Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หลวงปู่คำคนิง แสดงฤทธิ์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค



 เมื่อหลวงปู่คำคนิงเดินธุดงค์ผ่านเข้าเขตเชียงตุงในเขตป่าใหญ่เทือกเขาแห่งหนึ่งเป็นภูเขาคิน  มีอุโมงค์พอที่จะเป็นที่พักพิง  หลวงปู่ท่านจึงคิดในใจว่าจะเอาที่ตรงนี้เป็นที่ตายโดยจะไม่ให้ใครเห็นแม้แต่ซากศพของท่านเอง  หลวงปู่ท่านได้อยู่มาถึงหนึ่งพรรษา  หลังจากผ่านไปประมาณเดือนห้าหรือเดือนหก  หลวงพ่อปานวัดบางนมโค  อำเภอเสนา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้พาคณะธุดงค์ผ่านมาในเขตเชียงตุง  มาพบหลวงปู่คำคนิงในป่าลึก

         ครั้นเมื่อพบกัน  หลวงพ่อปานก็พูดขึ้นว่า
         “ เออ...นี้พระหรือคน ”
หลวงปู่คำคนิงได้ยิน  ก็เกิดโมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที  แล้วพูดขึ้นว่า
         “ ได้พระนะมันอยู่ที่ไหน  เฮ้ย...พระมันอยู่ที่ไหนวะ ”
หลวงพ่อปานท่านก็ย้อนตอบว่า
         “ อ้าว...ก็เห็นผมยาว  ผ้าก็อีหรุปุปะสีเหลืองก็ไม่มี  แล้วใครเขาจะรู้ว่าพระหรือคน ”
หลวงปู่คำคนิงท่านก็ถามหลวงพ่อปานว่า
         “ พระมันอยู่ที่ผมหรือวะ ”  หลวงพ่อปานตอบว่า  ไม่ใช่
หลวงปู่คำคนิงท่านก็ถามหลวงพ่อว่า
        “ พระมันอยู่ที่ผ้าเหลืองหรือวะ ”  หลวงพ่อปานตอบว่า  ไม่ใช่
หลวงปู่คำคนิงก็ถามอีกว่า
       “ แล้วพระมันอยู่ที่ไหนเล่า ”
หลวงพ่อปานก็ตอบว่า
        “ พระน่ะอยู่ที่ใจสะอาดนะซี ”
หลวงปู่คำคนิงท่านก็เลยหันมาตะคอกเข้าใส่เอาว่า 
        “ ถ้าอย่างนั้นก็เสือกถามทำไมล่ะวะพระหรือคน ”
หลวงพ่อปานท่านก็เลยตอกกลับให้ว่า
        “ เห็นผมเผ้ายาวรุงรังอย่างนั้นนี่ใครจะไปรู้เล่า ”
หลวงปู่คำคนิงก็ยังไม่หายโมโห  เลยกระแทกให้ว่า 
        “ ก็ในเมื่อพระไม่ได้อยู่ที่ผม  ไม่ได้อยู่ที่ผ้าแล้ว  เสือกมาถามทำไม  ทำไมไม่ดูใจคน  ไอ้พระบ้านพระเมือง  พระกินข้าวชาวบ้านแบบนี้อวดดีมันจะต้องเห็นดีกัน ”

หลวงปู่คำคนิงพูดจบ  ท่านเดือดโมโหจัดก็เลยหันไปคว้าเอาหวายอันยาวร่วมวา  ขว้างผลุงไปตรงหน้าหลวงพ่อปาน      อัศจรรย์เป็นที่สุด  ไม้หายไปกลายเป็นงูตัวยาวใหญ่พุ่งฉกเข้าหากลุ่มพระธุดงค์หลวงพ่อปานแตกฮือหลบฉากไปแอบอยู่ข้างหลังพ่อปานกันหมด  ต่างก็แปลกใจไปตาม ๆ กันไม้ไหงกลายเป็นงู

      อัศจรรย์มาก  ใบไม้ของหลวงพ่อปานก็กลายเป็นนกตัวใหญ่โฉบเอางูของหลวงปู่คำคนิงหายไปทั้งงูแลนกใหญ่  พองูตกลงมาถึงพื้นดินงูนั้นก็กลายเป็นช้างใหญ่  ส่วนของหลวงพ่อปานก็กลายเป็นเสือต่อสู้กันต่างฝ่ายต่างก็บันดาลให้เป็นสัตว์ร้าย  ต่อสู้กันเต็มไปหมด  ยังไม่มีใครแพ้  ชนะ  ต่างคนต่างบันดาลลมพายุฝนเข้ากระหน่ำกันจนทำให้ฝุ่นตลบไปหมดในบริเวณนั้น  เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวัน  ก็หามีใครแพ้ชนะไม่  จนต่างฝ่ายต่างเหนื่อยอ่อน  ทำอะไรกันไม่ได้

