Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จินตนาการที่ยิ่งใหญ่ เพลง John Lennon : Imagine"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "จินตนาการที่ยิ่งใหญ่ เพลง John Lennon : Imagine" ไม่แน่ใจว่าเรื่องของวันนี้จะเกี่ยวข้องกับธรรมะเพื่อชีวิตอย่างไร เพราะเป็นเรื่องเพลงของ John Lennon ที่มีชื่อว่า "Imagine"  อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนคิดว่าหากท่านผู้อ่านได้ลองฟังและชมจาก YouTube ต่อไปนี้ เชื่อว่าเนื้อร้องเนื้อหาของเพลงดังกล่าวจะต้องเกี่ยวกับ "ธรรมะ"​ อย่างแน่นอน (ต้องชมและฟังให้ได้ หลายรอบๆ ยิ่งดี)


ซึ่งจาก YouTube ข้างต้นนั้น มีประโยคเนื้อร้องที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ 
************
Living life in peace ที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างสันติ
No need for greed or hunger ไม่จำเป็นที่เราต้องโลภหรืออยากได้
Sharing all the world ร่วมแบ่งปันโลกทั้งใบร่วมกัน 
*************

สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าเนื้อร้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธรรมะ คือ 
Living life in peace  นั้นคือ จะต้องมีพรหมวิหาร (๒​ ข้อแรก)​ คือ เมตตา กรุณา ต่อกัน ย่อมจะทำให้การดำรงชีวิตอยู่อย่างสันติ
No need for greed or hunger นั้นคือ ไม่มีความ โลภ โกรธ หลง อันเป็นไปตามหลักของพุทธศาสนา เพราะทั้งสามอย่าง (โลภ โกรธ​ หลง​)​ คือ กิเลสตัวที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง
Sharing all the world  นั้นคือ การให้ทาน แบ่งปัน ให้เพื่อนๆ  และอื่นๆ  วิญญานทั่วทั้ง ๓​​ แดนโลกธาตุ  เหล่าเทพพรหมโอปาติกะทั้งหลาย

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี  ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดเมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาดังต่อไปนี้ 

อันจินตนาการ  จิตประสานอยากให้จริง
ร่วมฝันคือความจริง  ทำทุกสิ่งจริงขึ้นได้

ชีวิตที่สันติ  มีสติขึ้นที่ใจ
พรหมวิหารยิ่งใหญ่  เมตตาได้กรุณา

ไม่โลภหรืออยากได้  ท่องเข้าไว้ทุกเวลา
โลภโกรธหลงไร้ค่า  จิตค้นหาถามใจตน

จินตนาการดี  ส่งผลดีไม่อับจน
แบ่งปันให้ทุกคน  ด้วยกมลที่จริงใจ

ลองจินตนาการ  ไม่ช้านานถึงเส้นชัย
ชีวิตสุขหรือไม่  ต้องถามใจเราให้ดี 

เมตตาพร้อมกรุณา  สิ่งมีค่าต่อชีวี
ไม่โลภให้มากมี  แบ่งปันดีมีสุขเอย


ปภาวีร์ 
๘ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตที่ช้าลง โดยพระไพศาล วิสาโล"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ชีวิตที่ช้าลง โดยพระไพศาล วิสาโล"  ในช่วงนี้ ผู้คนต่างกล่าวถึงเรื่อง "Slowlife" ซึ่งคงจะหมายถึง "ชีวิตช้าลง"  ทั้งนี้ พระไพศาล วิสาโล ท่านได้มีเมตตาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ คือ 
เรื่อง "สุขได้เมื่อใช้ชีวิตช้าลง" อ่านเพิ่มเติมที่
http://visalo.org/columnInterview/5601happyPlus.htm

หรือ อาจจะลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้


"...เวลาเราเดินนี่  ให้การเดินช้าๆ
มันช่วยทำให้ชีวิตเราเร่งรีบน้อยลง
ชีวิตคนเราสมัยนี้มันเร่งรีบมาก
เราเร่งรีบเพื่อจะได้ไปทำอีกอย่างหนึ่ง...
แต่อย่างที่สองเราก็เร่งรีบเหมือนกัน
ก็กลายเป็นว่าเราเร่งรีบเพื่อจะไปเร่งรีบอีกอย่างหนึ่ง
กลายเป็นไม่มีเวลาว่าง..."

