Nuffnang Ads

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โครงการ "อุทยานบึงบัวอุบลราชธานี (หนองขอน)"

โครงการ "อุทยานบึงบัวอุบลราชธานี (หนองขอน)"
หลักการ


         ปี พ.ศ.๒๕๖๐ จะเป็นปีมหามงคลอีกวาระหนึ่งที่ปวงชนชาวไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าจะได้ถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่จะทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พสกนิกรชาวไทยจะได้จัดทำจัดสร้างโครงการกิจกรรมต่างๆ เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านที่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทยในการเป็นมิ่งขวัญและได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาประเทศไทยในด้านต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ท่านได้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัดอุบลราชธานีจะมีอายุครบ ๒๒๕ ในการถูกสถาปนาเป็น “เมืองอุบลราชธานี” ดังนั้น ในปีมหามงคลดังกล่าวจึงสมควรอย่างยิ่งที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดอุบลราชธานีจะต้องจัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ พรรษา มหาราชา

วัตถุประสงค์
๑.เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา มหาราชา ในปี พ.ศ.๒๕๖๐
๒.เพื่อเป็นการฉลองการสถาปนาเป็น “เมืองอุบลราชธานี” ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ อายุ ๒๒๕ ปี
๓.เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมจิตร่วมใจกันสามัคคีถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
๔.เพื่อจัดสร้างกิจกรรมโครงการตามข้อ ๑-๓

กิจกรรม 

เนื่องจากสถาบันที่สำคัญของประเทศไทยประกอบด้วยชาติ ศาสนา และมหากษัตริย์

๑. สถาบันพระมหากษัตริย์  เห็นควรจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติ “นพเก้าเจ้าแผ่นดิน” ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา โดยหอดังกล่าวจะเป็นการนำเสนอเรื่องราวพระราชประวัติฯ และพระราชกรณียกิจที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินฯ จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ จนถึง ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖

อุบลฯ จะก้าวหน้า  ทุกคนมาร่วมสานจิต
ออกมาร่วมผูกมิตร  อย่างใกล้ชิดด้วยจิตใจ

อุบลฯ ในวันหน้า  ต้องนำพาเพื่อก้าวไป
ห้าปีอีกไม่ไกล  ถวายไท้องค์ราชัน

สองห้าหกศูนย์  ลูกแม่มูลพร้อมใจกัน
เป็นปีเรารู้กัน  เก้าสิบพรรษาพ่อหลวงเรา

หอเฉลิมพระเกียรติ ตระหง่านเสียดฟ้าสูงเจ้า
รัชกาลที่เก้า  "นพเก้าเจ้าแผ่นดิน"

อุบลฯ มาร่วมสร้าง พร้อมทุกอย่างเพื่อแผ่นดิน
หวังว่าคงได้ยิน  ทุกทั่วถิ่นต้องออกมา

สองห้าหกศูนย์  เมืองแม่มูลสองสองห้า
เป็นปีรู้ทั่วล้า  จากเป็นมาเมืองอุบลฯ

อุบลฯ สร้างตำนาน  ให้กล่าวขานทุกแห่งหน
ดอกบัวเราทุกคน  ถวายตนเพื่อ"พ่อหลวง" เอย

๒. ศาสนา ณ ตำบลหนองขอน จังหวัดอุบลราชธานี
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันทโท)

เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๓๙๙ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะโรง ณ บ้านหนองไหล ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี



หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล  

เกิดจันทร์วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๒ ที่บ้านข่าโคม ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี


หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ

เกิดวันพฤหัสบดี เดือนยี่ ปีมะแม ตรงกับวันที่ ๒๐ เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๑๓ ณ บ้านคำบง ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันทโท) เป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล เป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ "๓ พระอรหันต์ ณ หนองขอน" ทั้ง ๓ ท่านเป็นพระอรหันต์ที่เป็นอาจารย์และศิษย์ โดยสองท่านแรกนั้นมีถิ่นกำหนดที่ "หนองขอน" แต่ทั้ง ๓ พระอรหันต์ล้วนเป็นคนอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเป็นอย่างมากสำหรับคนอุบลราชธานี ที่ควรจะต้องหวนกับมาให้ความสำคัญในเรื่อง

          สรุป เพื่อให้เรื่องราวของ "๓ พระอรหันต์ ณ หนองขอน" มีความสมบูรณ์อาจจะมีการพิจารณาจัดสร้างรูปปั้นเหมือน ๓ พระอรหันต์ ขนาดใหญ่ ดังนี้
 ๑. บ้านหนองไหล พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันทโท)
 ๒. บ้านข่าโคม หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล
 ๓. หนองขอน (อุทยานบึงบัว)  หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ
โดยที่ ณ อุทยานบึงบัว (หนองขอน) จะจัดสร้าง "อนุสรณ์สถานหลวงปู่มั่น" ซึ่งประกอบด้วย
ชั้นที่ ๑. สถานที่ปฏิบัติธรรมและวิปัสสนา
ชั้นที่ ๒. หอเชิดชูเกียรติผู้สร้างบ้านแปงเมืองอุบลราชธานี
ชั้นที่ ๓. หอประวัติหลวงปู่มั่น และคำสอนหลวงปู่มั่น
        ๔. รูปหล่อเหมือนหลวงปู่มั่น (ยืน) สูงประมาณ ๖๕ เมตร








อุทยานบึงบัว      รู้กันทั่วที่หนองขอน

อยากจะขอวิงวอน   เอื้ออาทรมาร่วมจิต


ทุกอย่างต้องเริ่มต้น  คนอุบลฯ เริ่มน้อยนิด 
แต่หากเข้าใจกิจ    เสริมความคิดจะยิ่งใหญ่

ร่วมปฏิสังขรณ์     อันหนองขอนอยู่ไม่ไกล 
คนอุบลฯ รวมใจ   เราต้องไปสร้างความดี

คูณูปมาจารย์     นามเรียกขานพระอุบาลี
หนองไหลมีของดี  เป็นแหล่งที่เริ่มสร้างสรรค์

มาที่บ้านข่าโคม   เหล่าญาติโยมมารวมกัน
บ้านเกิดรู้ทั่วกัน    อรหันต์หลวงปู่เสาร์

หลวงปู่มั่นยิ่งใหญ่   มาน้อมใจพร้อมพวกเรา
คือศิษย์หลวงปู่เสาร์  เรามาเฝ้าเหล่าหลวงปู่

สามแห่งน่าพัฒนา   พวกเรามาร่วมกันดู
เป็นแห่งให้ความรู้   มาเชิดชูหนองขอนเอย



            
  ๓.   สถาบัน “ชาติ”
   เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเมืองแห่งดอกบัว ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี อันนำไปสู่ความสำคัญระดับชาติ ในเบื้องต้นอาจจะมีการพัฒนา “บัวอุบล” ดังนี้
               บัวอุบลฯ BUA UBON
B = Beauty สวยงาม
U = Upgrade ยกระดับ ทำให้ดีขึ้น
A = Atop บนยอด สุดยอด สูงสุด

U = Usable มีประโยชน์
B = Bright สีสดใส
O = Optimal เหมาะสมที่สุด ดีที่สุด
N =National ประจำชาติ ระดับชาติ
   ดังนั้น BUA UBON  ต้องสวยงามถูกทำให้ดีขึ้นสูงสุดโดยพัฒนาให้มีประโยชน์สีสดใสที่ดีที่สุดในระดับชาติ


             กล่าวสำหรับสถาบันชาตินับว่ามีความสำคัญยิ่ง โดยการพัฒนาชาตินั้นจะต้องเกิดจากการเรียนรู้ในด้านต่างๆ ซึ่ง ณ อุทยานบึงบัวอุบลราชธานี (หนองขอน) สามารถที่จะจัดตั้ง "มหาวิชชาลัย ณ หนองขอน" เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน โดยที่
เรียนรู้ การทำมาหากิน
                - ด้านพันธุ์พืช (เช่น บัว สมุนไพรท้องถิ่น เป็นต้น)
                - ด้านพันธุ์สัตว์น้ำจืด (เช่น ปลา เป็นต้น)
                - ด้านอื่นๆ ที่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินการ
เรียนรู้ การทำมาหาอยู่
                - ด้านการพัฒนาสุขภาพกาย
                - ด้านการพัฒนาสุขภาพจิต (วิปัสสนา)


มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์
ภาควิชาคณิตศาสตร์ สถิติและคอมพิวเตอร์ 
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ผู้ร่างโครงการ