      ในที่สุดหลวงปู่คำคนิงและหลวงพ่อปานต่างก็นั่งลงหัวเราะกันด้วยความขบขัน  หลังจากนั้นหลวงปู่คำคนิงก็บอกคณะธุดงค์ของพ่อปานว่าข้าสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน  พระธุดงค์ลูกศิษย์หลวงพ่อปานก็เข้าไปกราบหลวงพ่อคำคนิง  ท่านก็เอามือลูบศรีษะพระทุกองค์ด้วยความเมตตา  หลวงพ่อปานก็บอกกับหลวงปู่คำคนิง  ว่าพระพวกนี้เขาอยากเห็นของจริงก็เลยพาเขามาให้เห็นเสีย  พระพวกนี้เขาก็เป็นคนจริงเสียด้วย

      หลวงปู่คำคนิงก็เลยบอกว่า  ข้าน่ะไม่ได้เก่งอะไรหรอก  อาจารย์แกเขาเก่งอยู่แล้ว  เมื่อพูดจบหลวงพ่อปานก็บอกว่าตัวท่านเองไม่เก่งหรอกสู้หลวงปู่คำคนิงไม่ได้  ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม  ให้ใครเป็นอาจารย์กันผลสุดท้ายตกลงเป็นเพื่อนกันในระหว่างพักแรมด้วยกัน  ต่างฝ่ายต่างโต้ตอบถามธรรมะแก่กันทั้งฝ่ายถามฝ่ายแก้ก็หาได้แพ้ชนะกันไม่  สลับถามตอบกันไปกันมา  จนต่างฝ่ายเลิกถามกันไปเอง  หลวงพ่อปานและคณะธุดงค์ได้พักอยู่กับหลวงปู่คำคนิงหลายวันพอสมควร  จึงได้แยกย้ายจากกัน

อ้างอิง 


หมายเหตุ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค คือ พระอาจาย์ท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย เล่าเรื่อง “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”)


จากข้อมูลข้างต้น ย่อมทำให้ทราบว่า พระเกจิอาจารย์ทั้งสองท่านนั้น เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ศึกษาธรรมะเพื่อค้นหาทางหลุดพ้นอย่างแท้จริง 

ดังนั้น ผู้อ่านสามารถอ่านประวัติพระอาจารย์ทั้งสองท่านได้ที่ "ประวัติหลวงพ่อปาน"  และ "ประวัติหลวงปู่คำคะนิง " ตามลำดับ


พระอาจารย์ทั้งสอง สร้างครรลองปฏิบัติดี
ธรรมะนำชีวี สร้างวิถีหลุดพ้นภัย

ท่านแสดงเดชฤทธิ์ เป็นเพื่อนมิตรที่ยิ่งใหญ่
ธรรมะมีน้ำใจ สร้างเหลือไว้เพื่อรุ่นหลัง

เกจิศึกษาธรรม พระพุทธนำเกิดพลัง
ทำดีเป็นที่ตั้ง เกราะกำบังเรื่องไม่ดี

พวกเราต้องทำตาม เรื่องงดงามในเรื่องดี
สองท่านพระที่ดี สอนทำดีมีสุขเอย

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗



วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

(ร่าง) โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการข้อมูลความรู้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี

(ร่าง)
โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการข้อมูลความรู้
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี

หลักการและเหตุผล
              พระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในหัวข้อ แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้าในการสัมมนาวิชาการ เรื่อง เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า”  ณ โรงแรม บีพี สมิหลา จังหวัดสงขลา  วันที่ 23 กันยายน 2542  ความตอนหนึ่งว่า “...แนวโน้มความรู้ในทศวรรษหน้าจะมีหลายอย่าง   ดังนี้  ประการแรก   ความรู้สากล คือความรู้ที่จะสามารถเปรียบเทียบกันได้ทั้งโลก ประการที่  2  ความรู้ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศ  ที่เราจะกำหนดว่าคนไทยควรต้องรู้อะไร ประการที่  3   ความรู้ท้องถิ่น  ทำให้เรารู้ความเป็นมาและศักยภาพของท้องถิ่น ที่สำคัญคือ จะต้องสามารถโยงความรู้ทั้ง 3 ระดับนี้ให้เข้ากันได้...”  (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2542). รัตนพินิจ นิทิศการศึกษา : รวมปาฐกถาด้านการศึกษา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.  กรุงเทพมหานคร มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร)  ดังนั้น จะเห็นว่าความรู้ท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความรู้ดังกล่าวสามารถที่เผยแพร่ให้ความรู้กับประชาชนทั่ว อันจะนำไปสู่ความรู้ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศ และความรู้สากลในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญของประเทศชาติที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ไว้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๕๗ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๕๗  (อ้างอิง  ๑)  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากการที่เฝ้ารับเสด็จฯ     สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งด้วยว่า "หลังจากมีการสร้างอาคาร หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติใหม่แล้ว ควรจะมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการแก่ประชาชนให้มีมาตรฐาน อีกทั้งควรจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ควรมีการปรับปรุงระบบจัดเก็บเอกสารหายากให้สามารถสืบค้นและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ส่วนงานด้านจดหมายเหตุ ควรมีความร่วมมือกับหอจดหมายเหตุชาติของต่างประเทศ เพื่อขอสำเนาเอกสารมาให้คนไทยศึกษาค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้วย(อ้างอิง  ๒)   สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีในด้านศิลปวัฒนธรรมนั้น จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมืองราชธานีที่มีประวัติอันยาวนานเกี่ยวข้องกับศิลปะมาตั้งแต่โบราณกาล ตามคำขวัญของจังหวัดที่ว่า "เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์" โดยที่ผาแต้มนั้นเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศไทย  นอกจากนั้น จังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาจังหวัด คือ ชุมชนเข้มแข็ง เมืองน่าอยู่ เป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยว การเกษตรมีศักยภาพพร้อมทั้งกำหนดนโยบาย ๔ นคร ประกอบด้วย "นครแห่งธรรม นครแห่งเทียน นครแห่งการพัฒนา นครแห่งความฮักแพง" ซึ่งจะเห็นว่าวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ว่า เมืองน่าอยู่นั้น จะต้องประกอบด้วยด้านการพัฒนาศิลปวัฒนธรรม อันจะสอดคล้องกับนโยบาย ๔ นคร เช่นกัน  เมื่อกล่าวถึงศิลปวัฒนธรรมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเชื่อมโยงกับพื้นที่ต่างๆ ทั้งใกล้และไกลของจังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ว่า "หุ้นส่วนเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านโดยที่หุ้นส่วนเศรษฐกิจหากมีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จะเกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อพร้อมที่เป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งในปีดังกล่าวอยู่ในช่วงระยะของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑  โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ที่จะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับการเป็นประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยเสาหลัก คือ (๑)ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC) (๒) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC)  และ (๓) ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) ด้วยเหตุดังกล่าว การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องความรู้ด้านต่างๆ นอกจากด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งหน่วยงานหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานีมีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในการติดต่อประสานงานกับทุกส่วนราชการในการถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ โดยเฉพาะในเรื่อง การรับมอบเอกสารราชการที่มีอายุครบ ๒๕ ปี การฝากเก็บเอกสารราชการ และการทำลายเอกสารราชการ รวมทั้งการได้มาของเอกสารที่เก็บรักษาไว้เป็นเอกสารสำคัญของชาติ หรือเอกสารจดหมายเหตุ ดังนั้น หากว่านำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ในการจัดการข้อมูลของหอจดหมายเหตุฯ พัฒนาในรูปแบบสื่อดิจิตอล จะสามารถทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นสารสนเทศความรู้ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศและความรู้สากลในที่สุด
                 
วัตถุประสงค์
๑.      เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๖๐ พรรษา ในปี พ.ศ.๒๕๕๘  (ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ ๒ เมษายน ของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันพระ ราช สมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น วันอนุรักษ์มรดกไทย”)
๒.      เพื่อเป็นการน้อมนำพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในประเด็นการเชื่อมความรู้ ๓ ระดับ คือ ความรู้ท้องถิ่น ความรู้ระดับประเทศและความรู้สากลให้เข้ากันได้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 
๓.      เพื่อพัฒนาข้อมูลจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานีเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมให้กับนักเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา และประชาชนทั่วไปในรูปแบบสื่อดิจิตอล

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑.      ทำให้ประชาชนสำนักในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๖๐ พรรษา ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ 
๒.      ทำให้สามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์เชื่อมต่อข้อมูลความรู้ ๓ ระดับ คือ ความรู้ท้องถิ่น ความรู้ระดับประเทศและความรู้สากลให้เข้ากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๓.      ทำให้มีแหล่งเรียนรู้จากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานีด้านศิลปวัฒนธรรมให้กับนักเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา และประชาชนทั่วไปในรูปแบบสื่อดิจิตอล