คำกล่าวคำสอนของท่านพระไพศาลข้างต้นนั่น เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะประสบพบด้วยตัวของท่านเอง และบางครั้งท่านเองก็อาจจะเร่งรีบไปบ้าง อย่างไรก็ตาม หากว่าชีวิตของเราลองทำให้ชีวิตช้าลงอีกสักนิด คิดว่าจะดีมิใช่น้อยเช่นกัน 

ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำเสนอเกี่ยวกับชีวิตที่ช้าลง ดังนี้
SLOWLIFE
=================
S คือ Start เริ่มต้น  (ด้วยจิต) 
L คือ Learn  เรียนรู้ (เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์) 
O คือ Off ออกจาก (ตัดกิเลส)​
W คือ Wait คอย  (ใจนิ่งให้ได้)​
L คือ Love ความชอบ  (ชอบในสิ่งที่เป็นประโยชน์)​
I คือ Impress ซาบซึ้งใจ (ยินดีกับทุกเรื่องที่ดีๆ) 
F คือ Freedom ความเป็นอิสระ (ไม่มีห่วงให้ผูกมัด)
E คือ Easy ง่าย ๆๆๆ (ไม่สร้างปัญหาอุปสรรค) 

"...​เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ที่ออกจากที่เคยทำในปัจจุบัน คอยได้ในสิ่งที่ชอบ ซาบซึ้งใจในความเป็นอิสระและง่ายๆๆๆ ของชีวิต" 

ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งที่จริงแล้ว SLOWLIFE อาจจะมีหลายความหมายตามใจของแต่ละท่าน เพราะเป็นเรื่องของ "ปัจจัตตัง"​ และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดมีเมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุงดังต่อไปนี้ 

ชีวิตที่ช้าลง  จะมั่นคงดำรงสุข
ช้าลงคงไม่ทุกข์​  อาจสนุกทุกสิ่งอย่าง

เร่งรีบเร็วทุกวัน  อาจโศกศัลย์ทุกข์ตกค้าง
ช้าลงคงต้องสร้าง  เป็นหนทางให้สุขใจ

เริ่มต้นการเรียนรู้  สิ่งเป็นอยู่ให้เข้าใจ
ฝึกจิตลองออกไป  ฝึกคอยได้ย่อมจะดี

ความชอบที่เป็นสุข  อย่าให้ทุกข์ในชีวี
ซาบซึ้งใจในเรื่องดี   และต้องมีอิสระ

ง่ายๆ สิ่งควรทำ  จิตจดจำนำธรรมะ
ทุกสิ่งต้องมานะ  พร้อมลดละให้ช้าลง

ชีวิตก็เท่านี้  ธรรมให้มีดีที่ปลง
ชีวิตที่ช้าลง  จิตยืนยงคงสุขเอย

ปภาวีร์ 
๗​ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ มาวัดแต่ไม่ถึงวัด"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ มาวัดแต่ไม่ถึงวัด" หลายๆ ท่านคงจะรู้จักท่านหลวงปู่ดู่  พรหมปัญโญ เป็นอย่างดี  และท่านได้เมตตามอบคติธรรมคำสอนเกี่ยวกับเรื่องการเข้าวัดดั่งต่อไปนี้ 



“ถึงแกมาวัด แต่ใจยังมีโกรธ โลภ หลง ไปตามแปดอย่างที่ว่านี้ แกยังมาไม่ถึงวัด แต่ถ้าแกอยู่บ้านหรืออยู่ที่ไหนๆ แต่ไม่โกรธ ไม่โลภ ไม่หลง ไม่มีแปดอย่างนี้มากวนใจ ข้าว่าแกมาถึงวัดแล้ว”
(โลกธรรมแปดอย่าง  ได้ลาภ-เสื่อมลาภ, ได้ยศ- เสื่อมยศ, ได้รับความสุข-ประสบกับความทุกข์, มีคนสรรเสริญ-มีคนนินทา)

