Nuffnang Ads

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "การศึกษายังเห็นแก่ตัว โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "การศึกษายังเห็นแก่ตัว โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ" คติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุเกี่ยวกับการศึกษานับว่าสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทยการปฏิรูปการศึกษาของไทย หากว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ ด้วยสติไตร่ตรองอย่างรอบคอบเชื่อว่าจะเกิดผลดีต่อการพัฒนาการศึกษาของไทยอย่างแน่นอน



"...ปัญหาทั้งหมดมันมาจากความเห็นแก่ตัว การศึกษาก็จัดอย่างที่ว่าเพิ่มความเห็นแก่­ตัว ให้เด็กๆ มันฉลาดๆ ฉลาด แล้วยิ่งเห็นแก่ตัว ๆ ศาสนาไม่มาควบคุมการศึกษา การศึกษาก็เลยส่งเสริมความเห็นแก่ตัว ยิ่งเห็นแก่ตัวเท่าไร ก็ยิ่งทำลายโลกเท่านั้น..." 

เชื่อว่าคติธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุข้างต้นจะทำให้หลายท่านที่เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาของไทยได้น้อมนำพิจารณา ว่าเป็นอย่างที่ว่าใช่หรือไม่ และจะทำอย่างไรให้การศึกษาไม่เป็นดั่งที่ว่าไว้ นั่นเป็นสิ่งที่เราทุกคนคงจะต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ หากว่าเริ่มที่ไหนไม่ได้ ก็คงจะต้องเริ่มที่ตัวของเราเสียก่อน คือ "การไม่เห็นแก่ตัว" 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้เป็นข้อคิดเตือนใจเพิ่มเติม พร้อมให้ท่านผู้อ่านได้มีเมตตาพิจารณาชี้แนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่อไปดังนี้ 

อันว่าการศึกษา ย่อมมีค่าพาได้รู้
เริ่มต้นที่คุณครู  เป็นผู้รู้ความรู้ยิ่ง

เกี่ยวข้องศาสนา  การศึกษาสัมพันธ์จริง
ความรู้ในทุกสิ่ง ล้วนแอบอิงจริงในธรรม

การศึกษายิ่งสูง  ยิ่งชักจูงดีไม่ทำ
สอนคนไม่รู้ธรรม  พากันทำแต่เรื่องชั่ว

พากันสอนให้ฉลาด เลยสามารถเห็นแก่ตัว
ฉลาดแต่เมามัว  รู้กันทั่วธรรมไม่มี

ศาสนาต้องเกี่ยวข้อง เพื่อจะต้องคิดเรื่องดี
เห็นแก่ตัวไม่ดี  นำชีวีชาติล่มจม

เห็นแก่ตัวทำลาย น่าเสียดายยิ่งระทม
การศึกษาเหมาะสม อย่านิยมเห็นแก่ตัว

ปภาวีร์ 
๘ มิถุนายน  ๒๕๕๘

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ : อิทธิบาท ๔"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ : อิทธิบาท ๔" เรื่องอิทธิบาท ๔ ที่ท่านหลวงพ่อฤาษีได้มีเมตตาเป็นคติธรรมคำสอน ซึ่งอยากจะเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านได้ลองฟังจาก YouTube ดังต่อไปนี้ 
https://www.youtube.com/watch?v=lCj4C7X3o5E&feature=youtu.be


อิทธิบาท ๔
ทางโลก + ทางธรรม


ฉันทะ : มีความพอใจในกิจที่เราพึงกระทำ
วิริยะ : มีความรู้สึกอยู่เสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยความยากเราต้องใช้อารมณ์ต่อสู้กับความเหนื่อยยากที่พึงเกิดขึ้นไม่ท้อถอย
จิตตะ : สนใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่ว่าธุระ ถึงแม้ว่ามันจะยากลำบากไปด้วยประการใดก็ตามที ธุระประเภทนี้เราไม่วาง ถ้าทำไม่เสร็จก็ให้มันตายไป
วิมังสา : ใช้ปัญญาใคร่ครวญพิจารณาเสียก่อนที่จะพึงทำหรือใช้ปัญญาพิจารณาในกิจที่เราทำแล้วว่ามันถูกต้องมันดีไหม มันควรหรือไม่ควรมันดีหรือไม่ดี ปราณีตหรือหยาบ


อิทธิบาท ๔ เป็นสิ่งที่เราทุกคนทราบกันดี (แต่อาจจะยังไม่ดีพอก็เป็นได้) ซึ่งอิทธิบาท ๔ สามารถที่จะประยุกต์ในชีวิตประจำวันของเราในการทำงานได้ทุกเรื่อง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง ทำให้ทุกคนทุกท่านได้รับความสุขอย่างยั่งยืน

