Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

สอบ

    การเรียนทุกรายวิชาทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรใดๆ ก็ตามแต่ โดยส่วนมากเมื่อเรียนเสร็จสิ้นแล้วจะต้องมีการ “สอบ”  และบางครั้งการสอบก็ใช้สำหรับการคัดเลือกในการต่างๆ เช่น การศึกษาต่อ การทำงาน เป็นต้น ดังนั้น “สอบ” จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
 
      นอกจากนั้น “สอบ” บางอย่างผู้คนทั่วไปอาจจะไม่ชอบสักเท่าไร เพราะการสอบที่ว่า คือ การสอบข้อเท็จจริง การสอบวินัยของข้าราชการ โดยการสอบดังกล่าวนั้น เป็นการสอบว่ามีความผิดหรือไม่มีความผิด หากผิดจริงก็ถูกลงโทษไปตามกระบวนการขั้นตอนของทางราชการ
 
        อย่างไรก็ตาม “สอบ” สำหรับผู้เขียนที่กล่าวนี้  เป็นการกล่าวถึงการสอบของนักเรียน นักศึกษา ก็แล้วกัน เพื่อให้เข้าใจว่าการสอบคือ อะไร โดยเป็นตามบทกลอนต่อไปนี้
 
สอบ คือ อะไร
ส = สรุป
อ = อ่าน
บ = บูรณาการ

สอบนั้นคืออะไร   แล้วทำไมเราต้องสอบ
สรุปให้รอบคอบ   เข้าห้องสอบจะได้ดี
การสอบจะต้องอ่าน  ทำการบ้านมาอย่างดี
โดยอ่านให้รู้ดี   เพื่อจะมีสิ่งลิขิต
มีบูรณาการ   ทั้งการอ่านและความคิด
มาเข้าสอบด้วยจิต   ใช้ความคิดสอบได้เอย
 
มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๑๑  มีนาคม ๒๕๕๖

จบ

ช่วงเวลานี้ ต้นเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนมีนาคม เป็นช่วงสอบปลายภาคของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ทั้งปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านใดที่อยู่ชั้นปีสุดท้ายของการศึกษาในหลักสูตรนั้น ก็ต้องรอวิชาสุดท้ายของการสอบดังกล่าว เพื่อที่จะตัวเองจะได้เปล่งวาจาว่า “จบ” แล้ว

ดังนั้น ผู้เขียนจึงใคร่ขออนุญาตเขียนเกี่ยวกับเรื่อง “จบ” เฉพาะด้านการศึกษาเท่านั้นนะครับ 

จบ เป็นคำสั้นๆ ตัวอักษรเพียงสองตัว คือ จ.จาน และ บ.ใบไม้  บางทีนั่งคิดว่าแล้วจานกับใบไม้มาอยู่ด้วยกันแล้วกลายเป็น “จบ” ได้อย่างไร แต่คิดว่ามันไม่ใช่สาระหรอกครับ  แต่สาระสำคัญ คือ “จบ” ในเรื่องการศึกษานั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้ว การจบการศึกษาในแต่ละระดับล้วนจะต้องไปต่อ  (เหมือนกัน The Star) ตัวอย่างเช่น จบจากอนุบาลก็เข้าศึกษาต่อระดับประถมศึกษา จบจากประถมศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษา จบจากระดับมัธยมศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นว่าการ “จบ” ล้วนแต่จะมีการต่อเสมอ  ต่อเพื่อให้มีความที่ดีขึ้นสูงขึ้น ตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม จบดังกล่าวข้างต้นไม่ได้แสดงว่าจบสิ้นหมดไป แต่เป็นการจบเพื่อต่อไปอีก ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนเลยจะขออนุญาตเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “จบ” เป็นบทกลอน ดังนี้