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านจะต้องเคยเข้าวัด เพราะเมื่อเป็นพุทธศาสนิกชนคนไทยต้องเข้าวัดอย่างแน่นอน  และหากลองพิจารณาคติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ดู่ข้างต้นแล้ว รับรองว่าต่อไปหากว่าเราเข้าวัดจริงๆ คงจะได้พิจารณาตนเองว่าได้เข้าวัดจริงหรือไม่ 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้

เมื่อตั้งใจไปวัด  คงต้องจัดระเบียบใจ
โกรธโลภหลงหรือไม่  ต้องถามใจให้ดีดี

หากว่าโกรธโลภหลง  ไม่ได้ปลงคงไม่ดี
ไม่ถึงวัดสักที  แล้วอย่างนี้ดีอย่างไร

ถึงแม้จะอยู่บ้าน  จิตเบิกบานสุขฤทัย
โกรธโลภหลงทิ้งไป  ไม่กวนใจให้รำคาญ

ได้ลาภก็เสื่อมลาภ  ไม่สามารถได้ยศนาน
มีทุกข์สุขสำราญ  ไม่ช้านานหมดสิ้นลง

มีคนสรรเสริญ  จิตเพลิดเพลินไม่ยืนยง
นินทาคงดำรง   คงต้องปลงลงให้ได้

ไปวัดตัดให้ลง  โกรธโลภหลงปลงที่ใจ
ตัดแล้วย่อมสุขใจ  ไปวัดได้ใจสุขเอย

ปภาวีร์ 
๖​ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ไม่เกิดประโยชน์ตัดออก เกิดประโยชน์สร้างไว้ โดยหลวงปู่ชา"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ไม่เกิดประโยชน์ตัดออก เกิดประโยชน์สร้างไว้ โดยหลวงปู่ชา" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่ชา เกี่ยวกับเรื่องของ "ประโยชน์" ซึ่งเป็นคำสอนภาษีอีสาน ต้องลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 





“... อันใดไม่เกิดประโยชน์ตัดออก ตัดออก ตัดออก..

อันใดเกิดประโยชน์สร้างไว้...
ง่ายที่สุด...”

หากว่าทุกท่านได้ฟังคติธรรมคำสอนข้างต้นแล้ว ย่อมจะเข้าใจเรื่องประโยชน์ ว่า อันที่ไม่ดีไม่มีประโยชน์รีบตัดออกทิ้งไปในที่สุด และทุกเรื่องก็พยายามทำให้เป็นเรื่องที่ง่ายๆ  ง่ายที่สุด แล้วเมื่อนั้นจะพบความสุขอย่างแน่นอน  

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณามีเมตตาพิจารณาแนะนำเพื่อการปรับปรุงต่อไป ดังนี้ 

เมื่อไม่เกิดประโยชน์  ย่อมเป็นโทษทุกข์ตามมา
อย่าไปมัวเสียเวลา  จิตค้นหาตัดออกพลัน

เกิดประโยชน์ต้องสร้าง หาหนทางอย่างสร้างสรรค์
ประโยชน์ครบถ้วนกัน  ง่ายพร้อมกันยิ่งจะดี

