Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

๒ เมษายน ทรงพระเจริญ



สองเมษาเวียนมาครบบรรจบ เราน้อมนบพระคุณองค์ฟ้าหญิง 
ราชกุมารีเจริญยิ่ง พร้อมทุกสิ่งทรงปรีชาสามารถ 

พระองค์ทรงงานทุกเช้าเย็น ลำบากเข็ญเพื่อสุขของทวยราษฎร์ 
ปวงมวลประชาขอกราบพระบาท เฉลิมราชย์ขอทรงพระเจริญ 


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ 
ข้าพระพุทธเจ้า 
ผศ.ดร.มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ 
ประธานสถานศึกษา ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร 
อดีตรองอธิการบดี ม.อุบลราชธานี (พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๕๕)
อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อุบลราชธานี จำกัด (พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๖)



























อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.517185808327729.1073741836.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.625889857457323.1073742018.100001089437635&type=3



รวม Link สิ่งที่สำคัญ จาก Youtube and Facebook
-        ถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐  พรรษา เมื่อวันที่  ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๐ http://www.youtube.com/watch?v=S7PK_Hg5nGw&list=UUh-z5ez83omTyxUKXs1EG3g&index=21
-        ถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา มหาราชา (วิทยาเขตมุกดาหาร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) เมื่อวันที่  ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ http://www.youtube.com/watch?v=8pzykmEhyao&index=3&list=PLD2F6E2040C80FD60 (นาที ที่ 1.59-2.34)
-        ถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดอาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓  http://www.youtube.com/watch?v=5c2j0bFCn9g (นาที ที่ 2.36 -2.58)
-        เข้ารับพระราชทานฯ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีเปิดอาคาร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) เมื่อวันพุธที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๖ https://www.facebook.com/photo.php?v=518157148230595&set=o.245053185558582&type=3
 

 
 

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

มารู้จัก "สำนักราชเลขาธิการ" กันดีกว่า

         คนไทยหลายๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้จัก "สำนักราชเลขาธิการ" เป็นอย่างดีลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ohm.go.th  มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่พวกเราคนไทยควรจะต้องแนะนำให้ลูกหลานนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนได้เข้าไปดูไปอ่าน อันจะเกิดประโยชน์อย่างมาก รวมทั้งได้แสดงความจงรักภักดี ครับ 



     โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Click เลือกไปที่ Link พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท  ทุกท่านจะได้อ่านพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่ทรงคุณค่าเพื่อเราคนไทยจะได้น้อมนำมาคิดปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ที่ดีต่อทั้งตัวเรา สังคมและประเทศชาติบ้านเมือง

     โดยส่วนตัวของผู้เขียนคิดว่า หากว่านักเรียนระดับประถมศึกษาของทุกโรงเรียนครูอาจารย์ได้แนะนำให้เด็กนักเรียนเข้ามาดูเข้ามาอ่านข้อมูลของสำนักราชเลขาธิการ จะช่วยทำให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็นเฉพาะเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา อาชีวะศึกษา อุดมศึกษา หรือระดับไหนๆ ก็ตามแต่ หากได้ดูได้อ่านข้อมูลดังกล่าวแล้วย่อมจะเกิดสิ่งดีๆ สำหรับตนเอง 

         สำหรับบางท่านสนใจข้อมูลเกี่ยวกับการสำนักราชเลขาธิการ หากลองค้นข้อมูลจาก Google ตามรูปภาพต่อไปนี้ จะทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานในหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเอกสารเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตที่น่าสนใจเช่นกัน 


          ซึ่ง File ดังกล่าวข้างต้นนั้น เกี่ยวข้องกับ  "การแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญ หน่วยงานอิสระการแต่งตั้งและพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ บุคคล และคณะกรรมการต่าง ๆ "   

 นั่นเป็นข้อมูลบางส่วนของ "สำนักราชเลขาธิการ"  ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับคนไทยทุกคนในการที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย   และที่สำคัญอีกอย่าง คือมี  แอพพลิเคชั่น "รักในหลวง" ที่รวบรวมภาพประทับใจของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โดยแบ่งแยกหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการเข้าถึง รวมทั้งหัวข้อเรารักในหลวงที่รวบรวมภาพประทับใจของประชาชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน 