อ้างอิง

ที่มาของภาพ http://www.finearts.go.th/promotion/ข่าวประชาสัมพันธ์/ข่าวประชาสัมพันธ์/item/สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ-สยามบรมราชกุมารี-เสด็จฯ-ทรงเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย-พุทธศักราช-๒๕๕๗.html



ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เดินทางไปเยี่ยมชมอาคารโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (หลังเก่า) โดยมีท่านสุรพล สายพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับและนำเสนอเกี่ยวกับอาคารดังกล่าว






วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้สื่อสังคมในการจัดการความรู้


บทนำ
หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนมีความตั้งใจว่าจะนำประสบการณ์จากการประยุกต์ใช้สื่อสังคม (Social Media) ในการจัดการความรู้ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 เพื่อรวบรวมประมวลให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งนักศึกษาและผู้อ่านทั่วไป เนื่องจากในปัจจุบันสื่อสังคมได้เข้ามามีบทบาทต่อคนไทยเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นในด้านของการทำงาน หรือด้านการเรียนการสอนและอื่นๆ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้ถูกเรียบเรียงไว้ทั้งหมด 8 บท ดังนี้
บทที่ 1
ความรู้ การจัดการความรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
จะกล่าวถึงความหมายของความรู้ การจัดการความรู้ ความเป็นมาของการจัดการความรู้ในประเทศไทยว่าเป็นมาอย่างไรและทำไมถึงมีความสำคัญ โดยที่กระบวนการของการจัดการความรู้มีส่วนที่จะต้องอาศัยความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยเหลือ อันจะทำให้การจัดการความรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

บทที่ 2
กระบวนการจัดการความรู้กับเทคโนโลยีสารสนเทศ
                จะอธิบายกระบวนการจัดการความรู้ว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งกระบวนการจัดการความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้ความรู้ไม่ชัดแจ้งกลายเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง อันจะเกิดประโยชน์ต่อการนำความรู้ชัดแจ้งไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ สำหรับพัฒนาองค์กร หน่วยงาน ให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้เขียนได้นำเสนอกระบวนการจัดการความรู้ในรูปแบบ Manoonpong’s 7s Framework for Knowledge Management  และจะกล่าวถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการจัดการความรู้ โดยผู้เขียนได้นำเสนอรูปแบบของสมการ “มณูญพงศ์” ในการจัดการความรู้ อันจะนำไปสู่เรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อการจัดการความรู้คือ “ สื่อสังคมกับการจัดการความรู้”

บทที่ 3
การประยุกต์ใช้ Social Networks : Facebook ในการจัดการความรู้
 
จะเป็นการกล่าวถึง Social Networks (เครือข่ายสังคม) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Social Media (สื่อสังคม) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Facebook ซึ่งเป็น Social Networks ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานจำนวนมากจากทั่วโลก ดังนั้น การนำ Facebook มาประยุกต์ใช้ในการจัดการความรู้ย่อมจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากการใช้งาน Facebook นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยที่ความสามารถของ Facebook เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และเลือกใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด อันจะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งๆ ขึ้นต่อไป
บทที่ 4
การประยุกต์ใช้ Blog : WordPress, Blogger ในการจัดการความรู้
                จะเป็นการนำ Blog ที่มีชื่อว่า  WordPress และ Blogger มาใช้ในการจัดการความรู้ ซึ่งจะกล่าวถึงความเป็นมาของ WordPress และ Blogger  ต่อจากนั้นจึงจะได้นำเสนอวิธีการนำ WordPress และ Blogger มาประยุกต์ใช้ในการจัดการความรู้เพื่อให้ทราบว่ามีข้อดีอย่างไร เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้งานนำไปใช้ในการจัดการความรู้ต่อไป

บทที่ 5
การเปรียบเทียบการใช้ WordPress กับ Facebook
ในการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาท้องถิ่น : กรณี จังหวัดอุบลราชธานี
เริ่มต้นด้วยคำถามว่าทำไมถึงต้องเปรียบเทียบการใช้ WordPress กับ Facebook ในการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาท้องถิ่นกรณีจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งนำเสนอขั้นตอนการดำเนินการเปรียบเทียบดังกล่าว และที่สำคัญคือการสรุปผลการเปรียบเทียบการใช้ระหว่าง WordPress กับ Facebook ในการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาท้องถิ่นกรณีจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผลการเปรียบเทียบดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถพิจารณานำสื่อสังคมทั้ง WordPress และ Facebook ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการความรู้ในองค์กรหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