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้มีเมตตาโปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำแก้ไขเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้

เรื่องอิทธบาทสี่  เป็นสิ่งดีที่ควรทำ
หมั่นฝึกเป็นประจำ  เป็นเรื่องธรรมนำสู่ใจ

ความพอใจฉันทะ  วิริยะสู้ด้วยใจ
ท้อถอยต้องเอาใหม่ น้อมจิตใจให้ทำดี

จิตตะต้องสนใจ  ให้เข้าใจธรรมมากมี
ตั้งใจธรรมให้ดี  เสร็จงานดีด้วยตั้งใจ

วิมังสาปัญญา  จิตค้นหาดีหรือไม่
ทุกอย่างอยู่ที่ใจ จะยิ่งใหญ่ใจในธรรม

อิทธิบาทย่อมดี  ประโยชน์มีให้จดจำ
น้อมจิตพร้อมน้อมทำ ใจมีธรรมนำผลดี

ทางโลกและทางธรรม น้อมจิตธรรมบุญมากมี
ความสุขในชีวี  ขอให้มีอิทธิบาทเอย

ปภาวีร์ 
๗ มิถุนายน  ๒๕๕๘

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ เวลา และ ทุน"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ  เวลา และ ทุน"  คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องของ "เวลา และ ทุน" นับได้ว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่าน เพราะในชีวิตประจำวันล้วนต่างเกี่ยวข้องกับเรื่องเวลาและทุนแทบทั้งสิ้นในทุกเรื่อง ขอเชิญรับฟังได้จาก YouTube ต่อไปนี้ 



“...ถ้าท่านเป็นบุคคลที่ชีวิตมีค่า เวลาของท่านก็จะมีประโยชน์เอง ชีวิตไร้ค่า เวลาไม่มีประโยชน์ แต่ประการใด...”

“...แต่ใครจะใช้ทุนในตัวเองให้เป็นประโยชน์ต่อตนและส่วนรวม ความดีอยู่ตรงนี้...”

หากว่าเราทุกคนน้อมคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญข้างต้นมาไตร่ตรองคิดตามประยุกต์การใช้เวลาและทุนในการดำรงชีวิตประจำวันของเราทุกท่านอย่างสร้างสรรค์ เชื่อว่าจะเกิดผลดีอย่างแน่นอนเป็นจริงในที่สุด

และเป็นธรรมเนียมของที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้กรุณามีเมตตาโปรดพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาดังต่อไปนี้

ชีวิตคนมีค่า ใช้เวลาเป็นประโยชน์
เวลาไม่เป็นโทษ  อย่ามัวโกรธเรื่องเวลา

เวลาต่างเท่ากัน ต้องแบ่งปันให้มีค่า
ชีวิตที่ไร้ค่า  ไร้เวลาเกิดเป็นคุณ

ใช้ทุนเป็นประโยชน์ อย่าละโมบไม่เกื้อหนุน
ความดีย่อมเป็นทุน เกิดเกื้อกุลบุญมากมี

เวลาล้วนมีค่า  จิตนำพาธรรมให้ดี
ผลกรรมนำชีวี  สุขฤดีเกิดเป็นทุน

ภพนี้และภพใหม่ ทุนมากไว้คอยเกื้อหนุน
ทำดีย่อมเป็นบุญ  เพื่อกักตุนหนุนไปดี

ชีวิตมีเกิดดับ  ไปมากลับภพมากมี
ใช้ทุนเวลาดี  เป็นความดีมีสุขเอย

ปภาวีร์ 
๖ มิถุนายน  ๒๕๕๘

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ฟังธรรม พระครูวจีสุนทร"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "ฟังธรรม พระครูวจีสุนทร" สำหรับพระครูวจีสุนทร หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของท่าน  ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ครบรอบวันมรณภาพ วันที่ ๔ มิถุนายน ครบรอบ ๑๑ ปี “พระภาวนาวิศาลเถร” (หลวงปู่บุญมี โชติปาโล https://www.facebook.com/LuangPuBoonmee) (อดีตเจ้าอาวาสวัดสระประสานสุข ณ วัดสระประสานสุข บ้านนาเมือง ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี) ทั้งนี้ในเวลา ๐๑.๐๐ น. ของคืนวันพุธที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๘ ได้มีการแสดงธรรมเทศนา โดยพระครูวจีสุนทร เจ้าอาวาสวัดหนองแกใหม่ เจ้าคณะตำบลแจระแม เขต ๒  (ซึ่งพระคุณเจ้าได้แสดงธรรมเทศนาตั้งแต่เวลา ๐๑.๐๐- ๐๓.๐๐ น.) ทั้งนี้ บางส่วนที่ผู้เขียนประทับใจ อยากจะขอเชิญชวนทุกท่านได้ฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 

ตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมงที่ผู้เขียนได้รับฟังพระธรรมเทศนาของพระเดชพระคุณพระครูวจีสุนทรนั้น ผู้เขียนมีความประทับใจอย่างยิ่ง ซึ่งท่านอธิบาย "ธรรมะ" ต่างๆ เป็นภาษาอีสานให้เข้าใจอย่างง่าย โดยเฉพาะการฟังเทศน์นั้น ท่านได้แนะนำว่า ต้องมี ๓ ต.คือ 
  (๑) ตั้งใจฟัง 
  (๒) ตั้งใจจำ 
  (๓) ตั้งใจนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดบุญ  
โดยเฉพาะคำว่า "บุญ" ท่านได้ให้ความหมายว่า บุญ แปลว่า 
  (๑) ตัด ตัดภาระความยุ่งยาก ตัดภายใน (จิตใจ ความโลภ ความ        โกรธ ความหลง) 
   (๒) ชำระ กายภายนอก และภายใน (จิตใจให้ขาวสะอาด) 
   (๓) อิ่ม คือ อิ่มไม่ให้สิ่งไม่ดีเข้ามาหาตัวเรา  
นอกจากนั้น ท่านยังได้มีเมตตาชี้แนะว่าการจะได้บุญนั้น ประกอบ ด้วย
  (๑) บริจาคทาน 
  (๒) รักษาศีล 
 (๓) เจริญภาวนาเพื่อให้เกิดปัญญา 
โดยการบริจาคทานนั้น ต้องมีศรัทธาเจตนาอันประกอบด้วย 

(๑) ใจต้องผ่องใส 
(๒) ใจอย่าให้ขุ่น 
(๓) ใจไม่ต้องเป็นห่วง (เสียสละ)  
ทั้งนี้ การมี "ศีล" นั้นหมายถึงการปกติ ที่กาย ที่วาจา ที่ใจ  โดยศีลต้องมีทั้ง  
 (๑) ศีลส่ง คือ ส่งให้เจริญรุ่งเรืองด้วยอำนาจของศีล
 (๒) ศีลปรุง คือ ปรุงกาย วาจา ใจ ให้สวยงาม  
 (๓) ศีลนำ คือ นำชีวิตของเราให้หลุดจากความทุกข์ ความอยากทั้งปวง 



นั่นเป็นบางส่วนบางตอนที่ผู้เขียนได้สรุปจากการฟังพระธรรมเทศนาที่แสดงโดยพระเดชพระคุณครูวจีสุนทร (ทั้งนี้ ท่านผู้อ่านสามารถดูข้อมูลพระครูวจีสุนทร ได้จาก Link ตามข้างล่างได้) และต้องขอบอกว่า การได้ฟังเทศน์ดังกล่าวนับว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง ที่องค์แสดงพระธรรมเทศนาได้แสดงธรรมได้เหมือนกับชื่อฉายาของท่านคือ "วจีสุนทร" ที่หมายถึง "ความพูดที่น่าฟังน่าชื่นชม" 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านได้โปรดกรุณามีเมตตาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไป ดังนี้

คำพูดที่ไพเราะ  ที่เหมาะเจาะน่ารับฟัง
คำพูดที่ชิงชัง  มีแต่พังในทันใด

พระครูวจีสุนทร  หยุดฟังก่อนจะสุขใจ
ท่านเทศน์ได้จับใจ  ฟังเข้าใจได้ธรรมดี

สามตอเรื่องสำคัญ  ต้องสร้างสรรค์ในเรื่องดี
ตั้งใจฟังให้ดี  จำให้ดีมีไปทำ

ต้องเริ่มตัดยุ่งยาก ส่วนเรื่องมากไม่ต้องจำ
ชำระใจประจำ  อิ่มให้หนำสิ่งไม่ดี

ได้บุญต้องทำทาน ศีลยิ่งนานธรรมมากมี
ภาวนาให้ดี ได้บุญมีที่จิตใจ

ทุกอย่างวาจาดี  นำสิ่งดีธรรมสู่ใจ
ธรรมะให้เข้าใจ  น้อมเข้าไว้ในใจเอย

ปภาวีร์ 
๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่บุญมี โชติปาโล : โลกวุ่นวาย"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงปู่บุญมี โชติปาโล : โลกวุ่นวาย" คติธรรมคำสอนของพระภาวนาวิศาลเถร (หลวงปู่บุญมี โชติปาโล) เกี่ยวกับเรื่องความวุ่นวายของโลกน่าสนใจอย่างยิ่ง ลองฟังจาก YouTube ต่อไปนี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=mQp2rna7PgA
“...โลกเอยโลกวุ่นวายหนอ...
 ...ก็เพราะความอยากเป็นใหญ่ที่สุดของมนุษย์...
 ... ถ้าอิ่มแล้วก็ไม่วุ่นวาย...
 ... ลูกระเบิดก็ตัวของเรานี้แหละ...
 ... พรรคหยุดไม่มี มีแต่พรรครุกราน พรรควุ่นวาย พรรคเสียหาย...”

คติธรรมคำสอนของท่านหลวงปู่บุญมี โชติปาโล เชื่อว่าจะต้องทำให้หลายท่านที่กำลังวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ได้สติ คิดใหม่ว่าจะหยุดวุ่นวายได้อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าอย่างที่หลวงปู่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ตัวเรานี้แหละที่เป็นลูกระเบิด  ไม่รู้ว่าจะระเบิดเมื่อไร หากว่าระเบิดแล้วย่อมจะทำลายล้างอย่างแน่นอน 

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้โปรดมีเมตตากรุณาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาดังต่อไปนี้ 

โลกเราช่างวุ่นวาย  เกิดเวียนว่ายตายไม่หยุด
ความอยากใหญ่ที่สุด  แล้วเคยหยุดกันหรือยัง

ถ้าอิ่มไม่วุ่นวาย  ไม่อิ่มตายมีแต่พัง
ธรรมะควรต้องฟัง  เพื่อหยุดยั้งชั่งใจตน

ลูกระเบิดในตัว  ต้องละชั่วใจอดทน
จิตใจอย่างหมองหม่น  เมื่อเป็นคนต้องทำดี

การบ้านและการเมือง  จะรุ่งเรืองด้วยธรรมดี
ทุกคนต้องคิดดี  พรรคต้องดีมีพักใจ

หากมีพรรครุกราน  น่ารำคาญทุกข์ในใจ
วุ่นวายกันไปใหญ่  หยุดพักใจให้มีธรรม

วุ่นวายเพราะระเบิด  ไม่ประเสริฐชั่วไม่ทำ
ธรรมะต้องน้อมนำ  ให้ประจำนำสู่ใจ

หากมีพรรควุ่นวาย  พรรคเสียหายไปกันใหญ่
มีธรรมน้อมเข้าไว้  วุ่นวายใจสิ้นสูญเอย

ปภาวีร์ 
๔ มิถุนายน ๒๕๕๘
FB : ธรรมะเพื่อชีวิต โดย ปภาวีร์

งานบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน
น้อมถวายแด่ พระภาวนาวิศาลเถร (หลวงปู่บุญมี โชติปาโล)
ครบรอบ ๑๑ ปี วันมรณภาพ 
๓-๔ มิถุนายน ๒๕๕๘
https://www.facebook.com/LuangPuBoonmee
------------
ครบรอบสิบเอ็ดปี หลวงปู่บุญมีได้จากไป
หลวงปู่อยู่ในใจ พระผู้ให้ใจมีบุญ

งานบำเพ็ญกุศล เชิญทุกคนมาเกื้อหนุน
งานนี้มีพระคุณ มาร่วมบุญบุญมากมี

ทักษิณานุปทาน ใจประสานธรรมให้ดี
งานหลวงปู่บุญมี ร่วมจิตดีมีด้วยกัน

สี่มิถุนายน จิตกุศลเสกสร้างสรรค์
ทุกท่านร่วมใจกัน สิ่งดีพลันย่อมเข้ามา

วันมรณภาพ ท่านได้จากไม่หวนมา
ลูกหลานไหว้วันทา ขอบุญญามาสู่ตน

ปีนี้มีพิเศษ ขอฤทธิ์เดชสุขมากล้น
หลวงปู่สอนผู้คน มีหรือจนคนเหมือนกัน

ร่วมกันในงานนี้ ให้มากมีพร้อมลงขัน

สู้งานพร้อมเพรียงกัน สุขนิรันดร์มีบุญเอย

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ กฎธรรมดา อำนาจของกรรม ทวงหนี้ – ใช้หนี้"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ กฎธรรมดา อำนาจของกรรม ทวงหนี้ – ใช้หนี้" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ สั้นๆ ได้ใจความเรื่อง "กฎธรรมดา"  อำนาจของกรรม การทวงหนี้ การใช้หนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ปรากฏแก่พวกเราพุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วกัน ทั้งนี้ ลองฟังเสียงของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เพิ่มเติมได้ที่ YouTube ต่อไปนี้



