Nuffnang Ads

วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

2 บ. เมื่อ เบื่อ แล้วต้อง บากบั่น

หลายครั้งของมนุษย์เราจะมีความรู้ที่เบื่อ ความเบื่ออาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ที่แน่ๆ คือ เมื่อมีความรู้สึกเบื่อแล้วจะทำให้เราไม่มีความอยากที่จะกระทำในสิ่งใด จะรู้สึกว่าในโลกนี้ต้องการนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่ต้องไปคิด ไม่ต้องไปสนใจอะไรแทบทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเกิดความรู้สึกเบื่อ มีความรู้สึกไม่อยากจะทำอะไร แต่ถ้าหลังจากนั้นเรากลับมานั่งคิดทบทวนว่าเราเกิดความรู้สึกอย่างนั้นหรืออาการอย่างนั้นเพราะอะไร ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้าของร่างกาย ความรู้สึกไม่เป็นสุขในการทำงาน ความไม่เป็นสุขในชีวิตประจำวัน (เฉพาะบางวันเท่านั้นก็ได้) เมื่อเป็นอย่างนี้เองก็ต้องบอกตัวเอง การบอกตัวเอง คือ การพยายามใช้จิตสั่งการตัวเราเองให้เกิดความกระฉับกระเฉงความกระปรี้กระเปร่าเพื่อทำให้เกิดพลังในการทำงานต่อไป ความเบื่อเกิดขึ้นได้กลับทุกคนไม่เว้นว่าเป็นเพศอะไร เชื้อชาติศาสนาใด อาชีพอะไร พูดง่ายๆ คือ ความเบื่อมีคู่กันมากับมนุษย์เป็นเวลาอย่างยาวนานแล้ว บางคนเกิดความเบื่อบ่อยๆ แล้วกลายเป็นบางครั้ง บื่อ ไปเลย (สระ เอ เดินมาไม่ทัน ก็เลย เหลือเพียง บื่อ) แต่อย่าให้บื่อมากก็แล้วกัน (เดี่ยวจะเป็น ซื่อบื่อ) เพราะจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความเบื่อจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเกิดความรู้ขึ้นมาเอง ถ้าหากท่านใดฝึกเจริญสติเป็นประจำจะรู้สึกว่าความรู้สึกต่างๆ เกิดแล้วก็ดับ ถ้าหากท่านใดมีสติอยู่ตลอดเวลาแล้ว ถ้าเกิดความรู้สึกเบื่อขึ้นมา ตัวสติของเราจะค่อยบอกว่าได้ว่า จะต้องไม่เบื่อ ซึ่งจะต้องใช้จิตสั่งการ หากปฏิบัติได้เป็นประจำ จะทำให้เราเห็นว่าความเบื่อนั้นสามารถขจัดไปได้
ดังเหตุนี้ ถ้าหากเราทุกท่านบากบั่นฝึกปฏิบัติจิตให้มีสติอยู่ทุกเมื่อไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ให้รู้ว่ากระทำในสิ่งนั้นอยู่ ก็อาจจะสามารถเกิดจิตที่สั่งการโดยอัตโนมัติได้ว่าไม่เกิดความเบื่อ ความบากบั่นคือความขยัน ความอดทนกระทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ความบากบั่นทำให้คนเราไม่ว่าจะเป็นใครสามารถประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องที่เราตั้งใจจะทำ
ความบากบั่นในการเรียนจะทำให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน
ความบากบั่นในการทำมาหากินจะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว
ความบากบั่นในการสะสมทำความดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง
จากที่กล่าวมา ถ้าหากเราเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าเบื่อเมื่อใด เราจะต้องบากบั่นในการตั้งสติใช้จิตสั่งตัวของเราให้รู้สึกว่าความเบื่อนั้นจะต้องหายไปให้ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่จะทำได้ง่าย จะต้องฝึกฝนและฝึกฝนด้วยความบากบั่นจริงๆ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า เราทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอน บากบั่นในการมีสติในทุกอาการทุกเรื่อง แล้วจะทำให้เราสามารถสั่งจิตของเราได้ เมื่อได้อย่างนั้นแล้ว ความเบื่อ จะหายไปจากตัวเราอย่างแน่นอน ความเบื่อเกิดเมื่อไร ให้มีสติแล้วใช้จิตบอกให้ได้ว่าไม่เบื่อ เกิดความเบื่อ ดับความเบื่อ ได้ทันที่โดยใช้สติ ใช้จิตที่เราได้ฝึกฝนบากบั่น ผู้เขียนขอให้ทุกท่านโชคดีในการบากบั่นเพื่อขจัดความเบื่อ เมื่อนั้นเราทุกคนจะเบิกบานในที่สุด
มนูญ ศรีวิรัตน์