บทที่ 6
การใช้ Blogger และ Facebook ในการจัดการความรู้
สำหรับทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
                มีคำถามว่าทำไมการจัดการความรู้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญ และจะสามารถนำเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสังคม Blogger และ Facebook มาช่วยในการจัดการความรู้ดังกล่าวได้หรือไม่  การใช้ Blogger ในการจัดการความรู้จะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา  และ Social Network ที่เรียกว่า Facebook จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับการจัดการความรู้เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้อย่างไรบ้าง

บทที่ 7
การประยุกต์ใช้ Content Sharing ในการจัดการความรู้
จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับ Content Sharing สำหรับการจัดการความรู้ว่ามีประโยชน์อย่างไร โดย Content Sharing เป็นประเภทหนึ่งของสื่อสังคมและมีการใช้งานในปัจจุบันหลายชนิดด้วยกัน อย่างไรก็ดี ผู้เขียนจะขอกล่าวถึง Content Sharing ที่จะประยุกต์ใช้ในการจัดการความรู้เฉพาะ YouTube, OneDrive (Microsoft), Drive (Google) , SlideShare ตามลำดับเท่านั้น
บทที่ 8
บทสรุปการประยุกต์ใช้สื่อสังคมในการจัดการความรู้
เป็นการสรุปการประยุกต์ใช้สื่อสังคมในการจัดการความรู้ที่ได้นำเสนอในหนังสือเล่มนี้  อันจะทำให้ผู้อ่านได้ทราบว่าสื่อสังคมมีประโยชน์ต่อการจัดการความรู้อย่างไรบ้าง และจะนำเสนอเกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคตของการใช้สื่อสังคมในการจัดการความรู้ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถที่จะใช้เป็นแนวทางในการจัดการความรู้ต่อองค์กรและหน่วยงานต่อไป



หากสนใจ Click เข้าไปชมได้ที่  e-book.in.th นะครับผม

ธรรมะ คือ ธรรมชาติที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลก (หลวงพ่อจรัญ)

ธรรมะ คือ ธรรมชาติที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลก 

ผู้อ่านสามารถเข้าถึง "พระธรรมคำสอน" ดังกล่าวของท่านหลวงพ่อจรัญได้ที่ YouTube

https://www.youtube.com/watch?v=dI6qR6YCHlI



แสวงหาธรรมะ มีมานะเรื่องปล่อยวาง
ธรรมะเป็นหนทาง เพื่อจะสร้างทางหลุดพ้น

ทางโลกเรื่องสมมติ แต่ทางพุทธค่ามากล้น
ธรรมชาติต้องหาค้น พร้อมอดทนสู้ต่อไป

ทางโลกต่างวุ่นวาย น่าเสียดายไม่เข้าใจ
ทางธรรมย่อมสุขใจ เกิดชาติใหม่ดีกว่าเดิม

ธรรมะการจัดสรร ล้วนเสกสรรดีต้องเริ่ม
ทำดีมีแต่งเติม พร้อมต้องเสริมจิตคิดดี

ธรรมะสติที่ใจ ทำบ่อยไว้ให้มากมี
ธรรมะนำชีวี ย้ำอีกทีดีแน่เอย

ทั้งนี้ สามารถอ่าน "คำสอนหลวงพ่อจรัญ" เพิ่มเติมได้ที่ 

http://msrivirat.blogspot.com/2014/06/blog-post_23.html

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์

"มองทุกข์ให้เห็น จึงเป็นสุข" พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)





ผู้เขียนต้องขอยกพระธรรมคำสอนของท่านพระคุณเจ้าพระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) ที่ว่า "มองทุกข์ให้เห็น จึงเป็นสุข" เป็นสิ่งที่ชาวไทยชาวพุทธจะต้องทำความเข้าใจและลองลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าหากทุกท่านสามารถมองเห็นทุกข์ มองทุกข์ให้เห็น ย่อมจะพบความสุขที่แท้จริงอย่างแน่นอนครับ 

จงมองทุกข์ให้เห็น ลำบากเข็ญช่างหัวมัน
ทุกข์มากเข้าหามัน ค้นหากันให้เข้าใจ

เข้าหาทุกข์ให้สุด จะพบสุขอย่างยิ่งใหญ่
ทุกข์กรรมของคนใด ชดใช้ไปให้หมดลง

มองเห็นทุกข์ให้มาก ธรรมชาติย่อมมั่นคง
ทุกข์นั้นไม่ดำรง หากว่า "ปลง" ย่อมสุขเอย

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ 

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระพุทธนวราชบพิตร และ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