ลอง Download กันนะครับ 

          
           ครับ หวังว่าคนไทยที่มี Smart Phone จะลองเข้าไปเยี่ยมชม Website ของสำนักราชเลขาธิการ และ Download APP "รักในหลวง" กันทุกท่านนะครับ 

               มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
                ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ 

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย เล่าเรื่อง “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”

ช่วงระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ผมโชคดีที่ได้พบและรู้จักท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ซึ่งท่านเป็นที่ปรึกษาโครงการของสำนักประเมินผล สำนักงบประมาณ โดยมีท่านอลิสา ปิ่นเประเสริฐ (ผู้อำนวยการสำนักประเมินผล สำนักงบประมาณ) ผู้รับผิดชอบโครงการ เดินทางมาเก็บข้อมูลประเมินผลการใช้งบประมาณเงินแผ่นดินของหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี
๒๐ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมปทุมวรราช ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี    (ซ้ายมือสุดเป็นผมเอง คนกลาง คือ ท่านอลิสา ปิ่นประเสริฐ และ ขวามือ คือ ท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย)

(ซึ่งจริงๆ ผมได้รู้จักท่านอลิสา ปิ่นเประเสริฐ มานานแล้ว เนื่องจากผมเคยทำหน้าที่รองอธิการบดีฝ่ายวางแผน รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการงบประมาณ ซึ่งจะต้องทำงานร่วมกับสำนักงบประมาณ)
(ท่านวลัยรัคน์ ศรีอรุณ ซ้ายมือสุด อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒)

(๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ณ อาคารวิทยาเขตมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร)



(๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ณ จังหวัดขอนแก่น ผมรับรางวัลคนดีศรีอีสาน ๒๕๕๕)
ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย
ให้ข้อคิดว่า การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด คือ ทำอย่างไรจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดอุบลราชธานีดีขึ้น
ในส่วนของด้านการเกษตรนั้นไม่มีการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์มารองรับการพัฒนาด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย
ได้กล่าวว่า การพัฒนาบ้านเมือง โครงการใดๆ หากทำไปแล้วเกิดความแตกแยกก็ไม่ควรจะทำอย่างยิ่งดังนั้น อุบลราชธานี จะต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งในประเด็นนี้

 ด้านขวามือผมคือ ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย
 กำลังดูพระกัน (หลวงพ่อของเรา-โดย-อ-ปริญญา-นุตาลัย) ส่วนซ้ายมือผม คือ ผศ.ดร.เสนอ ภิรมจิตรผ่อง ผู้ช่วยอธิการบดี ม.ราชภัฏอุบลราชธานี (ผู้เชี่ยวชาญการดูพระอีกท่าน) ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗


๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ วัดหลวง ซึ่งผมได้นำเรียนท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ว่ากำลังดำเนินโครงการดีๆ ณ วัดหลวง 




๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ วัดป่าหนองอ้อ วัดป่าบ้านเกิดหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ซึ่งหนังสือที่ ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ถืออยู่นั้นเป็นประวัติหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ที่ผมได้รวบรวมไว้ ทั้งนี้ได้มีการดำเนินโครงการบูรณะเส้นทางธรรมะสู่ความเป็นหนึ่ง

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ได้กล่าวแล้วทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาทันทีเลยว่าใช่ คือ "รักษาใจให้เป็นสุข" ผมก็เลยแต่งกลอนประกอบตามข้างล่างนี้ ครับ 


และที่สำคัญคือ ก่อนที่ท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ท่านได้ขอที่อยู่ผมเพื่อจะส่งหนังสือให้ผม  ซึ่งหนังสือที่ว่าเกี่ยวกับ "หลวงพ่อ" ซึ่งก็คือ "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ"  ทำให้ผมต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพ่อ ยิ่งทำให้ผมได้รับสิ่งดีๆๆ มากยิ่งขึ้น ตามรูปภาพข้างล่างต่อไปนี้ ครับ 




เรื่องราว "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ" โดย ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย 


สำหรับประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา นุตาลัย

           ศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา นุตาลัย สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์บัณฑิต (ธรณีวิทยา) วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (ธรณีวิทยา) จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด (โบลเดอร์) ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขาธรณีวิทยาวิศวกรรม สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย และเป็นที่ปรึกษาพิเศษของอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย รองประธานมูลนิธิสืบ นาคเสถียร กรรมการในคณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สาขาพัฒนาอุตสาหกรรม (กพ.) กรรมการผู้ชำนาญการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านเหมืองแร่ กรรมการผู้ชำนาญการการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแห่งน้ำ นอกจากนี้ยังเคย ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย นายกสมาคมนักธรณีศาสตร์ เพื่อการพัฒนาแห่งประเทศ รองประธานสหภาพสมาคมธรณีวิทยาแห่งเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น (อ้างอิง: http://www.alumni.cmu.ac.th/province/chiangmai/honour42.html)

ครับ ช่วงเวลาเพียงระยะสั้นหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม  ๒๕๕๗  ที่ผมได้มีโอกาสได้รับความเมตตาจาก ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย นับเป็นบุญวาสนาอย่างยิ่งได้รับสิ่งดีๆ มากมาย สิ่งหนึ่งที่ท่านได้กล่าวไว้คือ "ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย" ดังนั้น ผมคิดว่าเราทุกคนก็เช่นกันครับ ฝึกตนเองให้เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อความหลุดพ้นของเรา 

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๓ มีนาคม ๒๕๕๗


หมายเหตุ
ผมได้มอบหนังสือเล่มนี้ "๑๐๔ ปี ธรรมวิพากษ์ หลวงปู่จาม มหาปุญโญให้ท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย (ซึ่งท่านได้บอกว่า คิดว่าจะต้องได้หนังสือของหลวงปู่จาม ทำให้ผมค่อนข้างจะแปลกใจอย่างยิ่งว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าผมจะมอบหนังสือให้ท่าน)






และในที่สุดผมก็ได้รับสิ่งดีๆ จากท่าน ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย เป็นหนังสือของท่านหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ดังนั้น เมื่อเราได้รับสิ่งดีๆ ก็ควรจะต้องหาทางบอกสิ่งดีๆ ต่อตนอื่นต่อไป



วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

STEM Education


หลายๆ ท่านคงอาจจะเคยได้ยินได้รู้จักเกี่ยวกับ STEM Education มาบ้าง ทั้งนี้  STEM Education คือการสอนแบบบูรณาการข้าม กลุ่มสาระวิชา (Interdisciplinary Integration) ระหว่าง ศาสตร์สาขาต่างๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics: M) โดยนำจุดเด่นของธรรมชาติ ตลอดจนวิธีการสอนของแต่ละสาขาวิชามาผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้เรียนนําความรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญหา การค้นคว้า และการพัฒนาสิ่งต่างๆ ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน
  (ผู้อ่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Link ต่อไปนี้ นะครับ  http://www.se-edlearning.com/wp-content/uploads/2013/11/stem.education.in_.21thcentury.pdf )

          อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนจะนำเสนอต่อไปนี้นั้น อาจจะเป็น STEM Education อีกรูปแบบหนึ่งที่วงการศึกษาอาจจะลองพิจารณานำไปใช้  โดยที่

S =  Social สังคม

T =  Thai ความเป็นไทย

E =  Environment  สิ่งแวดล้อม

M = Mental จิตใจ
            ซึ่งหมายความว่า การศึกษาของไทยจากที่เป็น STEM Education แบบ วิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และ คณิตศาสตร์ (Mathematics: M) แล้ว ก็ควรจะกลับมามองถึงแบบที่เป็น สังคม (Social :S) ความเป็นไทย (Thai : T) สิ่งแวดล้อม (Environment :E) และ จิตใจ (Mental :M)  อันหมายถึง “การศึกษาที่เน้นการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมด้วยความเป็นไทยใส่ใจ (จิตใจ) สิ่งแวดล้อม”

            โดยที่การศึกษาจะต้องให้ความสำคัญของการดำรงคงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่ยั่งยืนทำอย่างไรที่จะให้คนไทยประเทศไทยของเราเป็น “สังคมความเป็นไทย” อย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะต้องเน้นหนักในเรื่องของหลักพุทธธรรมคำสอนให้ลึกซึ้งของเด็กนักเรียนตั้งแต่ปฐมวัยจนไปสู่ระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา เป็นต้น ทั้งนี้ จะต้องมีจิตใจที่รักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ให้ความสนใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้านอย่างสมดุล 


