Nuffnang Ads

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า พ่อแม่ไม่เข้าใจพุทธศาสตร์"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า พ่อแม่ไม่เข้าใจพุทธศาสตร์" สำหรับหลวงตาม้า ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

ซึ่งท่านหลวงตาม้าได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่องความเข้าใจพุทธศาสตร์ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ไว้ที่ YouTube ต่อไปนี้ เชิญรับชมรับฟัง 

"... ไม่เข้าใจพุทธศาสตร์หรอกนะ บางคนยิ่งเด็กสมัยนี้ พ่อแม่สอนให้ฝึกเพื่อต้องการเรียนมาเพื่อเป็นประโยชน์ในชาติเดียว ชาติเดียว ไม่ได้เรียนให้ลูกนี่ ศึกษาเรื่องการเจ็บ การป่วย การเสียใจ ดีใจ และตาย ไม่ได้ฝึกไว้ ไม่ได้ฝึกให้ลูกสวดมนต์ไหว้พระ ไม่สอนให้ลูกศึกษาเรื่องศาสนา เรื่องของธรรมะเป็นอย่างไร เรื่องของโลกวิญญาณเป็นอย่างไงไม่ได้สอน..."

ท่านใดเป็นคุณพ่อคุณแม่หากว่าได้รับชมรับฟังท่านหลวงตาม้าได้เมตตาตามข้างต้นแล้ว เชื่อว่าทุกท่านจะได้พบแต่สิ่งดีๆ อย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์นี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น ดังนี้ 

คนเป็นพ่อเป็นแม่ รู้จริงแท้พุทธศาสตร์
พ่อแม่ต้องรู้มาก  จะสามารถมากในธรรม

ร่ำเรียนเพื่อชาติเดียว  ตายหลายเที่ยวเกี่ยวประจำ
เกิดตายวนเวียนซ้ำ  ไม่พบธรรมนำเจริญ

ไม่ได้ฝึกสวดมนต์   ใจไม่สนและหมางเมิน
มัวเรียนอย่างเพลิดเพลิน  ย่อมเผชิญเกินพอดี

ธรรมะไม่ได้สอน  มัวอาวรณ์สิ่งไม่ดี
มีธรรมนำชีวี  สุขฤดีที่จิตตน

เรื่องของโลกวิญญาณ  ธรรมประสานงานอดทน
ศึกษาได้ทุกคน  ไม่อับจนเวทนา

หากคิดว่าชาติเดียว  เชิญท่องเที่ยวสุขอุรา
เรื่องธรรมอย่าเข้าหา  ศาสนาค่าไม่มี

เป็นเรื่องที่คิดผิด  จิตต้องคิดให้ดีดี
ธรรมะคู่ชีวี  เป็นสิ่งดีที่ต้องการ

ต้องสอนให้ไหว้พระ  มีธรรมะในทุกงาน
จิตนิ่งยิ่งต้องนาน  สู่นิพพานกาลนี้เอย

ปภาวีร์ 
๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทอดกฐิน - พุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ทอดกฐิน - พุทธทาสภิกขุ" หลังจากออกพรรษาเป็นระยะหนึ่งเดือน จะเป็นประเพณี "ทอดกฐิน" ซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมดีที่พุทธศาสนิกชนคนไทยได้ทราบกันเป็นอย่างดี แต่หากว่า ลองฟังคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุเกี่ยวกับเรื่อง "ทอดกฐิน" ตาม YouTube ต่อไปนี้ น่าจะเกิดผลดีต่อทุกคนทุกท่าน
"ทอดกฐินเพื่อกินเหล้า เพื่อเล่นไพ่ เอาอบายมุขมาเป็นบุญ เป็นกุศล มันเป็นเรื่องหลอกลวงกันชัด ๆ เพราะฉะนั้นอย่าเอาเรื่องอบายมุขมาเป็นเรื่องทำบุญ ทำบุญต้องสว่าง สะอาด สงบ - พุทธทาสภิกขุ"

เชื่อว่าทุกท่านที่ได้รับฟังคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้นแล้ว ทุกท่านคงจะ "สว่าง สะอาด สงบ" ในที่สุดอย่างแท้จริง 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์กลอนไว้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขต่อไปให้ดียิ่งๆ ขึ้น ดังนี้

