มนูญ ศรีวิรัตน์
วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ถึงเป็นผู้ชนะ แต่ไม่มีความรับผิดชอบ ก็ไร้ซึ่งประโยชน์
มนูญ ศรีวิรัตน์
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553
มักง่าย
บางท่านอาจจะสงสัยว่า คำว่า มักง่าย ตกลง มันเป็นภาษาอะไรกัน เพราะคนอีสาน (คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จะใช้คำว่า มัก หมายถึง รัก ชอบ ในสิ่งนั้นๆ เช่น มักอยู่คนเดียว หมายถึง ชอบอยู่คนเดียว ของภาษาไทยทั่วไป ด้วยเหตุนี้ มัก ของ คนอีสาน จะเป็นความรู้สึกที่ดีๆ ต่อสิ่งที่เขาชอบ รักในสิ่งที่เขาต้องการปรารถนา ซึ่งเป็นความรักความชอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ
จะเห็นว่า มัก ถ้าหากใช้กับคำอื่นๆ โดยส่วนมากจะถูกใช้เป็นคำนำหน้าคำอื่น เพื่อให้ได้มีความหมายเป็นอย่างอื่น เช่น มักใหญ่ใฝ่สูง มักใจร้อน (แปลว่า ส่วนใหญ่ใจร้อน) เป็นต้น จะเป็นว่าความหมายของ มัก ในลักษณะแบบนี้ จะเป็นส่วนคำที่ขยาย เพื่อบ่งบอกถึง การเป็น “ส่วนใหญ่” “ส่วนมาก” “บ่อยๆ” (มักจะพบบ่อย)
แต่สำหรับวันนี้ เราจะเอาคำว่า “ง่าย” มาต่อท้ายคำว่า “มัก” ลองดูว่าความหมายจะเป็นอย่างไร ง่าย เป็นสิ่งที่ทุกๆ คน ชอบอย่างแน่นอน เพราะหากทำทุกอย่างแล้วมันง่าย จะทำให้เรามีความสุข มีความปลื้มปิติยินดีในการกระทำ ของง่ายๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนชื่นชอบไม่ต้องเสียเวลาในการทำ ปฏิบัติ ในการดำเนินการ เนื่องจาก เมื่อเราทำหรือผ่านสิ่งใดๆ ก็แล้วแต่ ง่ายๆ เราสามารถเดินหน้าต่อไปเพื่อลงมือทำ ลงมือปฏิบัติสิ่งที่อยู่ข้างหน้าที่รอเราอยู่
เมื่อ “ง่าย” มาต่อท้ายคำว่า “มัก” กลายเป็น “มักง่าย” ความหมายจะเริ่มเปลี่ยนไปแล้วครับท่าน เพราะถ้าหากเราไปพูดไปบอกใครก็แล้วแต่ว่า “มักง่าย” เขาคนนั้นอาจจะโกรธให้เราก็ได้ เนื่องจาก คำว่า “มักง่าย” เป็นลักษณะที่บ่งบอกผู้นั้นว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจในเรื่องที่กำลังทำ กำลังลงมือทำเอาเสียเลย ปล่อยให้มันผ่านๆ ไปโดยที่ไม่สนใจ คือ ผ่านๆ ก็พอ ส่วนคนที่เป็นผู้บอกคนอื่นว่าเป็นคนมักง่าย เขาอาจจะเป็นผู้มีประสบการณ์ เป็นผู้มีความรู้ เป็นผู้เชี่ยวชาญ เขาถึงจะสามารถบอกทะลุเราได้ว่าเป็นคนมักง่าย
มาถึงตอนนี้ จะเห็นว่าถ้าการทำงานสิ่งใด ปฏิบัติงานสิ่งใดแล้ว เกิดความ “มักง่าย” ก็จะเกิดความเสียหายกับงานนั้นๆ ไม่มากก็น้อย แล้วเราจะแก้ไขความมักง่ายได้อย่างไรกันละครับท่าน แน่นอนสิ่งหนึ่งที่อาจจะช่วยได้คือ เราเองจะต้องมีความตั้งใจขึ้น มีความรอบครอบสูงขึ้น มีสติกับเรื่องที่กระทำอยู่ให้มากยิ่งๆ ขึ้น ซึ่งเมื่อกระทำได้อย่างนั้นแล้วผู้เขียนคิดว่า เราจะไม่เป็นคนมักง่ายอีกอย่างแน่นอนครับ
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553
รอ