"จบ"
จ = จาก
บ = บวก
 
"จบ" นั้นมีหลายอย่าง  จบเป็นทางเพื่อต้องจาก
หากจบจากลำบาก  ย่อมจะมากด้วยความสุข
บางจบอาจจะยาก   จบต้องจากอย่างสนุก
จบแบบบวกจะสุข   ไม่เป็นทุกข์เมื่อต้องจบ
จบแบบเจ็บไม่ดี   เพราะจะมีแต่จะหมด
จบจากอย่างหมดจด  แล้วจะพบกับสุขเอย
 
ดังนั้น ในชีวิตจริงของพวกเราทุกคน หากเราต้องจบจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือ จบจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งแล้ว เราควรจะต้องคิดให้ดีคิดในทางบวกกันมากๆ นะครับ เพื่อเราจะได้ “จบ” อย่างสมบูรณ์ที่สุด

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๑๑ มีนาคาม ๒๕๕๖  


วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

สภาเครือข่ายพลเมืองอุบลราชธานี

หลายๆ ท่านชาวจังหวัดอุบลราชธานีอาจจะแปลกใจว่าชื่อเรื่องข้างต้น คือ สภาเครือข่ายพลเมืองอุบลราชธานี เป็นมาอย่างไร สภาฯ ดังกล่าวมีหน้าที่ทำอะไร เพื่ออะไร และเป้าหมายคืออะไร 

โดยในเบื้องต้นเกิดจากหลักการที่ว่าอุบลราชธานีนั้นมีองค์กรต่างๆ มากมายทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้ทำงานในด้านที่องค์กรนั้นๆ ถนัดและทำประโยชน์เพื่ออุบลราชธานี ดังนั้น จะทำอย่างไรเพื่อให้องค์กรต่างๆ เหล่านั้นได้มีโอกาสมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันความคิดในการพัฒนาอุบลราชธานีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัฒน์ ดังนั้น จึงเกิด (ร่าง) หลักการดังนี้






และในที่สุดความร่วมมือดังกล่าวได้เริ่มเมื่อวันอาทิตย์ที่  ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เครือข่ายต่างๆ ของเมืองอุบลฯ เข้าร่วมประชุมเพื่อสร้างสามัคคีอุบลราชธานี (UBON UNITY





ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวข้างต้นจึงเกิดเป็น “สภาเครือข่ายพลเมืองอุบลราชธานี” 



โดยในเบื้องต้นผู้เขียนขออนุญาตขยาย “สภาเครือข่ายพลเมืองอุบลราชธานี” เป็นดังนี้ (เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

สภา = Council
เครือข่าย =Network
พลเมือง = Citizen
อุบลราชธานี = Ubon ratchathani

สภาเครือข่ายพลเมืองอุบลราชธานี (สคพอ.)
โดยที่ สคพอ. 
ส = สุข => เป็นสุข
ค = คุณ => เป็นคุณ
พ = พลัง => เป็นพลัง
อ = อุบลฯ 
สคพอ. จะทำงานให้เป็นสุขเป็นคุณเป็นพลังต่ออุบลฯ

Ubon ratchathani Citizen Network Council (UCNC)
โดยที่ UCNC มีเป้าหมายประกอบด้วย
U = Unity ความสามัคคี
C = Communication การสื่อสาร
N = Negotiation การเจรจา
C = Cooperation การทำงานร่วมกัน
UCNC = สามัคคีสื่อสารเจรจาทำงานร่วมกัน

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ สถิติและคอมพิวเตอร์ 
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำกัด
ประธานสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร
อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (พ.ศ.๒๕๔๕-๒๕๕๕)



อ้างอิงเพิ่มเติม
๑.   Facebook1
๒. Facebook2
๓.  Facebook3



วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ไปทัศนาศึกษากัมพูชากับ ชสอ. ได้อะไรบ้าง?