พระพุทธนวราชบพิตร และ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร หลายท่านๆ อาจจะทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และบางท่านอาจจะยังไม่ทราบ  


     นับตั้งแต่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทายลัยอุบลราชธานี (ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๕ ในฐานะรองอธิการบดี "ปริญญาทรงคุณค่า")  สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ มีการอันเชิญ "พระพุทธนวราชบพิตร"จากศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีมาในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร (เกี่ยวกับพระพุทธนวราชบพิตร อ้างอิง ๑ )  

     ทั้งนี้ จังหวัดแรกที่ได้รับพระมหากรุณาพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร ก็คือจังหวัดหนองคาย ซึ่งได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ 


ในโอกาสนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสแก่ชาวจังหวัดหนองคาย มีความสำคัญที่ขออัญเชิญมาเฉพาะบางตอน ดังนี้ (อ้างอิง ๓)
...ข้าพเจ้ามาเยี่ยมท่านคราวนี้ ได้นำพระพุทธนวราชบพิตรมามอบให้ด้วย พระพุทธรูปองค์นี้ข้าพเจ้าสร้างขึ้นเพื่อมอบไว้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัด ที่ฐานบัวหงายข้าพเจ้าได้บรรจุพระพิมพ์องค์หนึ่ง ซึ่งทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ อันได้มาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร...

...พระพุทธนวราชบพิตรองค์นี้ นอกจากจะถือว่าเป็นนิมิตหมายแห่งคุณพระรัตนตรัย อันเป็นที่เคารพสูงสุดแล้ว ข้าพเจ้ายังถือเสมือนเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของประเทศไทย และความสามัคคีกลมเกลียวกันของประชาชนชาวไทยอีกด้วย ข้าพเจ้าจึงได้บรรจุพระพิมพ์ที่ทำขึ้นด้วยผงศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักรดังกล่าว และนำมามอบให้แก่ท่านด้วยตนเอง...

ขออานุภาพแห่งพระพุทธนวราชบพิตร จงปกปักรักษาท่านให้พ้นจากทุกข์ภัยทุกๆประการ บันดาลให้เกิดความสุขสวัสดี มีความก้าวหน้ารุ่งเรืองในการประกอบอาชีพ และมีความสมัครสมานกัน ในอันที่จะร่วมกันสร้างเสริมความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าให้แก่บ้านเมืองของเราสืบไป...


สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีก็เช่นกัน เป็นพิธีสำคัญอย่างยิ่ง โดยที่พระพุทธนวราชบพิตร จะถูกอันเชิญ ดังภาพข้างล่างนี้



ในวันอังคารที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ รุ่นที่ ๒๓ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ผู้เขียนขอให้บัณฑิตทุกระดับได้ตั้งจิตตั้งใจในพิธีดังกล่าว (อ้างอิง ๔) ทั้งนี้ เมื่อบัณฑิตทุกท่านได้รับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้ว เมื่อหันหน้าด้านขวามือของบัณฑิตจะเห็น "พระพุทธนวราชบพิตร" ตรงหน้าของบัณฑิตทันที ซึ่งจังหวะนี้หากบัณฑิตมีสติตั้งจิตให้ดีๆ พร้อมขอพรสิ่งดีงามจากพระพุทธนวราชบพิตร  ผู้เขียนเชื่อว่าบัณฑิตจะได้พรตามที่มีสติจิตได้ตั้งไว้อย่างแน่นอน ครับ 

ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
ประธานสถานศึกษา ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร
อดีตรองอธิการบดี ม.อุบลราชธานี (พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๕๕)
อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อุบลราชธานี จำกัด (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๖)
๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ 


พนักงานเจ้าหน้าที่อันเชิญ "พระพุทธนวราชบพิตร"  (เมื่อช่วงเช้าวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๗) 










 เป็นบัณฑิตที่ดี จะต้องมีเรื่องความรู้
เคารพในคุณครู พร้อมเชิดชูประเทศไทย

บัณฑิต ม.อุบลฯ สู้อดทนด้วยหัวใจ
เรียนรู้ในสิ่งใหม่ พร้อมก้าวไกลในวิชา 

การเรียนไม่หยุดนิ่ง ไม่ประวิงเสียเวลา
บัณฑิตทรงคุณค่า ต้องเสาะหารู้เพิ่มเติม

ขอแสดงความยินดี ขอให้มีสิ่งดีเสริม
สิ่งใดที่เหมือนเดิม ขอให้เริ่มดียิ่งเอย


๕ ธันวาคม ทรงพระเจริญ

ทรงพระเจริญ

=== ราชา ราชัน ทรงพระเจริญ ===
ราชันและราชา ชาวประชาล้วนภักดี
พระองค์สรรสร้างดี มอบสิ่งดีให้ประชา