นอกจาก การรอเก้อแล้ว บางครั้งเราอาจจะเคยสัมผัสการรออีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า รีรอ ซึ่งจะเป็นอาการอีกแบบหนึ่งที่บ่งบอกถึงการไม่กล้าลงมือทำอะไร ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าที่จะเดินหน้าต่อไป ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะตัวคนเหล่านั้นไม่มีข้อมูล ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้ ในเรื่องนั้นๆ ด้วยเหตุนี้ รีรอ ก็อาจจะไม่ดีในสายตาของใคร่บางคนก็ได้ แล้วเราจะทำอย่างไรดีละครับที่จะไม่ทำให้เกิดทั้ง การรอ และ การรีรอ
สำหรับการรอ นั้น ถ้าหากผู้รอไม่คิดมากก็อาจจะหาอะไรขึ้นมาทำขณะที่รอ เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ฟังเพลง (ร้องเพลงคนเดียว ถ้าทำได้ก็ดี) เป็นต้น ซึ่งการทำแบบนี้เขาเรียกว่า การฆ่าเวลา นั้นคือ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องของเวลา เวลาเป็นเรื่องของการสมมติว่า เป็นเวลานาที เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี เท่านั้นเอง เราต้องหาอะไรที่เป็นประโยชน์ขึ้นมาทำ ส่วนผู้ที่ทำให้คนอื่นๆ รอ สิ่งแรกที่ควรจะต้องทำ คือ การโทรศัพท์บอกคนที่รอ โทรศัพท์บอกไม่ได้จะทำอย่างไรดี ก็ทำได้เช่นกัน คือเมื่อมาถึงหรือมาพบกับคนที่รอ ก็เพียงแต่กล่าวคำ ขอโทษ บอกสาเหตุ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะให้อภัยอย่างแน่นอน
สำหรับการรีรอ นั้น คือ การที่เราไม่แน่ใจไม่มั่นใจ ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ที่จะลงมือปฏิบัติหรือกระทำงานใดๆ จะเห็นว่ารีรอ ทำให้เราเสียโอกาสในบางเรื่อง ถ้าหากเรื่องใดที่จะต้องรีบทำรีบดำเนินการเรามัวแต่รีรอจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากในเรื่องนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดความรีรอ อาการรีรอ เราทุกคนควรจะต้องมีข้อมูล มีความใส่ใจ มีความตั้งใจในเรื่องนั้น ซึ่งเมื่อเราฝึกปฏิบัติดังกล่าวแล้ว ย่อมจะทำให้ไม่เกิดการรีรอ เมื่อไม่รีรอแล้ว ทุกอย่างก็สำเร็จลุ่ล่วงตามระยะเวลาที่กำหนดตามเป้าหมายที่เราได้วางไว้
ดังนั้น มาวันนี้ เรามาช่วยขจัด คำว่า รอ ให้หายไป แล้วรีบลงมือทำโดยทันทีทันใด มารีบกันเถอะครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์
การเดินทาง
แต่ที่จะนำเสนอวันนี้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับพระอาทิตย์ แต่จะเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านเห็นอยู่ข้างหน้าคือ เรื่องของถนนและลูกศรเส้นจราจร เป็นการบ่งบอกว่าเราจะต้องเดินไปข้างหน้า เราจะต้องตรงไป เราจะตั้งใจทำในงานที่ตั้งเป้าหมายปลายทางไว้ชัดเจน เหมือนเรากำลังเดินทางไปตามถนนหนทาง บางครั้งก็เจอถนนดีๆ ก็ทำให้เดินทางด้วยความสะดวกรวดเร็วไร้ซึ่งอุบัติเหตุ แต่ถ้าหากเมื่อใดก็ตามเราต้องเดินทางตามถนนที่ไม่ดี ไม่มีมาตรฐาน อาจจะทำให้เราจะต้องใช้เวลาเดินทางสู่จุดหมายด้วยความลำบาก อย่างไรก็ดี บางครั้งเราเดินทางถ้าหากเราเดินทางผิดเราก็อาจจะต้องย้อนกลับโดยตามลูกศรที่ให้กลับรถได้ ดังนั้น กฎต่างๆ เกี่ยวกับการเดินรถเราจะต้องเคารพและปฏิบัติตามด้วยความเคร่งครัดเพื่อจะได้ทำให้ทุกคนที่เดินทางสามารถถึงเป้าหมายการเดินทางได้อย่างราบรื่น