           ครับ กล่าวสำหรับ “สังคม (Social :S)  หากว่าการศึกษาทำให้เกิดการเรียนรู้ความเข้าใจการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขย่อมจะทำให้เกิดประเทศไทยของเราน่าอยู่ยิ่งๆ ขึ้น  และเช่นเดียวกันกับ ความเป็นไทย (Thai : T) ซึ่งเป็นการน้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส แก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๗  ณ วังไกลกังวล หัวหิน ความตอนหนึ่งที่ว่า ข้อสำคัญ จะคิดจะทำสิ่งใด ให้นึกถึงส่วนรวม และความเป็นไทยไว้เสมอ  งานของตน และงานของชาติ  จักได้ดำเนินก้าวหน้าไป โดยถูกต้อง เที่ยงตรง ไม่ติดขัด และบรรลุถึงประโยชน์  เป็นความสุข  ความเจริญ และความสงบร่มเย็น  ดังที่ทุกคนตั้งใจปรารถนา
            และโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (Environment :E) นับวันจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่กระทบการดำรงชีพของคนเราในทางที่ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอากาศ น้ำ ป่า หรือ อื่นๆ ที่เป็นสิ่งแวดล้อมกระทบต่อตัวเรา คนไทยก็ควรจะต้องอย่างยิ่งตระหนักให้ความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้ว่าทำอย่างไรที่จะให้สิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ของเราน่าอยู่มีความสมดุลตามหลักธรรมชาติ ซึ่งเมื่อเราทำได้แล้วย่อมจะเกิดผลดีต่อจิตใจ (Mental :M)  และหากว่าจิตใจของเราดีย่อมจะดีในทุกๆ ด้านตามมาในที่สุด
            ครับ สุดท้ายนี้ หากว่าเรานำ STEM education ทั้ง ๒ แบบมาบูรณาการในการเรียนการสอนในการศึกษาทุกระดับ ผู้เขียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้เกิดการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน
มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗



วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กาลามสูตร กับ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) และการศึกษา ?


หลักกาลามสูตร หรือ หลักความเชื่อ ๑๐ ประการ (http://th.wikipedia.org/wiki/กาลามสูตร ) ในพระพุทธองค์

๑.       มา อนุสฺสวเนน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามๆ กันมา
   ๒.     มา ปรมฺปราย - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา
   ๓.      มา อิติกิราย - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
   ๔.      มา ปิฏกสมฺปทาเนน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
   ๕.      มา ตกฺกเหตุ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก
   ๖.       มา นยเหตุ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมาน
   ๗.      มา อาการปริวิตกฺเกน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
   ๘.      มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
   ๙.       มา ภพฺพรูปตา - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
๑๐.   มา สมโณ โน ครูติ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา
      จะเห็นว่าหลักกาลามสูตรจะเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ (Knowledge Management) และการศึกษา นั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไร แต่ในเบื้องต้นลองอ่านบทกลอนที่ผู้เขียนได้แต่งไว้ข้างล่างนี้ ก่อนนะครับ

หลักความเชื่อ เมื่อรู้ ดูแจ่มชัด
ให้รู้จัก มักคุ้น ตุนให้มาก
ความเป็นจริง ยิ่งค้น สนใจมาก
ไม่ได้ยาก หากทน ค้นเรื่องดี
 

เชื่อไม่คิด จิตตก รกหัวใจ
เชื่อตามใคร ไม่ดู รู้ให้ดี
เชื่อเพราะเชื่อ เมื่อไร ไม่ค่อยดี
เชื่อใน "ดี" มีหนึ่ง จึงเชื่อเอย


     สำหรับการจัดการความรู้นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นจอมปราชญ์ของแผ่นดินกับการจัดการความรู้ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.opdc.go.th/english/9rama/rama9_details_05.html )  

    นอกจากนั้น เกี่ยวกับเรื่องของ "ความรู้" ความในพระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในหัวข้อ แนวโน้มการจัดการเรียนการสอนเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้าในการสัมมนาวิชาการ เรื่อง เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในทศวรรษหน้า ณ โรงแรม บีพี สมิหลา จังหวัดสงขลา  วันที่  ๒๓ กันยายน  ๒๕๔๒

แนวโน้มความรู้ในทศวรรษหน้าจะมีหลายอย่าง    ดังนี้ 
ประการแรก   ความรู้สากล    คือความรู้ที่จะสามารถเปรียบเทียบกันได้ทั้งโลก
ประการที่     ความรู้ที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศ    ที่เราจะกำหนดว่าคนไทยควรต้องรู้อะไร
ประการที่     ความรู้ท้องถิ่น  ทำให้เรารู้ความเป็นมาและศักยภาพของท้องถิ่น
     ที่สำคัญคือ จะต้องสามารถโยงความรู้ทั้ง ๓ ระดับนี้ให้เข้ากันได้”

(สามารถอ่านบทความที่ผู้เขียนให้นักศึกษา ม.อุบลฯ เขียนส่ง ได้ที่ http://knowledgemanagementbypipat.blogspot.com/2013/11/blog-post_25.html)


    สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่าการที่จัดการความรู้ให้มีประสิทธิภาพนั้น บางสิ่่งที่ควรจะต้อง "รู้" และเข้าใจเสียก่อน คือ "KNOW" ซึ่งอาจจะเป็นตามล่างนี้ ครับ




    ซึ่งแน่นอนครับว่าเมื่อเรารู้แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง "คิด" ดังนั้น ลองคิดมาข้างล่างนี้ลองดูนะครับ 



     และที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิด "รู้" มากๆ คือ จะต้องมีการอ่าน "READ"


      ด้วยเหตุดังกล่าว หากว่าเราจะเชื่อสิ่งใดก็ให้ใช้หลักกาลามสูตร ทั้ง ๑๐ ประการ แล้วก็ต้อง "KNOW" ให้มากๆ โดยการ "THINK" และพร้อมด้วยการ "READ"  ก็จะนำไปสู่การมีความรู้ และเมื่อมีความรู้แล้วก็ต้องมีการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ (สามารถอ่านรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับ "การจัดการความรู้" ได้ที่ KM) และเมื่อการจัดการความรู้ที่ดีก็จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การศึกษา" ในที่สุด 



      อย่างไรก็ดี สุดท้ายนี้ ผู้เขียนมีคำถามว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ "การจัดการความรู้" สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาด้านการศึกษาในทุกระดับได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราทุกคนน่าจะช่วยกันหาคำตอบร่วมกัน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เป็นการ "จัดการกับสิ่งที่ยังไม่รู้" เพื่อให้เป็น "การจัดการให้รู้" ในที่สุด


 ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗





วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับหลวงพ่อจรัญ

เพื่อเป็นง่ายต่อการอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับหลวงพ่อจรัญ (บางส่วน บางเล่ม) จึงขอรวบรวมจาก Facebook ตาม Link ข้างล่างนี้ 

ท่านหลวงพ่อจรัญ พระสร้างสรรค์สอนสิ่งดี
หลวงพ่อพาทำดี เสริมชีวีให้เป็นสุข

หลวงพ่อมากบารมี ทำความดีเพื่อพ้นทุกข์
หลวงพ่อพาหาสุข ห่างจากทุกข์ทำอย่างไร

หลวงพ่อสอนให้เห็น ไม่ยากเข็ญอยู่ที่ใจ
หลวงพ่อพร้อมจะให้ ขอกราบไหว้บูชาเอย


อจต.
มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์


https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.645978845448424.1073742050.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.636081719771470.1073742037.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.439486862764291.93845.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.439103152802662.93755.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.437053503007627.93174.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.432395393473438.91957.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.431565010223143.91763.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.427655783947399.90722.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.425893884123589.90143.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.425228534190124.89947.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.424989830880661.89882.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.424525654260412.89735.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.424483704264607.89721.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.424215900958054.89650.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.424117447634566.89620.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.423634724349505.89473.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.423598064353171.89455.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.418582264854751.87989.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.407812325931745.85455.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.383768695002775.81598.100001089437635&type=3

https://www.facebook.com/mpsrivirat/media_set?set=a.382320525147592.81406.100001089437635&type=3