ราชาของแผ่นดิน ไทยทุกถิ่นพร้อมวันทา
ขอจงทรงหรรษา ชนม์พรรษายิ่งยื่นนาน

ราชันผู้เลิศล้ำ ท่านทรงนำทำเชี่ยวชาญ
ขอจงทรงสำราญ พร้อมเบิกบานชื่นพระทัย

ราชาองค์ราชัน ไทยพร้อมกันทุกหัวใจ
ถวายพระพรชัย พ่อหลวงไทยสุขยิ่งเอย

===== ๘๖ พรรษา =====
แปดสิบหกพรรษา ทุกคนมาร่วมภักดี
พระองค์สอนทำดี เกิดผลดีต่อบ้านเมือง

พระองค์ทำให้เห็น และทรงเป็นที่ลือเลื่อง
พระองค์ทรงปราชญ์เปรื่อง เกิดรุ่งเรืองเพื่อคนไทย

พระองค์ทรงแนะนำ ให้จดจำเพื่อพ้นภัย
พระองค์ทรงใส่ใจ เพื่อคนไทยสุขอุรา

พระองค์ทรงติเตือน เป็นบทเรียนที่ล้ำค่า
พระองค์ทรงหรรษา ไทยทั่วล้าถวายชัย

พระองค์ทรงบำเพ็ญ ทรงเล็งเห็นทั่วถิ่นไทย
กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ถวายไท้พ่อหลวงเอย

== > เทิดไท้องค์ราชัน < ==
เทิดไท้องค์ราชัน ทุกเขตขัณฑ์มาพร้อมใจ
เทิดทูนพ่อหลวงไทย มอบหัวใจให้ราชา

เทิดพระเกียรติในหลวง ไทยทั้งปวงมาพร้อมหน้า
เทิดเกล้าจอมราชา ชาวประชามาพร้อมกัน

เทิดบูชาพระองค์ท่าน ใจประสานอย่างสร้างสรรค์
เทิดทูนทุกถ้วนกัน ขอราชันสุขสันต์เอย



===  ยิ้มพ่อหลวงไทย  === 
ยิ้มของพ่อ ขอไหว้ ในหลวงไทย
ทุกคนไทย ใจน้อม พร้อมถวาย
ห้าธันวา ค่ายิ่ง จริงใจกาย
น้อมถวาย กายใจ ให้พระองค์

ยิ้มของพ่อ พอเพียง เยี่ยงท่านสอน
ขอวิงวอน พรดี ที่ประสงค์
พ่อยิิ่งใหญ่ ในใจ ไทยดำรง
ขอพระองค์ ทรงเจริญ ยิ่งยืนเอย

=== ในหลวง===
องค์ในหลวง ปวงไทย ใจเคารพ
ขอน้อมนบ ครบถ้วน ล้วนภักดี
ขอพระองค์ ทรงสุข ทุกนาที
ขอภักดี ชีวี เพื่อพระองค์

ขอน้อมเกล้า เผ่าไทย ใจร่วมกัน
ขอสุขสันต์ หรรษา อย่างมั่นคง
ขอถวาย กายใจ พระประสงค์
ขอพระองค์ ทรงสุข ทุกวันเอย

= = = = ทรงพระเจริญ = = = =
พระองค์ ทรงธรรม นำให้เห็น
ทั้งทรงเป็น แบบอย่าง ทางสูงส่ง
ศาสนา พานำ ธรรมดำรง
ให้มั่นคง คงไว้ ให้มากเกิน

พระองค์ ทรงน้อม พร้อมใจกาย
บุญมากมาย หลายสิ่ง ยิ่งเจริญ
เหล่าชาวไทย สานต่อ ขออันเชิญ
ทรงพระเจริญ เกินกาล นานยิ่งเอย

============

คนไทยต้องภักดี เทิดศักดิ์ศรีองค์ราชัน
คนไทยทุกเขตขัณฑ์ ร่วมจิตกันเพื่อราชา

คนไทยทุกเหล่าสี ความภักดีแห่งศรัทธา
คนไทยต้องออกมา เพิ่มศรัทธาพ่อหลวงไทย

พระองค์อันศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตของเหล่าไทย
คนไทยน้อมจิตใจ ถวายชัยในหลวงเอย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า
ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ 
ประธานสถานศึกษาฯ ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร
๒๘ พ.ย.๒๕๕๖