ปรองดอง

คำนี้รู้สึกว่าได้ยินกันทุกวัน เด็กๆ ชั้นประถมคนหนึ่งได้ถามเพื่อนร่วมชั้นว่าเรามาปรองดองกันเถอะ เพื่อนอีกคนเมื่อได้ยินก็ถามกลับไปว่า ทำไมเราต้องปรองดองกันด้วย มันหมายถึงอะไรกัน เราจะต้องเริ่มต้นอย่างไร
นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่เด็กอาจจะไม่ทราบความหมายที่แท้จริง เมื่อไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่าหมายถึงอะไรก็ไม่สามารถลงมือกระทำได้ ภาษาไทยนี้ก็แปลกดีนะครับท่านผู้อ่าน เพราะว่า คำว่า ปรอง ถ้าอยู่โดดๆ อยู่เดี่ยวๆ นั้นไม่มีความหมายอะไรเลย ปรอง หมายถึง อะไร จะปรองกัน คือ อะไร ไม่เคยมีคนเคยพูดถึงคำว่า ปรอง เดี่ยวๆ เลย

ส่วนคำว่า ดอง หมายถึง แช่หรือหมัก ผัก ผลไม้ และสิ่งต่างๆ เพื่อเก็บรักษาไว้ให้อยู่ได้นานๆ แต่บางครั้งเราอาจจะได้ยินคำว่า ดอง จากคนอีสาน ซึ่งหมายถึง การแต่งงาน (กินดอง = เกี่ยวดอง = เกี่ยวข้องกันโดยการแต่งงาน) เป็นต้น จะเห็นว่า ดอง เมื่ออยู่คำเดียว ก็สามารถมีความหมายในตัวเองได้ ดังนั้น ถ้าหากคนอีสานมาดองกันจะสร้างความสัมพันธ์สามัคคีกันมากขึ้น มีความผูกพันกันแน่นมากยิ่งขึ้น แต่หากเป็นความหมายตั้งแต่แรกข้างต้นนั้น เป็นการกระทำใดๆ ที่ต้องการรักษาสิ่งของที่เราสนใจให้อยู่ได้นานๆ ซึ่งหลายๆ ท่านคงจะทราบดี เช่น ดองผลไม้ ดองผัก เป็นต้น

แต่ถ้าหากเมื่อไรก็ตาม ที่ ปรอง + ดอง แล้ว จะเป็น ปรองดอง นั้น หมายถึง ประนีประนอม ยอมกัน ตกลงกันด้วยไมตรีจิต (ซึ่งจะเห็นว่าไม่ได้มีความหมายเกี่ยวกับ คำว่า ดอง ข้างต้นเลย) ซึ่งที่จริงแล้ว คำปรองดอง ควรจะหมายถึง กระทำการใดที่ตกลงกันได้อย่างที่มีความสัมพันธ์อันดี (เหมือนกับคำว่า ดอง ของคนอีสาน) โดยควรจะกระทำอย่างรวดเร็วด้วยซ้ำ (ไม่ให้เหมือนกับ คำว่า ดองที่เป็นการเก็บรักษาให้อยู่นานๆ) และสิ่งหนึ่งที่ควรทำคือ การตกลงด้วยไมตรีจิต ความหมายนี้ลึกซึ้งมากที่เดียว เพราะการปรองดอง จะกระทำได้ให้สำเร็จนั้น จะต้องทั้งสองฝ่าย (หรือหลายๆ ฝ่ายก็ตามแต่) มีไมตรีจิตต่อกัน มีความจริงใจต่อกัน มีความบริสุทธิ์ใจต่อกัน มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน (เอาใจเขามาใส่ใจเรา เอาความเจ็บปวดของคนอื่นๆ มาเป็นของเรา เอาความเจ็บปวดของเราให้คนอื่นเข้าใจเรา)