ทบทวนในทุกสิ่ง  รู้แท้จริงประโยชน์มี
หากว่าโทษไม่มี   สิ่งผลดีมีต่อตน

ทุกอย่างง่ายที่สุด  ขออย่าหยุดและอดทน
ประโยชน์ยิ่งต้องสน  ให้มากล้นด้วยมีธรรม

ความง่ายต้องฝึกจิต  โดยนึกคิดเป็นประจำ
ธรรมะต้องน้อมนำ  ลงมือทำง่ายทันที

ประโยชน์เพื่อส่วนรวม  ธรรมะร่วมยิ่งจะดี
ง่ายไว้ในความดี  นำชีวีมีสุขเอย


ปภาวีร์ 
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ขาดต้องเติม เกินต้องตัด เพื่อประหยัดเวลา โดยหลวงพ่อจรัญ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ขาดต้องเติม เกินต้องตัด เพื่อประหยัดเวลา โดยหลวงพ่อจรัญ"  ผู้เขียนอ่านหนังสือเล่มไหนไม่ทราบ จำไม่ได้ แต่จดไว้ว่า "ขาดต้องเติม เกินต้องตัด เพื่อประหยัดเวลา" โดยหลวงพ่อจรัญ  เป็นคติธรรมคำสอนสั้นๆๆ ของท่านหลวงพ่อจรัญ ที่อ่านแล้วฟังแล้ว ใช่เลย 

ที่ใช่เลยเพราะว่า อะไรที่ชีวิตของเราขาดไปก็ต้องเติมให้พอดี และหากว่าไม่เกินไปก็ต้องตัดลงไปให้พอดี ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการนั้นๆ   ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทุกอย่างต้อง "พอดี" ให้ได้ และที่สำคัญผู้เขียนเชื่อว่าในชีวิตของคนเราทุกคนล้วนจะต้องเกิน ล้วนจะต้องขาด และใช้เวลาไปมากกับเรื่องบางเรื่องที่อาจจะไม่เกิดประโยชน์  แต่ก็ยังไม่สายหากว่าเราทราบแล้วพิจารณาแล้วว่า สิ่งนั้น ควรจะต้องเติม ควรจะต้องตัด และประหยัดเวลาในการจัดการดำเนินงาน  คงต้องลองพิจารณากันเอาเองนะครับ

และเป็นธรรมเนียมเช่นเคยที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

หากว่าขาดต้องเติม  คงต้องเพิ่มให้พอดี
เกินไปให้พอดี  ย่อมจะดีอย่างแน่นอน

ทุกอย่างขาดเกินไป  อาจทุกข์ใจให้เดือดร้อน
พอดีในทุกตอน  อย่าตัดรอนก่อนสายไป

ตัดลงประหยัดเวลา  เกิดคุณค่าในทันใด
ตัดแล้วให้พอใจ  ที่ตัดไปให้สิ้นลง

ขาดเติมเกินต้องตัด  พร้อมประหยัดอย่างมั่นคง
เกินไปไม่ประสงค์  ขาดเติมลงคงจะดี

ขาดไปในธรรมะ  มีมานะธรรมมากมี
ตัดเกินสิ่งไม่ดี  นำชีวีสุขอุรา

เติมไปในสิ่งดี  ตัดไม่ดีที่เข้ามา
ธรรมะจะมีค่า  ใช้เวลาคุ้มค่าเอย

ปภาวีร์ 
๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพานะ สุขขัง เตสัง วูปะสะโม สุขโข"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "นิพพานะ สุขขัง เตสัง วูปะสะโม สุขโข" 

ข้อความต่อไปนี้ ผู้เขียนได้จดบันทึกไว้จากการอ่านหนังสือ แต่เป็นหนังสือเล่มไหน จำไม่ได้  (ซึ่งต้องขอขอบพระคุณสิ่งดีๆ จากหนังสือเล่มดังกล่าวมา ณ โอกาสนี้)



นิพพานะ สุขขัง
เตสัง วูปะสะโม สุขโข

(ไม่เกิดไม่ตายอีกตลอดกาล)

"การทำงานทางโลกไม่เที่ยง ทำให้เกิดทุกข์เป็นของธรรมดา จิตพร้อมที่จะปล่อยวางงานทุกชนิดได้ทันทีเมื่อกายพัง จิตพร้อมไปนิพพานได้เสมอ รู้ลม รู้ตาย รู้นิพพาน คือ ทางลัดที่จำเป็นจะต้องซ้อมและพร้อมอยู่เสมอ"