พระราชดำรัส′ในหลวง′พระราชทานแก่ประชาชนโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๗ "คิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวมและความเป็นไทย"

ต้องนึกถึงส่วนรวม ทุกคนร่วมความเป็นไทย
สิ่งหนึ่งในจิตใจ พ่อหลวงไทยยั่งยืนยิ่ง

ส่วนรวมของคนไทย ทุกหัวใจพร้อมทุกสิ่ง
ส่วนรวมที่แท้จริง เป็นทุกสิ่งความเป็นไทย

ความเป็นไทยใหญ่ยิ่ง มีอยู่จริงหากพร้อมใจ
“สามัคคี” นั่นไง มาคนไทยช่วยกันทำ

ส่วนรวมด้วยธรรมะ น้อมจิตตะยุติธรรม
ส่วนรวมต้องเป็นธรรม ไทยน้อมทำนำสุขเอย

อจต.

๑ มกราคม ๒๕๕๗

===== ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน =====
คนไทยรวมกำลัง ภูมิพลังแห่งแผ่นดิน
กษัตริย์นวมินทร์ ไทยแผ่นดินน้อมภักดี

พระองค์ทรงเมตตา  ชาวประชาป่านที
ทรงธรรมบารมี  ทรงปราณีต่อปวงชน

ขอทรงพระเจริญ  ขอสรรเสริญทรงสุขล้น
เหล่าไทยเกล้าล้นพ้น  ประชาชนกราบบูชา

พระองค์ทรงเกษม ทรงอิ่มเอมทรงหรรษา
กราบองค์พระราชา ไทยทั่วหล้ากราบขอพร

ห้าธันวาวันพ่อ  มาร่วมก่อถวายพระพร
สิ่งดีขอวิงวอน  อันเชิญพรเพื่อพระองค์

รวมกันไทยทั้งชาติ ให้สามารถตามประสงค์
ในหลวงทรงยืนยง  ขอจงทรงพระเจริญ 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ 
ประธานสถานศึกษาฯ ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร

๑ ธันวาคม ๒๕๕๗

ข้อมูลประกอบดูเพิ่มเติม  Click ดูเลยครับ

Facebook :

หนังสือดีๆ "๔๕ พระบรมราโชวาท"

ในหลวงเสด็จฯ อุบลฯ พ.ศ.๒๔๙๘

ปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy

๕ ธันวา วันดินโลก

ยิ้มของพ่อหลวงไทย

หนังสือ ๑๐๘ มงคล พระบรมราโชอาท

ทรงพระเจริญ ๑

ทรงพระเจริญ ๒

๘๐ ปี การเขียนของในหลวง ทรงพระเจริญ

เรื่องดีๆ "ในหลวง" ของเรา ทรงพระเจริญ

ทรงพระเจริญ 7กรกฎาคม 2555

วันฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๑

วันฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๒

วันฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ๓ 

YouTube


ในหลวง 5 ธันวาคม 2554 (1).MOV
ในหลวง 5 ธันวาคม 2554 (2).MOV
ในหลวงของเรา
หลวงพ่อฤาษีลิงดำสรรเสริญในหลวง.wmv

Blogger
พระราชดำรัส′ในหลวง′พระราชทานแก่ประชาชนโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๗








==== ในหลวง จอมกษัตริย์ ====
กษัตริย์พระราชา ปวงประชากราบภักดี
คนไทยสุขฤดี บารมีของพระองค์ 

กษัตริย์ผู้นักปราชญ์ ไทยทั้งชาติรักมั่นคง
เชิดชูธงไตรรงค์ ขอจงทรงสุขยืนนาน

กษัตริย์ผู้ทรงธรรม ทรงก้าวล้ำวิชาการ
พระคุณมหาศาล ทรงผลงานเพื่อคนไทย

กษัตริย์ผู้เมตตา พระกรุณาที่ยิ่งใหญ่
ทุกคนประเทศไทย น้อมดวงใจเทิดราชา

กษัตริย์ผู้สูงส่ง ขอดำรงทรงหรรษา
คนไทยร่วมวันทา พระราชาแผ่นดินไทย

กษัตริย์ผู้เสียสละ ทรงมานะเพื่อคนไทย
ก้มกราบด้วยหัวใจ ในหลวงไทยทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมฯ ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ 
ประธานสถานศึกษาฯ ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร