Nuffnang Ads

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : สวดมนต์ได้ลูกจากสวรรค์"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : สวดมนต์ได้ลูกจากสวรรค์" คติธรรมคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญวันนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับคู่สมรสที่กำลังต้องการจะมีลูก ดังนั้น ลองฟังเมตตาจากท่านหลวงพ่อจรัญ ตาม YouTube ต่อไปนี้ 



"... ถ้าสวดมนต์ไหว้พระลูกก็จะตามสวด ขอประทานโทษ ท่านเป็นสามีภรรยาที่จะเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกในอนาคตนั้น ลูกตั้งครรภ์ ท่านสวดมนต์ไหว้พระตักบาตรทุกวัน รับรองลูกท่านมาจากสวรรค์ บ้านไหนจิตใจสกปรกสัตว์นรกมาเกิด สัตว์นรกมาเกิดนี่เถียงพ่อเถียงแม่เถียงคำไม่ตกฟาก สัตว์นรกทั้งนั้น มาจากขุมนรก มาจากคุมขัง พอหมดเวรหมดกรรมแล้วกลับมาเกิด..."

ข้างต้นนั้น หากว่าคู่สมรสใดได้ฟังเมตตาจากท่านหลวงพ่อจรัญแล้ว คงจะได้พิจารณาว่าควรจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าท่านใดจะยังไม่ได้แต่งงานหรือไม่มีคู่ครองก็ตามแต่ ย่อมจะสามารถสวดมนต์ได้เช่นกัน เพราะการสวดมนต์เป็นเรื่องที่ดีอย่างที่หลวงพ่อท่านได้เมตตากล่าวไว้ ดังนั้น ประเทศไทยของเราหากว่ามีการสวดมนต์กันเยอะๆ  ในทุกวัน (ทุกโอกาสที่มีโอกาสสวดมนต์ คงจะดีเป็นอย่างยิ่ง)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนี้

สวดมนต์พร้อมไหว้พระ  จิตมานะจะได้ดี 
สวดมนต์เสริมชีวี  ส่งผลดีมีแน่นอน

สวดมนต์พร้อมตักบาตร  จะสามารถมากในพร
ผลดีมีกลับย้อน  ในทุกตอนของชีวี

สวดมนต์เมื่อตั้งครรภ์ ลูกจากสวรรค์ในทันที
เป็นพ่อแม่ที่ดี  สุขฤดีมีทุกคน

สัตว์นรกมาเกิด ไม่ประเสริฐเลยหนอคน
เถียงพ่อแม่อับจน ไม่ใช่คนสนในธรรม

จิตใจสกปรก  ขุมนรกตกประจำ
คิดดีมีศีลธรรม  จิตน้อนนำทำความดี

สวดมนต์ดีทุกอย่าง เป็นหนทางสู่ภพดี
นิพพานได้ทันที  ทุกนาทีมีสวดเอย

ปภาวีร์ 
๑๕ กันยายน ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คำสอนของหลวงปู่บุญมี โชติปาโล"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "คำสอนของหลวงปู่บุญมี โชติปาโล"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่บุญมี โชติปาโล วัดสระประสานสุข  จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "พระดีศรีอุบลฯ" อีกท่านหนึ่ง ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับหลวงปู่บุญมี โชติปาโล สามารถเข้าดูเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/LuangPuBoonmee


" ดีชั่วก็ตัวเรา จงเอาอยู่ที่ใจ
สวรรค์อยู่ที่ใจ อย่าสงสัย เอาใจเถิด
เดินทางเดียวกัน อย่าเหยียบรอยกัน
ทำสมาธิท่านให้ภาวนา
ตาย ตาย ตาย ทุกลมหายใจ "

คำสอนข้างต้นนั้น เป็นคติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่บุญมี โชติปาโล ที่ได้เมตตามอบไว้ให้ลูกหลานศิษยานุศิษย์  หากว่าได้น้อมนำทำตาม แล้วจะพบกับสิ่งที่ดีมีความสุขอย่างยั่งยืนนิรันดร์กาลในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการแก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป ดังนี้