"กฐินสามัคคี"
 =================
 ทอดกฐิน ยินรู้ ดูมานาน
 ผ่านพบกาล สานต่อ ก่อเกิดผล
 ออกพรรษา พาน้อม พร้อมทุกคน
 อุทิศตน ค้นหา อาสาธรรม

 กฐินดี มีร่วม รวมศรัทธา
 ศาสนา พาใจ ให้น้อมนำ
 สามัคคี มีค่า พาสุขล้ำ
 ร่วมจดจำ ธรรมะ กฐินเอย
*************

ได้ร่วมกันทำบุญ จะเกื้อหนุนเป็นบุญใหญ่
ได้บุญเพื่อชาติใหม่ ส่งผลให้สุขนิรันดร์

กฐินสามัคคี บุญที่ดีอย่างสร้างสรรค์
ส่งจิตน้อมร่วมกัน ไปสวรรค์ในทันที

กฐินเป็นบุญใหญ่ ฝังจิตใจในเรื่องดี
ทำบุญในหนนี้ ขอชีวีบุญหนุนส่ง

กฐินบุญนำพา ขอก้าวหน้าตามประสงค์
บุญมีใหัดำรง จิตมั่นคงบุญส่งเอย
****************
==•• ทำบุญ ••==
ทำบุญแล้วสุขใจ ไม่มีใครรู้ใจเรา
ทำบุญใจหมองเศร้า คิดจะเอาแต่ว่าบุญ

ทำบุญให้พอดี ทำพอดีเกิดเป็นคุณ
จิตใจต้องเกื้อหนุน บุญค้ำจุนให้ได้ดี

มีน้อยทำแต่น้อย แล้วค่อยค่อยเพิ่มมากมี
ทำมากเสริมชีวี แต่พอดีทางสายกลาง

บุญนั้นอยู่ที่ใจ ทำด้วยใจแล้วปล่อยวาง
บุญกรรมเป็นหนทาง จะนำทางเราต่อไป

บุญที่บริสุทธิ์ จะช่วยฉุดจิตพ้นภัย
ผลบุญนำเราไป สู่ชาติใหม่ดีกว่าเดิม

ทำบุญอย่าคิดมาก ยิ่งทำยากไม่ได้เริ่ม
ทำบุญจิตคอยเสริม จิตแต่งเติมในเรื่องดี

บุญจะมากหรือน้อย อย่าด่างพร้อยในฤดี
ทำบุญในวันนี้ แล้วจะดีวันหน้าเอย


ปภาวีร์ 
๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ไม่ยอมรับความจริง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ไม่ยอมรับความจริง" พุทธศาสนิกชนทั้งคนไทยและชาวต่างไทย ต่างรู้จัก "หลวงปู่ชา" วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี กันเป็นอย่างนี้ ซึ่งท่านหลวงปู่ชา ได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจ คือ "ไม่ยอมรับความจริง" ไว้ จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 


"...แต่ว่าเทศน์จบแล้ว พากันเดินกลับบ้าน ได้ยินเสียงบ่นกันว่า เออท่านเทศน์อะไรก็ถูกของท่านนั้นแหละ แต่ว่าเราทำไม่ได้ เราคะลำไม่ได้ เราทำไม่ได้ โดยมากก็เป็นกันซะอย่างงี้ ถ้าหากว่าเช่นนั้นมันก็ไม่มีธรรมะ ไม่มีธรรมะมันก็ทุกข์ มันก็ยาก มันก็ลำบาก จะอยู่คนเดียวก็ลำบาก จะอยู่หลายคนมันก็ลำบาก จะรวยมันก็ลำบาก จะจนมันก็ลำบาก เพราะว่ามันหลง มันเป็นซะอยู่อย่างนี้ เพราะอะไร เพราะเราไม่ยอมรับความจริงของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้สอนไว้ ท่านว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง..."

เราทุกคนอาจจะเคยฟังเทศน์ ฟังเสร็จแล้วบางครั้งอาจจะยังไม่รู้ไม่ทราบเลยว่าได้อะไรจากการฟังเทศน์ และความจริงที่ได้รับจากการฟังเทศน์นั้นคือ อะไร เป็นอย่างไร ซึ่งคงอาจจะเป็นดั่งที่ท่านหลวงปู่ชาได้เมตตากล่าวไว้ข้างต้นว่า "เราทำไม่ได้ เราคะลำไม่ได้  เราทำไม่ได้"  หากว่าเมื่อไหร่ที่ "เราทำ เราคะลำได้" ย่อมจะดีในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ฟังเทศน์ให้เข้าใจ  ฟังมากไว้ให้รู้จริง
ฟังเทศน์สงบนิ่ง  พบความจริงยิ่งต้องทำ

ฟังแล้วต้องทบทวน  อย่ารีบสวนรวนเรธรรม
ฟังเทศน์จิตน้อมนำ  เป็นประจำนำเจริญ

ฟังแล้วต้องทำได้  อย่าท้อใจไม่หมางเมิน
ต้องฟังอย่างเพลิดเพลิน  ธรรมสรรเสริญเพลินอุรา

ไม่มีธรรมะก็ทุกข์  ไร้ความสุขและโศกา
ฟังเทศน์เสียเวลา  ไม่นำพาหาความจริง

ฟังธรรมทำความดี  นำชีวีดีทุกสิ่ง
ไม่ยอมรับความจริง  ทุกข์อย่างยิ่งสิ่งน่าอาย

พระรัตนตรัย  สิ่งยิ่งใหญ่ใฝ่ก่อนตาย
เข้าใจให้มากมาย  หลังความตายได้ดีเอย

ปภาวีร์ 
๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาธิต้องได้"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ สมาธิต้องได้" ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เมตตาคติธรรมคำสอนเกี่ยวกับเรื่องของสมาธิอันเกี่ยวข้องกับเรื่องของปัญญา จึงอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


"...คือในอันดับแรกขณะที่รับฟังเสียง ตั้งใจฟังเสียงให้รู้เรื่องทุกถ้อยคำ การตั้งใจฟังเสียงทุกถ้อยคำ แสดงว่าจิตทรงสมาธิ เพราะว่าสมาธิแปลว่าตั้งใจไว้ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งโดยเฉพาะ เวลานี้เราตั้งใจฟังเสียง ต้องหูได้ยินเสียงจิตรู้เรื่องตาม ก็ชื่อว่าอารมณ์เป็นสมาธิถ้าหากว่าท่านใช้ปัญญาพิจารณาไปตามกระแสเสียงด้วยหรือตามถ้อยหรือคำที่กล่าว ก็ชื่อว่าเป็นการใช้ปัญญาด้านวิปัสสนาญาณ..."

ท่านใดที่คิดว่าตัวเองไม่มีสมาธิ ลองฟังหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้นอีกสักรอบ (หรือหลายๆ รอบ) เชื่อว่าจะเกิดสมาธิอย่างแน่นอน (ซึ่งจะต้องตั้งใจฟังเสียงหลวงพ่อ) ดังนั้น ในชีวิตของคนเราทุกคนหากว่าฟังเยอะๆ อย่างตั้งใจในทุกเรื่อง ย่อมจะสามารถเกิดสมาธิมีสมาธิ แล้วนำไปสู่การพิจารณาใช้ปัญญา เกิดปัญญาในที่สุด 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ทุกท่านได้โปรดพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

เรื่องของสมาธิ  มีสติตั้งใจฟัง
เสียงนั้นอาจจะดัง หรือไม่ดังฟังให้ดี

รู้เรื่องทุกถ้อยคำ  จิตน้อมนำจำมากมี
สมาธิทันที  เป็นผลดีในอารมณ์

ยินเสียงจิตรู้ตาม  หนึ่งสองสามอย่างเหมาะสม
เป็นสิ่งน่าชื่นชม  จิตนิยมสมอุรา

ต้องหูได้ยินเสียง ฟังสำเนียงเรียงค้นหา
ฟังแล้วพิจารณา  ใด้ปัญญามาทันที

วิปัสสนาญาณ  จิตเบิกบานสานฤดี
สมาธิสิ่งดี  ยิ่งมากมีดีสู่ตน

ฟังด้วยความตั้งใจ  สติไว้ให้อดทน
สมาธิมากล้น  ย่อมเห็นผลธรรมดีเอย

ปภาวีร์ 
๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ความเผลอ ความประมาท โดย ท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ความเผลอ ความประมาท โดย ท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ" ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าสิ่งต่อไปนี้ได้มาจากหนังสือเล่มใด ซึ่งท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้เมตตาไว้ดังต่อไปนี้ 


เชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้อ่านข้อความที่เป็นคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุได้เมตตาไว้ข้างต้นแล้ว จะต้องทราบว่าในชีวิตของเราแต่ละท่านนั้น  ต่างก็มี "ความเผลอ" "ความประมาท" ผ่านมาไม่มาก็น้อยเป็นอย่างจริงแท้แน่นอน  ดังนั้น จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ความเผลอความประมาทได้เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราทุกคนทุกท่านสามารถทำได้ด้วยการมี "สติ"  คำสั้นๆ ง่ายๆ (แต่อาจจะทำยาก  แต่หากอยากจะทำ ย่อมจะได้ในที่สุด)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

ความเผลอความประมาท  เกิดขึ้นมากอยากแก้ไข
ธรรมะใช้หรือไม่  ต้องถามใจใครจะรู้

ตัวเรานั่งยืนนอน  คิดกลับย้อนตอนเช้าตรู่
คิดไปจิตเรียนรู้  จิตเฝ้าดูรู้อย่างดี

สติคำสั้นๆ  จิตคอยหมั่นมั่นให้ดี
สติมากย่อมดี  นำชีวีมีสุขเย็น

ธรรมะตลอดเวลา  สติมาไม่ยากเย็น
สติรู้จิตมองเห็น  ทุกเช้าเย็นเป็นประจำ

ความเผลอเกิดทุกเมื่อ  อย่าพึ่งเบื่อเชื่อแล้วทำ
สติดีการกระทำ  เข้าถึงธรรมนำเจริญ

ธรรมะเรื่องไม่ยาก จิตต้องอยากมากสรรเสริญ
สติมียิ่งเพลิดเพลิน  ไม่ขาดเกินเจริญใจ

จิตนิ่งยิ่งรู้ทัน   สติพลันหมั่นเข้าไว้
ธรรมะอยู่ไม่ไกล  อยู่ที่ใจให้มากมี

สติทุกเวลา  เกิดปัญญามาทันที
สมาธิยิ่งดี  สุขฤดีมีธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สอนเรื่อง จิตเป็นลิง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สอนเรื่อง จิตเป็นลิง"  มนุษย์เรามาจากไหนทำไมจิตถึงเป็นลิง ลองรับชมรับฟังคติธรรมคำสอนจากท่านหลวงพ่อจรัญ ตาม YouTube ต่อไปนี้ 

"... เราเกิดมาจากใคร มาจากใคร เมื่อพันหมื่นปีเราเป็นคนป่า นุ่งใบไม้ใช่ไหม เอาใบไม้มานุ่ง บัดนี้วิวัฒนาการมาจนเจริญรุ่งเรือง มีตึกมีราม มีเครื่องบิน เพราะอะไร มาจากไหน มาจากลิง มาจากลิงแน่นอน  และเดี๋ยวนี้จะกลับไปเป็นลิงอีกหรือ ขอฝากไว้ด้วย จะกลับไปลิงอีกแล้ว เสียใจด้วย เรามาจากลิงแท้ๆ ลิงค่างบ่าง ชะนี เดี๋ยวล๊อกแล๊กเหมือนลิงค่างบ่างชะนี   จิตนะคือลิง แต่เรามายุคใหม่สมัยนี้ มีวิวัฒนาการ การเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพร เช่นดังกล่าวปัจจุบัน มีทั้งเครื่องบิน มีทั้งเทคโนโลยี มีทั้งเครื่องเสียง มีทั้งเครื่องทุ่นแรง มีทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ทำไมจิตจะไปสู่ที่เดิม ไปหาเป็นลิงค่างบ่างชะนี เดี๋ยวล๊อกแล๊กเหมือนลิง ค่างบ่างชะนี  เอาดีไม่ได้เลยเชียวหรือ..."