มุ่งหน้าสู่อรัญฯ 
แดนเขตขันธ์กัมพูชา
อดีตไม่เคยมา 
โอกาสพามาชายแดน

ชีวิตต้องเดินทาง 
ไปที่ต่างห่างไกลแสน
ต้องเที่ยวไปทั่วแดน 
เมืองชายแดนยิ่งน่าไป

เพื่อนำสู่อาเซียน 
เชื่อมต่อเพื่อนจากแดนไกล
อาเซียนอยู่ไม่ไกล 
แห่งแรกไป "อรัญฯ" เอย




อีกเรื่องที่น่าจะรู้ นะครับ กัมพูชา เป็นประเทศกำลังพัฒนาได้รับการยกเว้นภาษีจากกลุ่มประเทศ EU ในเรื่องของเสื้อผ้า ดังนั้น จึงมีโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่กัมพูชาหลายร้อยโรงงาน (ประมาณ ๕๐๐ โรงงาน) ประเทศจีนก็มาลงทุนเยอะมาก ค่าแรงก็ประมาณเดือนละ ๒๘๐๐ บาท ๓๐๐๐ บาท โดยประมาณ เมื่อผลิตเสร็จแล้วก็ส่งขายที่ยุโรปอย่างเดียว ดังนั้น จะเห็นว่า หากค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาทต่อวัน ทำให้เป็นแรงจูงใจให้คนกัมพูชาเข้ามาทำงานในประเทศไทย ครับ


ได้ทราบจากไกด์เช่นกันว่า เมืองพระตะบอง เป็นเมืองการเกษตรของกัมพูชาที่สำคัญมาก โดยพืชผักผลไม้จากเมืองนี้จะไม่ใช้สารเคมี แต่อย่างไรก็ตาม จะราคาค่อนข้างแพงกว่าผลไม้ที่มาจากประเทศไทย (อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไมผลไม้ไทยจึงถุกกว่า หรือว่าอาจจะเป็นเพราะใช้สารเคมี อันนี้ล้อเล่น ครับ ไม่ทราบจริงๆ )

วัดนี้ก็เป็นวัดเก่าแก่ที่พระตะบอง สิ่งหนึ่งให้ทราบว่า ช้างนั้้นเป็นพาหนะที่สำคัญอย่างยิ่ง และภายในวัดนี้ก็มีโรงเรียนภายในวัด ซึ่งก็เหมือนๆ กับวัดในประเทศไทยหลายๆ แห่งที่มีโรงเรียนอยู่ด้วยกัน เพราะจะต้องให้ความสำคัญกับด้านการศึกษา


น้ำมันที่กัมพูชา ราคาประมาณลิตรละ ๕๘ บาท สูงกว่าเมืองไทยของเรามากๆ ค่าแรงตำกว่าเมืองไทย แต่ค่าครองชีพสูงกว่าเมืองไทย (ดังนั้น เมืองไทยของเราจะต้องพยายามบริหารจัดการให้มีความสมดุลในเรื่องดังกล่าว)








สถานที่แห่งนี้เป็น Casino ด้วย เขานำสิ่งนี้มาจัดวางไว้กลาง LOBBY ต้องมีความหมายสักอย่าง อันนี้ผมขอเดาว่า "ไม่ว่าคนเล่นจะเป็นอย่างไร แต่เจ้าของ Casino มีทั้ง ๔ หน้า ๘ ลูกตา ย่อมเห็นได้ทั้งหมด และมียักษ์เฝ้าด้วย ไม่มีทางที่คนเล่นจะได้อะไรออกไป" เดาเฉยๆๆๆ นะครับ อ้างอิง http://www.nagaworld.com/



ทุ่งสังหาร Killing Fields 
มีประวัติเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ด้านสงครามของประเทศกัมพูชา ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า “ความขัดแย้ง ความแตกแยก นำมาสู่สงคราม” ความขัดแย้งอาจจะเกิดจากสาเหตุหลายอย่าง ด้านความคิดเห็น ด้านความต้องการอำนาจ และอื่นๆ 
      ดังนั้น ประเทศไทยของเราหากว่า ยังมีความขัดแย้ง ความแตกแยกกันที่หากนับว่าจะมากยิ่งๆ ขึ้น สักวันก็อาจจะนำไปสู่เรื่องของสงครามก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันคนไทยก็เริ่มจะเห็นแล้วว่า เราก็มี “สงครามน้ำลายของนักการเมือง” 
      คำถามคือ แก้ยากหรือไม่ในเรื่องสงครามน้ำลายของนักการเมือง ทั้งที่ในความจริงนักการเมืองต่างก็เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่จัดขึ้นมากมาย (ซึ่งหลักสูตรเหล่านั้นล้วนใช้เงินงบประมาณมากมายที่เป็นภาษีของประชาชน มีการศึกษาดูงานต่างประเทศเกือบทุกหลักสูตร) แล้วไงละครับ อบรมแล้วเป็นไงบ้าง ผลของการอบรม ประชาชนได้อะไรบ้างมีใครที่จะตอบอธิบายได้บ้าง บ้างครั้งหากนำเงินเหล่านั้นกลับมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ด้อยโอกาสบ้างก็จะดี นะครับ
เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับทุ่งสังหารได้ที่ www.cekillingfield.com