ดังนั้น ปรองดอง ที่พูดๆ กัน ที่เห็นกันทุกวันนี้ จะประสบความสำเร็จได้นั้น ผู้เขียนคิดว่า ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ขัดแย้งกันอยู่ควรจะต้องมอบไมตรีจิตให้กันและกันเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นให้นำความหมายของคำว่า ดอง ของคนอีสาน มาปฏิบัติ และไม่ควรที่จะ ดอง ไว้ (เหมือนความหมายที่สื่อถึงการเก็บไว้ให้ได้นาน) ควรจะต้องรีบลงมือมอบไมตรีจิตให้กันด้วยความจริงใจ ยอมรับในสิ่งที่ตกลงร่วมกันภายใต้ความยุติธรรมของทุกๆ ฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว ปรองดอง จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการที่เราทุกคนจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขอให้เพียงแต่ไม่ดอง ไว้นานๆ ก็แล้วกัน
มนูญ ศรีวิรัตน์

รีบ

คำว่า รีบ เป็นคำสั้น เป็นคำกิริยาที่บ่งบอกถึงอาการที่จะต้องกระทำการใดๆ ในขณะใดขณะหนึ่งอย่างปัจจุบันทันด่วน การรีบ เป็นคำนามที่ทำให้เราทราบว่าเราจะต้องลงมือกระทำในสิ่งนั้นๆ ที่เราได้รับมอบหมายหรือเป็นหน้าที่ของเรา หลายๆ ท่านคงจะต้องประสบมาแล้วไม่มาก็น้อย เพราะแต่ละท่านคงจะต้องรีบกระทำสิ่งใดๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนที่ได้นำเสนอ คำว่า รีบ ในวันนี้ ก็เนื่องจากคิดว่า การรีบ นั้น บางครั้งก็เป็นประโยชน์ บางครั้งอาจจะเป็นไม่ประโยชน์ก็ได้
การรีบที่เป็นประโยชน์มีมากมายที่เราทุกๆ คนได้เห็น เช่น การรีบตื่นเพื่อจะได้มีเวลาทำงานให้มากๆ การรีบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้แล้วเสร็จตามที่ผู้บังคับบัญชาได้กำหนดมอบหมาย เป็นต้น ส่วนการรีบที่อาจจะไม่เป็นประโยชน์ ก็อาจจะเช่น การรีบขับรถยนต์อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ การรีบในการรับประทานอาหารอาจจะให้เกิดผลเสียต่อระบบการย่อยอาหาาร เป็นต้น
ดังนั้น ผู้อ่านคงจะพอทราบแล้วนะครับว่า รีบบางครั้งก็มีประโยชน์บางครั้งก็มีโทษ แต่วันนี้เป็นต้นไปถ้าหากเราทุกคนมาช่วยกันรีบในเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์ช่วยกันคนละไม้คนละมือในการรีบ ผู้เขียนคิดว่าจะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เช่น การมาร่วมกันรีบในการรักษาโลกร้อน รีบช่วยกันปลูกป่าปลูกต้นไม้ การร่วมกันรีบในการสร้างความยุติธรรมในสังคม (ไม่ให้มีระบบสองมาตรฐาน หรือระบบที่แตกต่างกันเอารัดเอาเปรียบกัน) การร่วมกันรีบสร้างความดีร่วมกันกระทำแต่ความดีให้กับตนเองคนรอบข้างและสังคม การรีบสร้างบุญทำบุญกุศลเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (เพื่อให้เราทุกคนเกิดชาติหน้ามีจริงจะได้พบแต่สิ่งที่ดีๆ งามๆ) การรีบสร้างความปรองดองความสามัคคีภายในสังคมภายในประเทศชาติก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะจะทำให้คนในชาติได้รับความสุข การรีบในการดูแลรักษาตัวเองให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาในเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วย เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนอยากจะเชิญชวนทุกๆ ท่านมารีบในการกระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อคนรอบข้าง ต่อครอบครัว ต่อเพื่อนๆ ต่อสังคม และต่อประเทศชาติของเรา ซึ่งผู้เขียนคนว่าการที่เราจะรีบได้นั้น เราทุกคนจะต้องมีความตั้งใจจริง มีความแน่วแน่ และเมื่อได้เช่นนั้นแล้ว เราก็จะได้มีแต่ความสุข เป็นความสุขที่ได้เกิดจากการรีบ ครับ เราทุกคนมาร่วมลงมือกันรีบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
มนูญ ศรีวิรัตน์

