณภูมินะ เมื่อก่อนมันไม่ใช่สยามหรือประเทศไทย มันเป็นดินแดนสุวรรณภูมิ เจ้าเมืองเล็กๆ นะ เขาอยากจะรู้ว่ามีพระพุทธเจ้า มีพระอรหันต์ในโลกหรือเปล่า  โดยการอธิษฐานทุกวัน พระพุทธเจ้าพร้อมบริวารก็เสด็จมา มาที่พระธาตุจอมทอง เมืองเล็กๆ อยู่บนเนิน ... ท่านก็มอบเกศาสามเส้นไว้ให้ เขาก็เลยสร้างเป็นเจดีย์เล็กๆ ไว้กราบ นั่นละ เป็นเจดีย์ที่แห่งแรกในดินแดนแถบนี้นะฮะ เข้าใจยัง ถ้างั้นพระพุทธเจ้าเวลาท่านไปไหนนะ ท่านไปโดยฤทธิ์นะ ท่านไปไกล ท่านไม่ได้เดินไป ท่านไปทั้งบริวารทั้งหมดนะ..."

ข้อมูลข้างต้นเป็นสิ่งที่หลวงตาม้าได้เมตตาเล่าให้ฟัง ซึ่งคงจะเป็นหน้าที่ของแต่ละท่านที่จะได้พิจารณาว่าเป็นอย่างไร 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

อันพระธาตุแห่งแรก  
อาจจะแปลกแยกความคิด
พระธาตุมีเดชฤทธิ์  
อิทธิฤทธิ์คิดให้ดี

พระองค์เสด็จมา  
กาลเวลาพาสิ่งดี
จวบจนทุกวันนี้  
เป็นเจดีย์ที่บูชา

มอบเกศาสามเส้น  
จิตบำเพ็ญเห็นวันทา
พระธาตุทรงคุณค่า  
ต้องนำพามานิยม

อธิษฐานทุกวัน  
ธรรมครบครันพลันชื่นชม
อรหันต์ชั้นพรหม  
อภิรมย์สมอุรา

ที่พระธาตุจอมทอง  
จิตจดจ้องจะต้องมา
ก้มกราบธาตุเกศา  
สิ่งล้ำค่าพาเบิกบาน

ไหว้พระพุทธเจ้า  
จิตคอยเฝ้าเข้านิพพาน
ธรรมะสุขสำราญ  
นิรันดร์กาลสานสุขเอย

ปภาวีร์ 
๕ มกราคม ๒๕๕๙
FB : ธรรมะเพื่อชีวิต โดย ปภาวีร์  

หมายเหตุ เกี่ยวกับ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  (พระธาตุแห่งแรก ต้องดูต่อเพิ่มเติม จะได้เสริมความรู้) 

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน " รักษาศีลแบบงมงาย พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "รักษาศีลแบบงมงาย พุทธทาสภิกขุ"  คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ  เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าที่เราทุกคนควรจะต้องน้อมนำมาสู่จิตของเราให้ดี  ขอเชิญรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้

รักษาศีลแบบงมงาย
บางคนก็รักษาศีลแบบค้ากำไรเกินควร มารักษาศีลอุโบสถสักวันหนึ่ง ก็หวังที่ว่าจะได้วิมานกันไม่รู้กี่หลังต่­อกี่หลัง รักษาศีลอย่างนี้ก็เป็นไสยศาสตร์ไปหมดแหละ ผู้ใหญ่บอกว่ารักษาศีลอย่างนี้ ๆ แล้วได้ไปสวรรค์ มันก็เชื่อมันก็ทำไปอย่างที่ไม่มีเหตุผล มันก็งมงาย

เชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้ฟังได้อ่านคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้นหลายๆ รอบแล้ว เชื่อว่าทุกท่านจะค้นพบในจิตของท่านว่าเป็นอย่างไร

ต้องฟังให้ได้ยิน  รักษาศีลแบบงมงาย
หากว่าเดี๋ยวต้องตาย  น่าเสียดายอายที่ตน

ค่ากำไรเกินควร   ขอเชิญชวนทบทวนตน
ศีลห้ามีทุกคน  โลกสุขล้นพ้นทุกข์ภัย

มีศีลต้องรักษา  สิ่งมีค่าพาสุขใจ
ศีลห้าต้องเข้าใจ  น้อมจิตใจให้มากมี

อย่าเป็นไสยศาสตร์  ต้องสามารถมากความดี
สวรรค์อาจไม่ดี  สิ้นสุดทีที่นิพพาน

ต้องมีเหตุและผล  เมื่อเป็นคนสนการงาน
ศีลห้าจิตประสาน  ในทุกงานสานด้วยธรรม

รักษาศีลให้มั่น  จิตขยันหมั่นประจำ
ความดีลงมือทำ  จะสุขล้ำนำเย็นเอย

ปภาวีร์ 
๔ มกราคม ๒๕๕๙
FB : ธรรมะเพื่อชีวิต โดย ปภาวีร์

หมายเหตุ  ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้เคยให้ความหมายของ "นิพพาน" คือ "เย็น"  อ่านเพิ่มเติมได้ที่
 http://msrivirat.blogspot.com/2015/09/blog-post_69.html

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ขาว ข้อดีของความทุกข์"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ขาว ข้อดีของความทุกข์"   ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จากที่ไหน แต่ทีสำคัญ คือ เมื่อเห็นข้อความในหนังสือดังกล่าวแล้ว เลยหยิบกล้องมาบันทึกคติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ขาว อนาลโย ตามรูปภาพต่อไปนี้ 


"ข้อดีของความทุกข์
คือ
สอนให้ค้นพบความจริงอันแท้จริง"

คติธรรมสั้นของท่านหลวงปู่ขาว ตามข้างต้น เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีว่าความทุกข์เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ  แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความทุกข์ ตัวเรา คงจะต้องค้นหาให้พบความจริงตามที่ท่านหลวงปู่ขาวได้เมตตาไว้

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาชี้แนะแนะนำในการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ข้อดีของความทุกข์  พบความสุขทุกสิ่งอย่าง
ค้นพบในหนทาง  อันสว่างทางแท้จริง

ความทุกข์มีทุกคน  จิตต้องสนค้นทุกสิ่ง
ยิ่งทุกข์พบความจริง  เมื่อจิตนิ่งอิงในธรรม

ทุกข์นั้นพลันเกิดมา   ใช้ปัญญาพาน้อมนำ
แก้ได้ใจมีธรรม   เป็นประจำทำให้ดี

เมื่อทุกข์มีสติ   สมาธิให้มากมี
เห็นทุกข์เป็นข้อดี  ยิ้มทุกทีที่ทุกข์มา

ทุกข์นั้นอยู่ที่ใจ  ต้องเข้าใจใช้ปัญญา
ทุกข์มากสิ่งล้ำค่า  เมื่อเข้ามาพาเห็นธรรม

ค้นพบในความจริง  อันแท้จริงจิตจดจำ
ทุกข์สุขเกิดประจำ  ขอมีธรรมนำจิตเอย

ปภาวีร์ 
๓ มกราคม ๒๕๕๙

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เวลาตายไปไหน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เวลาตายไปไหน" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ นับว่าสำคัญอย่างยิ่งที่เราทุกคนจะต้องประสบพบเจออย่างแน่นอน คือ "ตาย" คำถามคือ เวลาตายไปไหน หากอยากทราบ ขอเชิญรับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 




“...เมื่ออานิสงส์เพิ่มมากอย่างนี้เวลาตายไปไหน ถ้าพูดกันด้านความดี ความตายอย่างต่ำเราก็ไปสวรรค์ ถ้ามีความมั่นคงในพระพุทธเจ้าก็ดี ในพระธรรมก็ดี ในพระสงฆ์ก็ดี ในศีลก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทาน เรียกว่า จาคานุสติกรรมฐาน จิตใจมันคิดอยู่เสมอว่าอยากจะให้ทาน เห็นสัตว์ก็อยากให้ เห็นคนก็อยากให้ ตามงานที่จะพึงให้ กำลังใจมั่นคงแบบนั้นเขาจัดว่าเป็น ฌาน ตายแล้วก็เป็นพรหม ทีนี้ความดีมากๆ อย่างนี้ และการปฏิบัติกรรมฐานของบรรดาท่านพุทธบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอริยะเจ้านี่เป็นไม่ยาก...”

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้น นั้น เชื่อว่าทุกท่านหากได้พิจารณาไตร่ตรองด้วยความรอบคอบแล้ว จะต้องคิดได้ว่า เมื่อเราตายแล้ว เราจะเลือกไปไหน ???

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดพิจารณาเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

จิตคิดอยู่เสมอ  เมื่อพบเจอจะให้ทาน
สัตว์คนสนทุกงาน  คิดให้ทานเบิกบานใจ

ตายไปได้เป็นพรหม  น่าชื่นชมสมฤทัย
มั่นคงตรงอยากให้  ไม่ว่าใครให้สุขจริง

มั่นคงไตรสิกขา  ทรงคุณค่าในทุกสิ่ง
จิตใจสงบนิ่ง  เห็นความจริงตายแน่นอน

ตายเร็วหรือตายช้า  เรื่องเวลาไม่กลับย้อน
ให้ทานมากไว้ก่อน  ย่อมได้พรตอนจะตาย

กำลังใจมั่นคง  ธรรมดำรงปลงมากมาย
ผ่านมาอย่าเสียดาย  ไม่ต้องอายตายทุกคน

ตายแล้วจะไปไหน  ลองถามใจในกมล
จิตใจไม่หมองหม่น  อาจหลีกพ้นจนนิพพาน

ทานให้ด้วยเมตตา  สิ่งมีค่ามหาศาล
ขั้นต้นพรหมวิหาร  จิตสำราญนานแน่เอย

ปภาวีร์ 
๒ มกราคม ๒๕๕๙