ชีวิตคนเราก็เหมือนกันถ้าหากเรามีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมีวิธีการเดินทางของชีวิตมีระเบียบมีกฎการอยู่ร่วมกันในครอบครัวที่ทุกคนปฏิบัติแล้วมีความสุข การเดินทางของชีวิตเราก็ราบรื่นไม่มีปัญหาจะทำให้เราครอบครัวของเรามีแต่ความสุข แต่บางครั้งถ้าหากเรามีปัญหามีอุปสรรคก็จต้องย้อนกลับมาคิดว่าปัญหาหรืออุปสรรคนั้นมีสาเหตุเกิดจากอะไร อะไรที่เป็นต้นเหตุ แล้วค่อยๆ เดินทางต่อไปเพื่อให้ถึงจุดหมาย
การเดินทางที่หลงผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการนั้น บางครั้งคนรอบเข้าหรือคนใกล้ชิดก็ควรให้โอกาสให้อภัยเพื่อให้ก้าวเดินทางใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่เราหลงผิดที่ผ่านมามันเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราเสียเวลาเท่านั้นเอง เมื่อเรารู้แล้วว่าเราหลงทางเดินผิดเราจะต้องตั้งใจใหม่เดินทางใหม่ และที่สำคัญคือเร่งการเดินทางเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่เราได้เคยตั้งใจไว้ ตัวอย่างเช่น นักศึกษาใหม่เมื่อเขามาเรียนในระดับอุดมศึกษาอาจจะยังไม่สามารถปรับตัวได้อาจจะเดินทางไปให้ทางที่ไม่ถูกไม่ควรในทางที่ผิด แต่ถ้าหากเขาคิดได้ รู้ได้ว่า เดินทางมาผิดแล้วนะ เขาสามารถที่จะหาที่กลับมาเริ่มต้นในหนทางที่ถูกที่ควรได้
เป้าหมายของการเดินทาง คือ สิ่งที่ทุกคนต้องการ บางท่านบอกว่า เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน เป้าหมายมีไว้เพื่อไปให้ถึง เป้าหมายมีไว้เพื่อทำให้เรามีความสุข คนเรามีเป้าหมายในชีวิตที่ไม่เหมือนกัน เพราะมีความชอบความพอใจความอยาก ที่ไม่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของแต่ละคนอาจจะมากอาจจะน้อยก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน แต่ถ้าหากเรากำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมกับเราได้จะทำให้เราสามารถไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี ท่านใดที่มีเป้าหมายสูงๆ เป้าหมายใหญ่ๆ ก็อาจจะต้องใส่สติ ใส่ความตั้งใจจิตใจที่มีพลังอย่างมหาศาลเพิ่มเติม ที่เราเรียกว่า ตั้งสติและจิตใจที่เข้มแข็งแน่วแน่เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่เราต้องการ
ดังนั้น ไม่ว่าจะมีเป้าหมายอะไรก็แล้วแต่ เราสามารถที่จะหาหนทางที่จะต้องทำให้ไปสู่เป้าหมายเพื่อประสบความสำเร็จได้โดยการเลือกเดินทางไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เปรียบเสมือนการเดินทางในรูปภาพข้างบนที่ท่านเห็น เราไม่สามารถย้อนกลับเหมือนกันกลับรถยนต์ได้ ดังนั้น ขอให้ทุกท่าน ตั้งใจอย่างไปสู่หนทางเป้าหมายปลายทางที่มุ่งหวังไว้นะครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์
ไล่