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้น เชื่อว่ามนุษย์คนเราทุกคนท่านใดที่จิตล๊อกแล๊ก  อาจจะกลับไปเป็นลิงอย่างที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้กล่าวไว้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เมื่อวิวัฒนาการความเจริญก้าวหน้าไปมาก เราทุกคนคงจะสามารถพัฒนาจิตไม่ให้ล๊อกแล๊กได้ในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

เราเกิดมาจากใคร นุ่งใบไม้หลายหมื่นปี
ลิงค่างบ่างชะนี  นำชีวีดีปัจจุบัน

มนุษย์พัฒนาการ  มีผลงานอย่างสร้างสรรค์
จิตใจล๊อกแล๊กกัน  กลับไปพลันสู่ดั้งเดิม

เดี๋ยวล๊อกแล๊กเหมือนลิง  จิตไม่นิ่งยิ่งธรรมเสริม
ธรรมะจะต้องเริ่ม  โดยประเดิมเติมที่ใจ

ชีวิตวุ่นวายจริง  จิตเป็นลิงนิ่งไม่ได้
ความทุกข์มาทันใด  สุขจากไปใจระทม

จิตนิ่งจริงเห็นธรรม  นิ่งประจำนำภิรมย์
นิ่งแท้ยิ่งเหมาะสม  น่าชื่นชมสมอุรา

จิตนิ่งทำอย่างไร  ธรรมมากไว้ทุกเวลา
ธรรมะสิ่งมีค่า  จิตเข้าหาพาเพลินเอย

ปภาวีร์ 
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า สวดมนต์ จับภาพ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงตาม้า สวดมนต์ จับภาพ" ชื่อนี้หลายคนหลายท่านอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก หรือ บางท่านอาจจะรู้จักเป็นอย่างดี หลวงตาม้าท่านอยู่ที่  "วัดถ้ำเมืองนะ" จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยไปวัดดังกล่าวมาแล้ว ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดถ้ำเมืองนะได้ที่ www.watthummuangna.com

และ หลวงตาม้าได้เมตตาเกี่ยวกับเรื่องของการสวดมนต์ และจับภาพ ตาม YouTube ต่อไปนี้ ลองชมและรับฟังได้เลย 

"... ถ้าเราสวดมนต์ไปบ่อยๆ นิ ความรู้สึกเราเริ่มบวกขึ้นไปแล้วนะฮะ  บวกนะ ไม่ลบแล้วต่อไป ถ้าเราฝึกไป ไม่นานนะ อย่างน้อยๆ ก็สี่ห้าปี
ประมาณนี้ถ้าทำทุกวันนะ มันก็จะรู้แล้วว่า จิตเราอย่างไง เราควบคุมโดยพระ คนที่ทำกรรมฐานไม่มีที่ยึดนะฮะ ทำยากนะ ไม่ใช่ทำง่ายๆ จิตไม่มีที่ยึดทำยากนะ เคยทดลองอานาปานุสสติ หนึ่งปีนะฮะ ไม่ไหว ลมมันละเอียดมากเลยฮะ จับไม่ได้ ต้องเพิ่มอีกหลายปี ก็เลยหยุด ไม่เอา มาจับภาพ มาจับภาพให้มันอยู่ มันไวกว่า..."

จากที่หลวงตาม้าได้เมตตาไว้ข้างต้นนี้ ท่านใดจะทำตาม จะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ เพราะเป็นเรื่อง "ปัจจัตตัง" อย่างไรก็ตาม หากว่าลองทำตามที่ท่านหลวงตาม้าได้แนะนำน่าจะไม่เสียหายอะไร ท่านใดลองทำย่อมจะได้ธรรมในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตาพิจารณาแนะนำชี้แนะเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้ 

สวดมนต์พร้อมจับภาพ  ย่อมสามารถมากสงบ
ทุกบทสวดให้ครบ  สวดให้จบพบสิ่งดี

สวดมนต์ให้บ่อยๆ  มากหรือน้อยบ่อยยิ่งดี
สวดเพิ่มอีกหลายปี  คงจะดีที่มีธรรม

สวดมนต์ไม่ได้ยาก  จิตต้องอยากมากประจำ
บทสวดท่องจดจำ  จิตน้อมนำธรรมสู่ใจ

สวดมนต์มองเห็นภาพ  ไม่ได้ยากหากเข้าใจ
ทดลองสวดทันใด  สุขฤทัยในทันที

กรรมฐานมีที่ยึด  จิตผนึกฝึกอย่างดี
มองพระให้ดีๆ  นิ่งทันทีดีแน่นอน

จับภาพด้วยดวงตา  จิตนำพาธรรมทุกตอน
สวดมนต์ใจนิ่งก่อน  สวดได้พรย้อนสู่ตน

ต้องสวดในทุกวัน  จิตขยันหมั่นอดทน
สวดได้สุขกมล  สวดทุกคนสนธรรมเอย

ปภาวีร์
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