ดีชั่วก็ตัวเรา  ขอจงเอาอยู่ที่ใจ
สวรรค์อยู่ที่ใจ  อย่าสงสัยเอาใจมั่น

ตัวเราต้องนึกคิด  สั่งดวงจิตธรรมทุกวัน
หากเดินทางเดียวกัน เหยียบรอยกันนั้นไม่ดี

ภาวนาสติ  สมาธิให้มากมี
คำหลวงปู่บุญมี  นำฤดีมีมากไว้

๓ ต. ตายตายตาย หญิงหรือชายต้องเข้าใจ
ทุกคนต้องจากไป  ไม่วันใดในทันที

ตายทุกลมหายใจ  ธรรมมากไว้ในฤดี
ฟังหลวงปู่บุญมี  บุญมากมีดีแน่นอน

คำสอนทรงคุณค่า  น้อมวันทาพาได้พร
สั่งจิตในทุกตอน  น้อมคำสอนมาสู่ตน

ทุกสิ่งสิ้นสลาย  อย่าเสียดายตายทุกคน
ดีชั่วในกมล  ดีมากล้นพ้นทุกข์ภัย

คำสอนย้อนดูตัว  ละสิ่งชั่วตัวปลอดภัย
พบธรรมอันยิ่งใหญ่  สุขฤทัยไปดีเอย

ปภาวีร์ 
๑๔ กันยายน ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ผู้รู้ - สมเด็จพระสังฆราช"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ผู้รู้ - สมเด็จพระสังฆราช"  คติธรรมคำสอนในเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับ "ผู้รู้" เป็นสิ่งที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ฟังที่ YouTube ต่อไปนี้ 


"ผู้รู้นั้นย่อมมองเห็นว่า ทั้งสิ่งที่น่าหัวเราะ ทั้งสิ่งที่น่าร้องไห้นั้น เป็นทุกข์ทั้งนั้น เพราะทุกๆ อย่างต้องเกิด ต้องดับ ต้องแปรปรวนเปลี่ยนแปลง"

คติธรรมคำสอนของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชฯ ข้างต้นนั้น ย่อมทำให้เราทุกคนพุทธศาสนิกชนคนไทยเป็น "ผู้รู้" เพราะเมื่อไหร่ที่เราเป็นผู้รู้ย่อมจะเกิดผลดีมีความสุขตามมาในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะข้อผิดพลาดเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไปดังนี้ 

ผู้รู้ดูอย่างไร  ต้องเข้าใจให้รู้ชัด
ผู้รู้ต้องเจนจัด  จิตฝึกหัดจัดการดี

ผู้รู้ย่อมมองเห็น  สิ่งที่เป็นในโลกนี้
ทุกสิ่งเกิดดับมี  สลับทีมิแน่นอน

หัวเราะหรือร้องไห้  ทุกข์ฤทัยในทุกตอน
เรื่องธรรมเข้าใจก่อน  อย่าตัดรอนถอนจากใจ

ผู้รู้ดูแล้วคิด  ฝึกดวงจิตชิดธรรมไว้
รู้แจ้งอยู่ข้างใน  สุขที่ใจในทันที

ทุกสิ่งล้วนแปรปรวน เปลี่ยนแปลงล้วนทุกชีวี
ผู้รู้ธรรมอย่างดี  ย่อมจะดีมีสุขเย็น

ผู้รู้ต้องฝึกฝน  จิตอดทนสนบำเพ็ญ
หมั่นฝึกทุกเช้าเย็น  จะมองเห็นเป็นอย่างไร

ผู้รู้ดูที่จิต  รู้ใกล้ชิดธรรมยิ่งใหญ่
รู้แล้วจิตเข้าใจ พร้อมจากไปในนิพพาน

ผู้รู้สู้อดทน  ในกมลพ้นรำคาญ
พร้อมดับจิตเบิกบาน  ตลอดกาลสานสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๓ กันยายน ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สติ ทั้งเสียใจ ดีใจ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ สติ ทั้งเสียใจ ดีใจ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญ ท่านได้เมตตาสั้นๆ เกี่ยวกับคำว่า "สติ" ซึ่งพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านย่อมทราบและรู้ดีว่า "สติ" หมายถึงอะไร อย่างไรก็ตาม ลองมารับชมและฟังเมตตาของท่านหลวงพ่อจรัญ จาก YouTube ต่อไปนี้ 



"...ถ้าหากว่า สุขก็ต้องกำหนด ทุกข์คืออะไร ทุกข์กายทุกข์ใจ สุขกายสุขใจ สุขทั้งด้านกายสุขทั้งด้านใจ ต้องกำหนดตรงนี้ สุขหนอที่ลิ้นปี่นี่ กำหนดตรงนี้ ตั้งสติไว้ให้ถึงขั้น เดี๋ยวความสุขนั่นก็จะกลายเป็นความทุกข์ จะเมตตาเจือด้วยโทสะไม่ได้ เมตตา แปลว่า ความปรารถนาดี อย่าเจือโทสะ..."