อ้างอิง 




วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

อ่าน : READ


ผู้เขียนเชื่อว่าทุกท่านจะต้องทราบว่า "อ่าน" (หรือ การอ่าน) คือ อะไร ผู้เขียนคงจะไม่ต้องไปอธิบายเพิ่มเติมอะไรมากมายนัก อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเพียงอยากจะเพิ่มเติมในประเด็นหากว่า "อ่าน" ที่เป็นคำภาษาอังกฤษ "READ" จะมีความหมายประการใด เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี (คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ที่กำหนดให้ปีนี้ (พ.ศ.๒๕๕๖) เป็นปีแห่งการสร้างพลังคิดบวก คิดให้ทางที่ดี ซึ่งแน่นอนครับสิ่งหนึ่งที่คู่กับการ "คิด" คือ "อ่าน" หรือและ "การอ่าน" เนื่องจากหากว่าเราอ่านมากๆ (อ่านหนังสือ เอกสารวิชาการ หรือ อื่นๆ) ย่อมทำให้เราสามารถเกิดความคิด 

         กลับมาที่ "อ่าน : READ" ผู้เขียนขอนำเสนอดังภาพต่อไปนี้  ครับ 


 ดังนั้น น่าจะพอสรุปในเบื้องต้นได้ว่า หากเรา "READ" ตามความหมายข้างต้นแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าสังคมนี้จะมี "พลังคิดบวก" เพิ่มเติมขึ้นมาอีกมากมาย สามารถที่จะทำให้สังคมของเราในระดับต่างๆ "ดี" ในที่สุดได้นะครับ  เรามาเริ่ม "READ" กันเถอะครับ

มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์


๓ พระอรหันต์ ณ หนองขอน


เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเมืองแห่งดอกบัว ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี อันนำไปสู่ความสำคัญระดับชาติ ในเบื้องต้นอาจจะมีการพัฒนา บัวอุบล ดังนี้


บัวอุบลฯ BUA UBON


BUA ==> 


B = Beauty สวยงาม


U = Upgrade ยกระดับ ทำให้ดีขึ้น


A = Atop บนยอด สุดยอด สูงสุด


UBON  ==>  


U = Usable มีประโยชน์


B = Bright สีสดใส


O = Optimal เหมาะสมที่สุด ดีที่สุด


N =National ประจำชาติ ระดับชาติ



   ดังนั้น BUA UBON  ต้องสวยงามถูกทำให้ดีขึ้นสูงสุดโดยพัฒนาให้มีประโยชน์สีสดใสที่ดีที่สุดในระดับชาติ






วิสัยทัศน์ => "บัวอุบลงามล้ำค่า นำพาความสุขอย่างยั่งยืน"


บทกลอน
๑.
อุบลเมืองดอกบัว       รู้กันทั่วเมืองบัวงาม
บัวอุบลลือนาม          เป็นนิยามของดอกบัว
บัวมีมากหลายพันธุ์    ต้องร่วมกันให้รู้ทั่ว
อนุรักษ์พันธุ์บัว          ทุกครอบครัวมารวมกัน
คนอุบลต่างต้องชวน  ทุกภาคส่วนต้องแข็งขัน
ช่วยประชาสัมพันธ์     สืบสานพันธุ์บัวงามเอย


๒.
วิสัยทัศน์บันดล         บัวอุบลงามล้ำค่า
บัวอุบลงามตา          ต้องนำพาให้รุ่งเรือง
คนอุบลรวมใจ           พร้อมใส่ใจบัวทุกเรื่อง
บัวงามต้องลือเลื่อง    จะเป็นเมืองดอกบัวงาม
พันธกิจร่วมกัน          ต่างแบ่งปันทำกันตาม
รับรองต้องลือนาม     ทุกเขตคามรู้ทั่วเอย



มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์




วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โครงการบูรณะเส้นทางธรรมะสู่ความเป็นหนึ่ง

หลักการและเหตุผล

เป็นที่ทราบกันดีว่า หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ชาติภูมิของท่านเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี เกิด ณ วันจันทร์ แรม ๔ ค่ำ เดือนยี่ปีระกา วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๔๐๒ ที่บ้านข่าโคม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากท่านเป็นพระวิปัสสนาธุระรุ่นแรก และท่านเป็นอาจารย์ของพระครูวินัยธรมั่น ภูริทฺตโต (หลวงปู่มั่น) ซึ่งหลวงปู่มั่นท่านเป็นอาจารย์สอนธรรมทางวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงมีผู้เคารพนับถือมาก หลวงปู่มีศิษยานุศิษย์ที่เป็นพระเถระ อาทิ

พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)

พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม)

หลวงปู่มหาปิ่น ปญฺญาพโล

พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรงฺสี)