"อย่าไปคิดว่าร่างกายนี้ไม่มีความหมาย เวลานี้ยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาได้ทำไปตามหน้าที่"

ลองอ่านหลายๆ รอบอย่างมีสติ แล้วเชื่อว่าจะเกิดปัญญาพิจารณาในทางดีอย่างแน่นอนสำหรับชีวิตของเราที่เหลืออีกไม่มากนัก ก็คงจะแล้วแต่ท่านผู้อ่านจะได้พิจารณากันเอาเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณามีเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไปดังนี้

งานทางโลกไม่เที่ยง  อาจเบนเบี่ยงให้เกิดทุกข์
ทางโลกอาจสนุก  พร้อมมีสุขทุกเวลา

กายพังต้องปล่อยวาง  จิตเดินทางนับคณา
กายสูญหมดคุณค่า  จิตเดินหาตามผลกรรม

กายนั้นมีประโยชน์  จะเกิดโทษไม่มีธรรม
จิตพร้อมเป็นประจำ  จิตน้อมธรรมทำเรื่องดี

ร่างกายมีความหมาย  ยังไม่ตายธรรมทันที
ทำไปตามหน้าที่  เกิดผลดีมีตามมา

เป็นคนมีธรรมะ  พระพุทธศาสนา
รับใช้ที่เกิดมา  เมื่อจากลาย่อมไปดี

จิตพร้อมไปนิพพาน  ไม่ช้านานอาจวันนี้
ชีวิตธรรมมากมี  โลกลาทีตลอดกาลเอย

ปภาวีร์ 
๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ รอภาวนาตอนแก่ ? "

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่ดู่ รอภาวนาตอนแก่ ? " ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะทราบและรู้จักหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือคติธรรมคำสอนสั้นๆ ของท่านหลวงปู่ดู่ หากว่าเราลองพิจารณาไตร่ตรองอย่างมีสติเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านอย่างยิ่ง ดั่งคติธรรมคำสอนต่อไปนี้



“คนที่จะรอภาวนาเมื่อแก่ ก็เหมือนพวกที่คิดจะหัดว่ายน้ำตอนแพใกล้จะแตก มันไม่ทันการณ์ จะพากันจมน้ำตายเสียก่อน”

หากว่าเราไม่ต้องการจมน้ำตายเสียก่อน ก็อย่าตัดรอนในการภาวนาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะการภาวนานั้นดีแน่นอนอย่างยิ่ง เรื่องอย่างนี้คงจะไปบังคับกันไม่ได้ เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลสนใจหรือไม่ หากว่าใจสนใจเดี๋ยวก็สามารถจะภาวนาได้ แต่ก็อย่าให้สายเกินไป เพราะเวลาเหลืออีกไม่มากนัก หากเริ่มได้ในปัจจุบันทันทีเดี๋ยวนี้ยิ่งจะดี  อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ลองได้ทำนำตัวเอง

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้เมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นต่อไปดังนี้

ภาวนาเมื่อแก่  อาจจะแย่แน่อย่างยิ่ง
ธรรมะเป็นเรื่องจริง  ใจให้นิ่งภาวนา

อาจจะไม่ทันการณ์  มัวหย่อนยานไม่นำพา
ธรรมะนั้่นมีค่า  ลองสักคราย่อมได้ดี

ทุกอย่างยังไม่สาย ยังไม่ตายเริ่มทันที
ภาวนาเดี๋ยวนี้  ส่งผลดีมีที่ตน

หากว่าเริ่มจะคิด  ย่อมได้สิทธิ์ในกมล
ภาวนาทุกคน  จิตอดทนสนในธรรม

ทุกอย่างไม่คอยท่า  มีเวลาจิตน้อมนำ
ภาวนาประจำ  จิตดื่มด่ำธรรมอย่างดี

เวลาไม่คอยใคร  ลองใส่ใจให้มากมี
ภาวนานั้นดี  ตายไปดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