จะเห็นว่าเมื่อได้รับความเมตตาคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญตามข้างต้นแล้ว หากว่าตัวของเรามีสติในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องของความสุขความทุกข์ ย่อมจะเกิดผลดีมีประโยชน์ต่อตัวของเราและคนรอบข้างอย่างแน่นอนในที่สุด  และที่สำคัญ คือ "เมตตา" หากว่ามีเมตตา แต่ว่าเจือปนด้วยความโกรธโทสะอย่างที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้กล่าวไว้แล้ว คงจะแย่ทันทีดีไม่ได้ 

และเป็นธรรมเนียมเช่นเคยที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

สุขก็ต้องกำหนด  ให้ปรากฏสติไว้
สุขทุกข์คืออะไร  ทุกข์กายใจให้รู้ดี 

ตั้งสติให้ถึงขั้น  จิตต้องหมั่นมั่นทันที
สุขหนอที่ลิ้นปี่  ที่ตรงนี้สติพลัน

ตัวรู้ต้องกำหนด  จิตจ้องจดพบให้ทัน
สุขทุกข์ในทุกวัน  เกิดดับกันอันตราย

สติมีทุกเมื่อ  จิตอย่าเบื่อใจอย่าหน่าย
ต้องมีจนตัวตาย  หญิงหรือชายทุกเพศวัย

สติคู่เมตตา  สิ่งมีค่าพายิ่งใหญ่
ต้องมีอยู่ในใจ  มีมากไว้ใจสุขี

เมตตาเจือโทสะ  อย่าปนคละจะไม่ดี
ความปรารถนาดี  เป็นสิ่งดีที่ควรทำ

สุขทุกข์มีสติ  สมาธิเป็นประจำ
ธรรมะจิตน้อมนำ  เมตตาย้ำนำสุขเอย

ปภาวีร์ 
๑๒ กันยายน ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ถ้ามีโทสะความโกรธ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ถ้ามีโทสะความโกรธ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำหากว่าจดจำลองนำไปปฏิบัติรับรองว่าจะเป็นผลดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมนุษย์ปถุชนคนไทยที่หลายๆ ท่านกำลังมี "โทสะความโกรธ" อยู่ในขณะนี้ ลองฟังท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำเมตตาไว้ใน YouTube ต่อไปนี้ 







"...คนใดถ้ามีโทสะความโกรธมีเกิดขึ้นความทุกข์มันก็เกิดทุกข์ตรงไหน ก็คือ ทุกข์ตรงที่เรียกว่า ปรารถนาคิดจะหักล้างทำลายเขา ถ้าอารมณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ มันก็เกิด...
... ความโกรธความพยาบาทเป็นเครื่องบั่นทอนความดี...
... คนที่มีความโกรธความพยาบาทนี้แก่เร็ว..."


ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อท่านผู้อ่านได้ฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้นแล้ว หากว่าท่านมี "โทสะความโกรธ" ในเรื่องราวใดๆ ก็ตามแต่ในขณะนี้ ท่านคงจะทำลายขจัดความโกรธออกไปได้ในทันที รับรองจะดีแน่นอนในที่สุด (หากไม่เชื่อต้องลองทำดู)

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้กรุณาเมตตาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆๆๆ ขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนี้

เมื่อใดมีโทสะ  แตกตบะในทันที
โกรธเขาอย่างมากมี  ทุกข์ฤดีมีทำลาย

ความทุกข์เกิดที่ไหน  เกิดที่ใจในหญิงชาย
หักล้างเพื่อทำร้าย  ไม่สบายกายใจตน

ความโกรธพยาบาท ยิ่งอาฆาตมากทุกข์ทน
บั่นทอนจิตกมล  โกรธมากล้นจนตัวตาย

ความดีอาจสิ้นสูญ  จิตอาดูรสูญสลาย
ความโกรธไม่มลาย ยังไม่สายอายใจเรา

พยาบาทยิ่งแก่เร็ว  ดีชั่วเลวใจอย่าเศร้า
เริ่มจากหนักเป็นเบา โกรธทุเลาเอาให้ลง

โกรธเขาเราเป็นทุกข์ ไม่มีสุขยั้งยืนยง
ดับโกรธอย่างมั่นคง  จิตต้องปลงตรงนี้เอย

ปภาวีร์
๑๑ กันยายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ทุกข์เมื่อไหร่ หิวกระหายเมื่อไหร่"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ชา ทุกข์เมื่อไหร่ หิวกระหายเมื่อไหร่" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา (วัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี) เกี่ยวกับเรื่องของ "ทุกข์" และ "หิวกระหาย" นั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกท่านอย่างแน่นอน ไม่มีใครที่จะไม่มี ๒ สิ่งดังกล่าว ดังนั้น เพื่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ  "ทุกข์" และ "หิวกระหาย"  ลองฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


“... ให้รู้ของข้างนอก ให้รู้จักของข้างใน
-ทุกข์เมื่อไหร่ ตกนรกแล้ว
-หิวกระหายเมื่อไหร่ มันเป็นเปรตแล้ว มันเป็นผีแล้ว...”