"กฎธรรมดา
อำนาจของกรรม
ทวงหนี้-ใช้หนี้"

หากว่าทุกท่านได้ฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำข้างต้นแล้ว เชื่อว่าเราทุกคนคนไทยจะเข้าใจเรื่อง "กฎธรรมดา" มากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องของ "ธรรมดา" มันก็ธรรมดาจริงๆ  หากว่เราเข้าใจแล้วมันก็ธรรมดาทำให้เรามีความสุข เข้าถึงความสุขอย่างแท้จริง ดั่งนั้น ลองใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ ตาม "กฎธรรมดา" น่าจะดีมิใช่น้อย

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะขออนุญาตฝากกาพย์ยานี ๑๑ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตากรุณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปดังนี้ 

เรื่องกฎธรรมดา จิตนำพาจะเข้าใจ
ทุกคนไม่ว่าใคร เมื่อเข้าใจจะพบธรรม

ชีวิตมีที่มา  ผ่านภพมาวนเวียนซ้ำ
เพราะอำนาจของกรรม ที่ตนทำนำต่อไป

ก่อหนี้ต้องทวงหนี้  ต้องใช้หนี้กันเรื่อยไป
หยุดก่อได้เมื่อใด หนี้สิ้นไปในทันที

ชีวิตหากธรรมดา ย่อมมีค่าสุขฤดี
เกินขาดไม่พอดี  ธรรมไม่มีดีไม่พอ

ชีวิตหากเกินไป สุขฤทัยกันเปล่าหนอ
ธรรมะมีให้พอ  ไม่ต้องรอชาติต่อไป
กฎเกณฑ์ธรรมดา น้อมเข้าหาให้เร็วไว 
มีธรรมอยู่ที่ใจ  เมื่อจากไปให้สุขเอย

ปภาวีร์ 
๓ มิถุนายน ๒๕๕๘

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ : จิตใจที่สงบ"

ธรรมะเพื่อชีวิต ตอน "หลวงพ่อจรัญ :  จิตใจที่สงบ" คติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญเกี่ยวกับเรื่องของจิตใจที่สงบเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ที่หากว่าเราพุทธศาสนิกชนคนไทยทุกท่านลองฝึกจิตให้สงบย่อมจะพบสิ่งที่ดีมีค่่าอย่างยิ่ง  ลองฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญได้ที่ YouTube ต่อไปนี้


---------------------------------
“...จิตใจที่สงบก็เป็นตัวยารักษาโรคกายโรคใจได้ โรคกายไม่มี โรคใจก็หมดไป เสนียดจัญไรก็หมด เพราะจิตใจใสสะอาดเหมือนน้ำกลางเดือนสิบสอง เป็นต้น...”

เมื่อได้ฟังคติธรรมคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัญแล้ว เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านจะสามารถทำใจให้สงบได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นพรอันประเสริฐที่เราทุกท่านควรจะต้องฝึกฝนทนให้ใจสงบเพื่อจะได้พบกับสิ่งดีเพื่อเป็นตัวยารักษาโรคกายโรคใจอย่างที่หลวงพ่อจรัญได้กล่าวไว้ข้างต้น

และเป็นธรรมเนียมที่ผู้เขียนจะต้องขออนุญาตฝากกาพย์ยานี​ ๑๑​ ไว้ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้โปรดเมตตาพิจารณาชี้แนะแนะนำเพื่อการปรับปรุงพัฒนาต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

จิตใจที่สงบ ย่อมจะพบธรรมล้ำค่า
จิตใจเป็นตัวยา ที่รักษาโรคกายใจ

จิตใจที่สะอาด จะสามารถสงบไว
ฆ่าเสนียดจัญไร หนีห่างไกลจากตัวเรา

จิตใจที่สะอาด ปราศจากเรื่องความเศร้า
จิตใจอย่ามัวเมา นำเรื่องเก่าเศร้าเรื่อยไป

จิตใจสงบลง อย่างมั่นคงสุขฤทัย
ไม่มีโรคกายใจ จิตสดใสใจสุขเย็น

จิตใจสงบดี สุขฤดีไม่ทุกข์เข็ญ
จิตใจสงบเย็น จิตบำเพ็ญแต่ธรรมเอย

ปภาวีร์ 
๒​ มิถุนายน ๒๕๕๘