ทุ่งสังหารชีวิต 
หากเราคิดเป็นบทเรียน
ทำให้คอยย้ำเตือน 
ให้บ้านเมืองได้งดงาม

หากมีความแตกแยก 
อาจต้องแลกด้วยสงคราม 
คนเราต้องเป็นยาม 
คอยติดตามนักการเมือง

นักการเมืองที่ดี 
เป็นศักดิ์ศรีของบ้านเมือง
เมืองไทยจะรุ่งเรือง 
ความขุ่นเคืองหมดไปเอย


ณ กัมพูชา เช้าวันนี้ (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖) เข้าชมพระราชวังของกัมพูชา 

ชมพระราชวัง 
เรื่องความหลังมาช้านาน
กัมพูชาตำนาน 
ถูกกล่าวขานมานานนม

มีสิ่งที่สำคัญ 
ล้วนผูกพันต่างชื่นชม
ผู้คนต่างถิ่นชม 
อภิรมย์พระราชวัง



มากัมพูชา (เพื่อรองรับอาเซียน) ทำให้ทราบจากไกด์นำเที่ยวว่า ที่มาของชื่อ "พนมเปญ" มาจากไหน คือ เมื่อประมาณ ๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมาบริเวณของกรุงพนมเปญในปัจจุบัน มีท่อนไม้ขนาดใหญ่ไหลมากับแม่น้ำไขง ปรากฏว่าท่อนไม้ดังกล่าวก็ไม่ไหลไปไหนสักที่จนมี คุณยายท่านหนึ่งชื่อว่า "เปญ" ซึ่งเป็นเศรษฐีนีได้ให้คนงานนำท่อนไม้ขึ้นมาจากน้ำ จึงได้เห็นว่ามีพระพุทธรูปจำนวน ๕ องค์อยู่ในท่อนน้ำ แล้วยาย "เปญ" ก็ได้ใช้เงินส่วนตัวจ้างคนนำดินมาทำเป็นภูเขาเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันกราบไหว้ สักการะ ซึ่ง "พนม" แปลว่าภูเขา ชาวบ้านก็เลยเรียกสถานที่ดังกล่าวว่า "พนมเปญ" โดยปัจจุบันเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดังกล่าว และวัดนี้ไม่มีพระสงฆ์จำวัด (ซึ่งจะเหมือนกับวัดพระแก้วของประเทศไทย)




แผนที่การเดินทาง น่าจะประมาณ ๑๐๐๐ กิโลเมตร 

เดินทางอันแสนเหนื่อย 

นั่งจนเมื่อยยังไม่ถึง
ขับรถไม่ต้องบึ่ง 
อาจจะถึงอันตราย

นั่งรถอันยาวนาน 
ไม่สำราญต้องทำใจ
อยากถึงให้ไวไว 
ถึงเส้นชัยทันเวลา

นั่งให้ไม่เป็นทุกข์ 
ให้สนุกและหรรษา
ต้องพักอันสายตา 
พร้อมหลับตานั่งรถเอย




เด็กหญิงกัมพูชาคนนี้ ยิ้มเก่ง พูดเก่ง (ภาษาอังกฤษ ก็สามารถพูดสื่อสารเพื่อขายของได้) เดินตามคนซื้อตลอด ผมไม่ได้ซื้อ แต่ให้เงินไปเลย ๒๐๐๐ เรียล 
       ดังนั้น จะเห็นว่ากัมพูชาเรื่องภาษาอังกฤษ เด็กๆ ห่างไกลความเจริญ ยังใช้ภาษาอังกฤษเพื่อรองรับอาเซียน