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชาข้างต้น นับได้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับเรามนุษย์ทุกท่านที่ยังคงมีคำว่า "ทุกข์" และ "หิวกระหาย" ดังนั้น คงจะเป็นเรื่องที่ยากที่จะไม่มีทุกข์ไม่หิวกระหาย แต่อย่างไรก็ตาม หากว่าลองหาหนทางที่จะไม่มีทุกข์มาก ไม่หิวกระหายมาก ก็ย่อมจะดีในที่สุดอย่างแน่นอน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้เพื่อพิจารณาเมตตาชี้แนะแนะนำสำหรับการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้

ให้รู้ของข้างนอก  ชอบไม่ชอบบอกกับใจ
ให้รู้ของข้างใน  เป็นอย่างไรให้รู้ดี

ทุกคนมีความทุกข์  อยากมีสุขให้มากมี
ทุกข์แล้วย่อมไม่ดี  นำชีวีดีไม่ได้

ทุกข์เมื่อไหร่ตกนรก  กรรมหนักตกรกในใจ
หิวกระหายเมื่อไหร่  เปรตทันใดในทันที

ความทุกข์หิวกระหาย ถึงแม้ตายไม่ไปดี
หิวกระหายเป็นผี  ไม่มีดีที่ใจตน

ความรวยก็เป็นทุกข์ จนก็ทุกข์กันหนอคน
สุขใดในกมล  จะมากล้นสนนิพพาน

ดับทุกข์หิวกระหาย  ให้สลายตลอดกาล
ดับได้จิตเบิกบาน  สุขสำราญนิรันดร์เอย

ปภาวีร์
๑๐ กันยายน ๒๕๕๘

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ อย่าสนใจเสียง"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ อย่าสนใจเสียง" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญวันนี้เกี่ยวกับเรื่องของเสียง คือ "อย่าสนใจเสียง" ซึ่งจะเป็นเสียงอะไรนั้น อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้รับชมรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 


"... บางทีเขาทะเลาะกันที่โน้นเขาชวนตีที่โน้น เสือกออกไป เอาหูออกไปฟัง ก็อยู่ในบ้านซะไม่ได้เหรอ อยู่ในบ้านซะซิ เนี้ยตอนนี้คนไทยชาวพุทธไม่เข้าใจเรื่องนี้ แก้ไขเสียงหนอ เขาด่าเรา ด่าเรื่องอะไร หาเหตุผลด่าเรานิเราผิดจริงไหมที่เขาด่าเรา ผิดจริงแก้ไขซะ ถ้าไม่จริงเราก็นิ่งซะ วางอุเบกขา อย่าให้มีเรื่องมีราวกับเขา และเสียงที่เขาด่าเราก็กลับไปหาคนด่าเองไอ้คนด่านิมันแสดงว่า ประทานโทษ ด่าเราเสียหายแช่งเรา แช่งเรา เขาได้ก่อน มันออกจากจิตใจเขา เราไม่รับ ไม่ได้"

ข้างต้นนั้นเป็นสิ่งที่ท่านหลวงพ่อจรัญได้กรุณาเมตตามอบไว้ให้พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านได้พิจารณาว่า "เสียงหนอ" นี่มันสำคัญอย่างไร ท่านใดจะสนใจหรือไม่สนใจ คงจะเป็นเรื่องของท่านว่าเสียงดังกล่าวนั้นเกิดประโยชน์หรือโทษต่อเราต่อท่านอย่างไรบ้าง ซึ่งเสียงบางอย่างในชีวิตประจำวันของคนเราย่อมจะมีทั้งประโยชน์และโทษ  ดังนั้น คงจะเป็นสิ่งเราทุกคนจะต้องพิจารณาเลือกเอาจะเฉพาะในส่วนของเสียงที่เป็นประโยชน์เท่านั้น เพื่อจะได้เกิดความสุขกับตัวของเราและคนรอบข้าง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปในอนาคตดังนี้ 

เรื่องของเสียงได้ยิน  อาจเคยชินยินฟังรู้
เสียงด่าไม่ควรคู่  ทำไม่รู้ว่าเสียงใคร

เอาหูออกไปฟัง  มีแต่พังและบรรลัย
หูฟังให้เข้าใจ  เขาด่าใครใยต้องสน

หากว่าด่าเราผิด  ทบทวนจิตชิดกมล
วางเฉยจิตอดทน  อย่าไปสนคนด่าเรา

หากผิดคิดแก้ไข  ทำดีไว้ใจไม่เศร้า
อย่ามีเรื่องกับเขา  ลืมเรื่องเก่าสิ้นทันที

ถึงแม้เสียงแช่งเรา  เรื่องของเขาเศร้าไม่ดี
จิตเขาย่อมรู้ดี  รับทันทีมีทุกข์ตรม

เสียงหนอสำคัญยิ่ง  จิตไม่นิ่งยิ่งระทม
เสียงดีน่าชื่นชม  เสียงเหมาะสมภิรมย์เอย

ปภาวีร์ 
๙ กันยายน ๒๕๕๘