แต่บางครั้งไล่ อาจจะใช้คู่กับ ออก กลายเป็น ไล่ออก แน่นอนครับ ไล่ออก เป็นสิ่งที่ไม่ปรารถนาสำหรับผู้ที่ทำงานมีงานเป็นประจำ การไล่ออกจะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องมีเหตุว่ากระทำผิดอย่างร้ายแรงในองค์กรนั้น ผู้บริหารองค์กรนั้นๆ ก็สามารถใช้อำนาจตาม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมาย ที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ดี หากผู้บริหารใช้อำนาจไม่ถูกไม่ควรกระทำการไล่ออกโดยไม่สมเหตุสมผล ก็พลอยจะทำให้เกิดความเดือดร้อน เกิดความเสียหายต่อผู้ถูกไล่ออก ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แน่นอนครับถ้าหากเราทำดีปฏิบัติงานดี กระทำในสิ่งที่ชอบ รับรองได้ว่าไม่ม่ใครที่จะใช้อำนาจไล่ออกได้ ยกเว้นแต่ว่าเรานั้นกระทำผิด ปฏิบัติงานไม่ดีไม่ถูกต้องไม่ควร ผู้มีอำนาจก็สามารถย่อมมีสิทธิ์ที่ถูกต้องในการไล่ออก
ไล่ออก อีกแบบหนึ่งที่เราทุกคนรู้จักกันดี คือ ไล่ออก จากการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันกีฬาฟุตบอล กรรมการผู้ตัดสินสามารถไล่นักกีฬาออกได้ถ้าหากเล่นผิดกติกา บางครั้งก็เตือนก่อน แล้วตามด้วยใบเหลือง และให้ใบแดงไล่ออกจากสนามถ้าหากกระทำผิดกติกาอีกครั้ง แต่บางครั้งเราจะเห็นว่ากรรมการผู้ตัดสินก็สามารถให้ใบแดงไล่ออกจากสนามไปเลยจะเกิดขึ้นเมื่อกระทำผิดกติการ้ายแรงจริง ดังนั้น จะเห็นว่าการไล่ออก ไม่ว่าจะเป็นสำหรับผู้ทำงานหรือนักกีฬาต่างๆ ไม่ชอบ ไม่ต้องการเอาเสียเลย แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี เพื่อไม่ให้เกิดการไล่ออกเกิดขึ้น เราทุกคนจะต้องปฏิบัติประพฤติ กระทำ ในสิ่งที่ดีๆ ในสิ่งที่กำหนดไว้ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมาย นั้นคือ กระทำแต่ความดี กระทำแต่ความถูกต้องความชอบ
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว การไล่ออกจะไม่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดหลักคิดง่ายๆ เพื่อไม่ให้เกิดการไล่ คือ จะต้องคิดแต่สิ่งดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ ทั้งกาย วาจา และใจ เมื่อเป็นเช่นนั้น ผู้มีอำนาจก็ไม่สามารถไล่เราออกได้ ไล่ล่าเราได้ ถึงแม้ว่าผู้อำนาจจะไล่เราออก หรือไล่ล่าเรา สักวันหนึ่งไม่เร็วไม่ช้า ความจริงก็ย่อมจะปรากฏให้เห็น และผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดย่อมจะได้รับผลการกระทำอันนั้น ผลกรรมอันนั้นอย่างแน่นอน
มนูญ ศรีวิรัตน์
โชค
เรากลับมาที่คำว่า โชคดี เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอกับทุกๆ คน และทุกๆ คนอย่างน้อยที่สุดจะต้องมีโชคดีสักหนึ่งอย่างในชีวิตที่เกิดมาจะเป็นโชคดีขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กก็แล้วแต่บุญพาวาสนาที่ได้สะสมกันมาทั้งชาตินี้และชาติที่ผ่านมา บางคนก็ได้รับโชคดีขนาดใหญ่หลายๆ ครั้ง หลายๆ หนในชีวิตนี้ในชาตินี้ ทำให้หลายๆ คนต่างอิจฉาว่าทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้รับโชคขนาดนี้
มนูญ ศรีวิรัตน์
โอกาส
มนูญ ศรีวิรัตน์