หากว่าต้องขายของ 
คงจะต้องเก่งการยิ้ม
อีกทั้งให้ลองชิม 
แต่อย่าอิ่มกระหยิ่มใจ

ขายของต้องอดทน 
ให้ผู้คนได้ถูกใจ
อีกทั้งต้องใส่ใจ 
จะนำชัย "ขายของเอย"

เด็กเล็กจะเติบใหญ่ 
พร้อมก้าวไกลไปข้างหน้า
สักวันโอกาสมา 
เพื่อนำพาให้ได้ดี

เป็นเด็กต้องขยัน 
พร้อมต้องหมั่นทำความดี
ข้างหน้าของชีวี 
พบสิ่งดีแน่นอนเอย


บันใดของหน้าบ้าน 
เป็นทางผ่านสู่ที่สูง
บันใดคอยผดุง 
พร้อมชักจูงแขกมาหา

บันใดจะสูงต่ำ 
จะงามล้ำทุกเวลา
เจ้าบ้านต้องนำพา 
และรักษาบันใดเอย




SIEM REAP
คือ อะไรกันครับ หลายท่านอาจจะเป็นได้ยินชื่อดังกล่าว ก่อนอื่น SIEM คนไทยคงจะทราบดีว่าหมายถึงอะไร แต่กล่าวสำหรับ REAP หากแปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทย จะมีความหมายว่า “เก็บเกี่ยว” หรือได้รับผลตอบแทน ด้วยเหตุดังกล่าว SIEM REAP เอาเป็นว่าแล้วแต่ละท่านให้แปลหรือให้ความหมายว่าอย่างไร แต่สิ่งที่สำคัญคือ ณ ที่ SIEM REAP นี้มี “นครวัด นครธม” ครับ ซึ่ง “นครวัด นครธม” เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ดังนั้น จึงเป็นสิ่งมนุษย์เราควรจะมาดูและศึกษาเรียนรู้ว่าที่นี้เป็นอย่างไร แล้วให้ข้อคิดอย่างไรบ้าง






นครวัดน่าชม 
นครธมยิ่งน่าดู
ผู้คนทั่วโลกรู้ 
ขอเชิดชูและบูชา

หนึ่งในเจ็ดของดี 
อันเป็นศรีกัมพูชา
ชีวิตหนึ่งต้องมา 
เพื่อพบพาอลังการ

นครวัดอัครา 
สร้างขึ้นมาเวลานาน
ศาสนาสถาน 
เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่

นครธมทางเหนือ 
ถูกสร้างเพื่อเป็นแห่งใหม่
เป็นแหล่งอีกไม่ไกล 
ควรจะไปเพื่อชื่นชม

สองแห่งได้ถูกจัด 
นครวัดนครธม
ขอเชิญท่านมาชม 
อภิรมย์หรรษาเอย


ก้อนหินมหึมา 
ถูกตัดมาสร้างปราสาท
ก่อนเคยเรืองอำนาจ 
นามปราสาท "นครวัด"

ศาสนาสถาน 
เป็นตำนานจักรวรรดิ์
พระมหากษัตริย์ 
ได้ทรงตรัสให้จัดสร้าง

บูชาพระนารายณ์ 
หินเรียงรายเป็นแบบอย่าง
ถึงแม้จะเคยร้าง 
เป็นตัวอย่างความศรัทธา

หินใหญ่ล้วนต่างหนัก 
เหมือนกับยักษ์สร้างจัดหา
ยิ่งใหญ่ตระหง่านตา 
เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เป็นเทวสถาน 
เพื่อสืบสานเสริมความคิด
เหมือนกับเนรมิต 
ฟ้าลิขิตให้ได้มา




นครหินมาทางเหนือ 
ถูกสร้างเพื่อเป็นแห่งใหม่
ตั้งอยู่ไม่ห่างไกล 
พนาไพรอันงามตา

นามว่า "นครธม" 
สร้างพนมแด่เทวา
บางส่วนนครา 
สร้างขึ้นมาว่า"บายอน" 

"บายอน" เป็นปราสาท 
นาคราชมาเฝ้าวอน
อัปสรางามงอน 
ออกมาฟ้อนสวยงามจริง

ทั้วโลกออกมาชม 
นครธมสร้างใหญ่ยิ่ง
พวกเราต้องไม่ทิ้ง 
ไม่หยุดนิ่งมาชื่นชม

ปราสาทมีหลายที่ 
ต่างอีกมีชือ "ตาพรหม"
ต้องมานครธม 
ไม่ระทมที่ได้มา
ไปเที่ยวกัมพูชา 
ได้กลับมาอย่างมีสุข
ได้เที่ยวอย่างสนุก 
ถึงแม้ทุกข์กับเดินทาง

เริ่มผ่านที่ปอยเปต 
อันเป็นเขตแดนก้าวย่าง
ทุกอย่างต้องปล่อยวาง 
เพื่อเดินทางไปพนา

ต้องผ่านพระตะบอง 
เขตปกครองกัมพูชา
หลายท่านเคยผ่านมา 
คงต้องหาอันตะบอง

มาถึงพนมเปญ 
ถึงตอนเย็นไม่ได้มอง
เมืองหลวงไม่มีสอง 
กษัตริย์ครองมาช้านาน

วันรุ่งมุ่งไปหา 
เพื่อสืบหาทุุ่งสังหาร
ที่นี่ถูกกล่าวขาน 
เป็นตำนานที่น่าเศร้า

พนมเปญน่าเที่ยว 
แห่งที่เดียวมีภูเขา
ฟังผู้คนเคยเล่า 
ว่าภูเขาชื่อยาย "เปญ"

วันสองไปเสียมเรียบ 
ต้องพร้อมเพียบให้ถึงเย็น
เดินทางอาจยากเข็ญ 
ไม่ต้องเว้นเสียเวลา

เสียมเรียบมีของชม 
นครธมนครา
เมืองสร้างจากศิลา 
ยิ่งใหญ่มาเก้าร้อยปี

นครวัดเก่ากว่า 
ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งดี
บูชาคือวิถี 
เป็นที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์

มาเที่ยวกัมพูชา 
ที่กล่าวมาคงได้คิด
ครั้งหนึ่งในชีวิต 
คงต้องคิดเพื่อไปเอย

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อุบลฯ จำกัด


อ้างอิงรูปภาพ click ชมได้เลย



สรุปเป็นทางการจากการร่วมเดินทางไปทัศนาศึกษากับ ชสอ. เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558

1. ทำให้ทราบว่าหากมีของดีที่คนอื่นๆ ยังไม่มีจะต้องรีบเร่งพัฒนาปรับปรุงให้ดีๆ ยิ่งขึ้นไป
2. ทำให้ทราบว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะโดยข้อเท็จจริงกัมพูชาได้พัฒนาเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้กับผู้มีอาชีพที่เกี่ยวข้องได้ค่อนข้างดี "ภาษาอังกฤษดี ขายของดีเป็นร้อยเท่า" 
3. ทำให้ทราบว่าจะทำการประการใดๆ จะต้องมี "ศรัทธา" เป็นอันดับแรกสุดถึงสามารถทำการสิ่งใดได้ลุ่ล่วง ดั่งการสร้าง "นครวัด นครธม" 
4. ทำให้ทราบว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ดีงามสมควรที่จะส่งเสริมอนุรักษ์ไว้นานแสนนาน ดังนั้น หากประเทศไทยแห่งไหนที่มีธรรมชาติสวยงามจะต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อรองรับอาเซียน เช่น สามพันโบกที่อุบลราชธานี สามหมื่นรูที่อุบลราชธานี เป็นต้น

หมายเหตุ