หลวงปู่ขาว อนาลโย

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ

พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)

หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร

พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)

พระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท)

หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ

พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท)

พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

หลวงปู่จวน กุลเชฏฺโฐ

หลวงปู่สิงห์ทอง ธมฺมวโร

พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

พระวิสุทธิญาณเถระ (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย)

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (หลวงปู่วัน อุตฺตโม)

พระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร)

พระมงคลวุฒ (หลวงปู่เครื่อง สุภทฺโท)

พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

หลวงปู่ผินะ ปิยธโร

หลวงปู่สนธิ์ สุมโณ

พระครูญาณวิสิทธิ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)

หลวงปู่ผั่น ปาเรสโก

พระอริยเวที (พระอาจารย์มหาเขียน ฐิตสีโล)

คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

หลวงพ่อผาง จิตฺตคุตฺโต

หลวงปู่ผาง ปริปุณฺโณ

หลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ

หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

หลวงปู่แว่น ธนปาโล เป็นต้น

กล่าวสำหรับสถานที่เกิดของหลวงปู่เสาร์ ที่บ้านข่าโคม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นับตั้งแต่ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๐๒ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ.๒๕๕๕) เป็นเวลากว่า ๑๕๓ ปี บ้านข่าโคมเป็นสถานที่ที่แห่งจุดเริ่มต้นของหลวงปู่เสาร์ และจุดเริ่มต้น คือ “ความเป็นหนึ่ง” ของการสอนธรรมทางวิปัสสนากรรมฐานหนทางการหลุดพ้นจากความทุกข์




หลวงปู่เสาร์ฉายร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ ณ วัดป่าบ้านข่าโคม จ.อุบลราชธานี









 สภาพปัจจุบัน ณ วัดป่าบ้านข่าโคม (บันทึก ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕)
 สภาพปัจจุบัน ณ วัดป่าบ้านข่าโคม (บันทึก ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕)








ดังนั้น การบูรณะพื้นที่วัดป่าบ้านข่าโคม จะทำให้คนอุบลราชธานีและคนไทยได้ร่วมกันตระหนักถึงพระคุณของหลวงปู่เสาร์ที่ได้สร้างสิ่งดีๆ ไว้ให้แผ่นดินนี้ ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นสมควรจัดทำโครงการ “บูรณะเส้นทางธรรมะสู่ความเป็นหนึ่ง” โดยความหมายของโครงการดังกล่าว คือ เป็นการบูรณะทั้งด้านกายภาพ ด้านความรู้ประวัติของหลวงปู่เสาร์ ด้านคำสอนธรรมะของหลวงปู่เสาร์ อันกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่งของหลวงปู่เสาร์ในด้านการสอนธรรมทางวิปัสสนากรรมฐาน


วัตถุประสงค์

๑. เพื่อบูรณะด้านกายภาพของเส้นทางเข้าสู่วัดป่าข่าโคม

๒. เพื่อบูรณะพื้นที่วัดป่าข่าโคม

๓. เพื่อจัดทำประวัติของหลวงปู่เสาร์ในรูปแบบสื่อต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

๔. เพื่อน้อมนำคำสอนของหลวงปู่เสาร์มาเป็นเครื่องเตือนใจในความเป็นคน


กิจกรรมที่จะต้องดำเนินการ

๑. จัดสร้างปรับปรุงถนนเข้าสู่วัดป่าข่าโคม

๒. จัดปรับปรุงพื้นที่วัดป่าข่าโคม

๓. จัดซ่อมแซมอนุรักษ์ศาลาเก่าแก่ในวัดป่าข่าโคม

๔. จัดสร้างรูปเหมือนหลวงปู่เสาร์เพื่อให้ชาวพุทธได้กราบไหว้บูชาระลึกถึงพระคุณ

๕. จัดสร้างศาลาธรรมเพื่อให้ชาวพุทธได้เป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

หมายเหตุ โครงการดังกล่าวข้างต้น จะสอดคล้องกับการพัฒนาอุบลราชธานี ที่ยึดหลักการการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน  โดยที่ประเทศไทยรับผิดชอบ “การท่องเที่ยว” และ “ศูนย์กลางการบิน” ดังนั้น อุบลฯ อาจจะกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “เที่ยวก่อนใครในสยาม” และในอนาคต อุบลฯ จะเป็น “มหานครแห่งการท่องเที่ยวของลุ่มน้ำโขง” โดยเที่ยวแบบ ๓ ธ คือ ธรรมชาติ ธรรมะ และ ธรรมดา

ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

- เส้นทางการเดินทาง

- ระบบข้อมูลสารสนเทศ (ประวัติความเป็นมาของแหล่งธรรมชาติ) ต่างๆ เป็นภาษาอาเซียน ภาษาอังกฤษ

ธรรมะ แหล่งวิปัสสนา ศึกษาธรรมะ

-เส้นทางการเดินทาง

- ระบบข้อมูลสารสนเทศ (ประวัติความเป็นมาของแหล่งธรรมะต่างๆ เป็นภาษาอาเซียน ภาษาอังกฤษ

ธรรมดา แหล่งที่พักรับรองที่เน้นธรรมดาตามรูปแบบ Home Stay



อ้างอิง


๒. แก้ว อรุณฉาย, "หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์ของปรมาจารย์อรหันต์พระป่า" สำนักพิมพ์อักษรธรรม ISBN 978-616-233-156-5
๓. ดำรงธรรรมม, "หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดเลียบ อุบลราชธานี" บริษัทไทยควอลิตี้บุ๊คส์ (2006) จำกัด ISBN 978-616-514-028-7



อจต.

ผู้ร่างโครงการ


รูปภาพประกอบเพิ่มเติม











ดูข้อมูลเพิ่มเติมใน Facebook ได้ที่ กลุ่ม 
บูรณะเส้นทางธรรมะสู่ความเป็นหนึ่ง  



หรือ Youtube



วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

อาลัยท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี


                   ผมได้เห็นชื่อท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอุบลราชธานี  สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งตอนนั้นผมเป็นนักเรียนทุนโครงการพัฒนาอาจารย์ของวิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ขณะที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เคยเห็นหน้าตาท่านว่าเป็นคนอย่างไร แต่ในใจคิดว่าก็คงจะใจดีเพราะถ้าไม่อย่างนั้น วิทยาลัยอุบลราชธานีคงจะไม่พิจารณารับผมเป็นนักเรียนทุน เมื่อผมสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ก็เลือกวันที่จะมาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเลือกวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๕ (ทั้งนี้ เนื่องจากเมืองอุบลราชธานีได้ถูกสถาปนาเป็น  “เมืองอุบลราชธานีศรีวนาไล ประเทศราช” เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๓๓๕) เพื่อจะได้ให้ตัวเองจำอะไรที่ง่ายๆ
            เมื่อกลับมารับใช้ทุนที่อุบลราชธานีเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๕ วิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กลายเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ซึ่งคิดว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่อาจารย์ได้เห็นได้พบกับท่านอธิการบดีทุกๆ วัน  เพราะอาคารอเนกประสงค์ (คณะบริหารศาสตร์ในปัจจุบัน) เป็นทั้งอาคารสำนักงานอธิการบดี คณะวิทยาศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ โครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ ห้องเรียน และโรงอาหาร และอื่นๆ   ผมเองก็คงคนหนึ่งที่โชคดีที่ได้พบกับท่านรศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี เกือบทุกวัน (ยกเว้นที่ท่านไปราชการ และหรือผมไม่ไปราชการ) ท่านเป็นคนพิเศษที่เจอกันเมื่อไรจะพบกับรอยยิ้มของท่านเสมอ และที่สำคัญคือ ที่หน้าอกของท่านจะมีบัตรประจำตัวของท่านเป็นสีเหลืองตัวหนังสือเป็นสีดำ (เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มี Printer สี) ระบุว่าท่านชื่ออะไร  ก็เลยเป็นตัวอย่างทำให้ผมจะต้องมีบัตรประจำตัวและติดหน้าอกเหมือนกันกับท่าน นั่นเป็นตัวอย่างของผู้นำที่ดีที่ “เมื่อเป็นผู้นำ จะต้องทำให้ดู” และผู้ตามที่ดีจะต้อง “ดูผู้นำ แล้วทำตามในสิ่งที่ดี”
            ผมทำงานอยู่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ คิดว่าทำงานใช้ทุน ๔ ปี แล้วคงจะพอ เพราะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีไม่มีอะไรเลยในขณะนั้น  แต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๗ ท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ได้อนุมัติให้ไปศึกษาดูงาน (พร้อมกับอาจารย์วุฒิณัฐ พรรักษมณี) ที่ The University of Akron, USA เป็นเวลาประมาณ ๑  เดือน และช่วงนี้แหละครับที่เป็นตอนสำคัญที่ผมและท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ได้มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นๆ แต่ท่านก็ได้เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผมที่จะต้องมีการตัดสินใจและปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่ออนาคต ขณะที่ศึกษาดูงานที่  The University of Akron, USA ท่านรศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ได้แวะไปเยี่ยมและไปพักด้วยเป็นเวลา ๒-๓ วัน ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ซักเสื้อผ้าให้ท่าน (ถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องซักผ้า) ท่านบอกผมว่าให้อยู่ที่อเมริกาต่ออีกจะหาทุนเรียนต่อให้ โดยการเป็นอาจารย์จะต้องศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ผมเองคิดในใจว่า “ไม่เอาอีกแล้วการเรียนหนังสือ” แต่ท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ก็ได้ให้ข้อคิดที่สำคัญที่ว่า “ความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ไม่ได้อยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนจะต้องช่วยเหลือกันในทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ และอาจารย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเพื่อไปพัฒนาให้กับนักศึกษา มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ”
            และเมื่อกลับมาจากการศึกษาดู ที่ University of Akron, USA ท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ผมได้รับความกรุณาจากท่านอีกอย่างเพิ่มเติม คือ  ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการโครงการจัดตั้งสำนักคอมพิวเตอร์และเครือข่าย” โดยโครงการดังกล่าวมีท่าน รศ.ดร.เครือวัลย์ โสภาสรรค์ เป็นประธานฯ  และท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ก็บอกว่าให้พยายามเรียนต่อ ส่วนเรื่องทุนนั้นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจะได้สนับสนุนต่อไป และในเวลาต่อมาผมก็ได้รับอนุญาตให้ไปสอบทุนโครงการพัฒนาอาจารย์ของทบวงมหาวิทยาลัยอีกครั้ง จนวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๙ ก็ได้รับอนุมัติจาก รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ไปศึกษาระดับปริญญาเอก นับได้ว่า ท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี เป็นผู้บังคับบัญชาเป็นผู้นำที่ใส่ใจในรายละเอียดของลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าผมจะเป็นส่วนหนึ่งที่เล็กๆ ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีก็ตาม แต่สิ่งที่ผมได้รับจากท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี คือ “ความรักที่ยิ่งใหญ่” ที่ท่านมีให้  ความรักที่ว่า คือ “ความรักที่ท่านมีต่ออาจารย์ทุกๆ คนของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีด้วยความเท่าเทียมกัน”  และท่านสอนให้เราคิดได้ว่า “ความเจริญก้าวหน้า จะต้องไขว่คว้าด้วยการศึกษา”
            ถึงแม้ว่า ผมจะได้ใช้ชีวิตการทำงานอยู่กับท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี เพียงเล็กน้อย คือ พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๓๙ เป็นเวลาที่สั้นๆ ในฐานะที่ท่านเป็นอธิการบดี ผมเป็นเพียงอาจารย์ตัวเล็กๆ แต่ผมก็ดีใจภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับความกรุณาจากท่านในเรื่องการส่งเสริมความรู้ส่งเสริมให้มีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น นับได้ว่าท่านเป็นบุคคลที่มีคุณูปการต่อผมอย่างมากล้น จนไม่รู้ว่าจะบรรยายและทดแทนบุญคุณของท่านได้อย่างไร ได้แต่เพียงบอกตัวเองว่า “เราจะต้องพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้มีความเจริญก้าวหน้าที่สุดเท่าที่ความรู้ความสามารถของเราที่มีอยู่ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี ที่ได้เคยทำไว้พัฒนามหาวิทยาลัยแห่งนี้ไว้”  ความดีของท่าน รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี อธิการบดี  ผมรับรองได้ว่าทุกท่านทราบกันดีอย่างทั่วกัน ท่านได้สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ปกครอง นักศึกษา บัณฑิต ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ความดีนี้จะตราตรึงตราบนานเท่านานให้ลูกหลานกล่าวขานตลอดไป
            "รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี    ยอดคนดีของ ม.อุบลฯ"

            ม.อุบลฯ ต่างนับถือ           ต่างเลื่องลือความดีงาม
            มาพร้อมกล่าวขานนาม     อธิการ “สมจิตต์ ยอดเศรณี”                       
                                                                        มณูญพงศ์ ศรีวิรัตน์ (อจต.)
                                                                        ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ 

                                                   รศ.ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี  ได้เดินทางไปเยี่ยมที่ 
                                                   The University of Akron,  USA พ.ศ.๒๕๓๗