ความไม่อยาก

วันนี้ ผู้เขียนจะต้องพาคุณพ่อไปที่โรงพยาบาลเพื่อนำท่านตรวจร่างกายเนื่องจากท่านรู้สึกว่าเหนื่อยมาก (คุณพ่อของผู้เขียนอายุ ๘๓ ปี) ก็เป็นธรรดาของคนที่สูงอายุหรืออายุมาก เมื่อคุณหมอได้สอบถามอาการแล้วก็ไม่ปรากฎว่า เกิดจากความไม่อยากในอาหาร ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนก็เลยคิดว่าน่าจะได้แลกเปลี่ยนกับทุกท่านถึงความไม่อยาก
ความไม่อยากนี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาของเรา คือ ความไม่อยาก จะทำให้ไม่เกิดกิเลส ซึ่งกิเลสเป็นสิ่งที่เราไม่พึ่งประสงค์และพระพุทธองค์ได้สอนไว้ว่าให้ลดละกิเลส เพราะกิเลสทำให้เกิดความทุกข์ ดังนั้น ความไม่อยาก จะคู่กับความอยาก ความอยากได้ ความอยากมี ทำให้ผู้คนจะต้องดิ้นรนทำงานดิ้นรนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้ตามประสงค์ตามความอยาก
ขอวกกลับมาที่ ความไม่อยาก อีกครั้ง เป็นสิ่งที่เราควรจะตระหนักให้ดีว่า สิ่งใดที่เราควรไม่อยาก แน่นอนครับสิ่งที่ไม่ควรอยาก ควรจะเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ เป็นกิเลสที่ทำให้เกิดความทุกข์ เราไม่ควรอยากรวยทางลัด เราไม่ควรอยากสวยโดยใช้เงินทอง (ควรจะสวยมาจากจิตใจที่ดีงาม ควรจะสวยด้วยกิริยามารยาท) เราไม่ควรอยากเก่งในทางที่ไม่ดี เราไม่ควรอยากรีบเร่งกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เราไม่ควรอยากมีตำแหน่งที่ใหญ่สูงขึ้นโดยการใช้อำนาจบารมีเงินทอง
ความไม่อยากทำให้เราไม่เป็นทุกข์ ความไม่อยากทำให้เรามีความสุข (แต่สำหรับคนสูงอายุความไม่อยากอาหารจะไม่เป็นประโยชน์ เพราะร่างกายจะไม่ได้รับสารอาหารที่ส่วนเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง) ความไม่อยากทำให้เราได้เกิดสติได้คิดได้กระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ความไม่อยากทำให้เราไม่ต้องเดือดร้อนในการหาสิ่งที่เราต้องการ
ดังนั้น ถ้าหากว่าเราทุกคนไม่เกิดความอยาก ไม่มีความอยากแล้ว กิเลสก็น้อยลง เมื่อกิเลสน้อยลง ความทุกข์ก็น้อยลงและไม่มี แล้วในที่สุดชีวิตของเราทุกคนทุกท่านจะมีแต่ความสุข จะมีแต่ความเจริญ เรามาร่วมกันสร้างความไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเราทุกคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรามาร่วมกันสร้างความไม่อยากเพื่อให้ความสุขในสังคมของเรา เมื่อได้ดังนั้นแล้วสังคมเราจะมีแต่ความสุขในที่สุด
มนูญ ศรีวิรัตน์

2 ข. (ขอโทษ และ ขอบคุณ)

ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านหนังสือ “กฎแห่งกระจก” เขียนโดย โยชิโนริ โนงุจิ และแปลโดย ทิพย์วรรณ ยามาโมโตะ เป็นหนังสือที่ดีมาก ลองหาโอกาสอ่านนะครับ
แต่สิ่งที่ผู้เขียนนำมาเสนอวันนี้ ก็เป็นข้อความ หรือ คำ เพียง 2 คำในหนังสือดังกล่าว (หน้า 27) คือ คำที่ขึ้นต้นด้วยอักษร ข.ไข่ คือ ขอโทษ และ ขอบคุณ สองคำนี้เป็นคำสั้นๆ แต่มีความหมายเป็นอย่างมากสำหรับเราทุกคน ทุกสังคม ที่จะต้องอยู่ร่วมกัน และสองคำนี้ ทำให้สังคมที่เราอยู่มีความสุข เพราะเพียงแต่เราเปล่งวาจาที่บริสุทธิ์ใจขอโทษใครสัีกคนในกรณีที่เราได้กระทำผิดไม่ว่าจะ้ด้วยวาจาหรือใจ ผู้เ้ขีียนคิดว่า ผู้ที่กระทำนั้นมีความสุข เกิดความสุขอย่างแน่นอน
คำว่า ขอบคุณ เป็นคำที่เราทุกคนเปล่งได้ไม่ยากเมื่อมีใครสัีกคนกระทำให้เรา หรือ ให้สิ่งของเรา หรืออะไรก็ตามแต่ เรากล่าวขอบคุณผู้ให้ด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ ทั้งผู้ให้และผู้รับขอบคุณล้วนเกิดความสุข เป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้ง่ายไม่ได้เสียเงินทองซื้อหา
เราคนไทยเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีงาม หากท่านใดอยากจะขอโทษคุณพ่อคุณแม่ของเรา ที่เราเคยทำให้ท่านเสียใจ ทำให้ท่านเป็นทุกข์ ผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะกระทำ และไม่มีคำว่าสาย สำหรับการกล่าวคำว่า ขอโทษ ในอดีตที่ผ่านมาเราอาจจะมีเรื่องราวมากมายที่เคยกระทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ไม่เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ ทำให้ท่านเป็นทุกข์ ดังนั้น เราอาจจะหาโอกาสขอโทษในส่ิงที่เราได้เคยกระทำไป ถ้าหากท่านใดไม่กล้าที่จะกล่าวขอโทษต่อหน้าคุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะเป็นการเขียนจดหมาย หรือ โทรศัพท์ ไปขอโทษแทนก็เป็นได้ นอกจากนั้น เมื่อเราได้กล่าวขอโทษแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเราทุกคนก็อยากจะกล่าวขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ท่านเป็นผู้มีพระคุณให้กำเนิด ให้ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเรา ยามที่เราเจ็บป่วยท่านคอยดูแล ยามที่เราเป็นทุกข์ท่านคอยให้กำลังใจ ยามที่เราเดือดร้อนท่านได้ช่วยเหลือทุกอย่างทุกประการ ดัวนั้น คำขอบคุณสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ผู้เขียนคิดว่าเราสามารถทำได้ทุกเวลาได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องอายที่จะต้องทำต้องกล่าว
ด้วยเหตุนี้ วันนี้เราทุกคนมาร่วมกันกล่าวขอบคุณให้คุณพ่อคุณแม่ของเราในสิ่งที่ท่านได้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา และร่วมกันกล่าวขอโทษคุณพ่อคุณแม่ในสิ่งที่เราได้กระทำผิดต่อท่านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และกล่าวขอบคุณท่านทุกๆ วัน นอกจากนั้น เรามาร่วมกันกล่าวขอบคุณให้ผู้มีพระคุณที่ผ่านมา และกล่าวขอโทษให้กับบุคคลที่เราได้ล่วงเกินได้กระทำผิดต่อเขา หากเราทำได้ในทุกๆ ส่วน ทุกๆ สังคม บ้านเมืองเราสังคมเราจะมีแต่ความสุข
เรามาเริ่มใช้ 2 ข.ไข่ คือ ขอโทษ และ ขอบคุณ ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะได้ทำตั้งแต่วันนี้เถอะครับ
มนูญ ศรีวิรัตน์

รั่ว

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวต่างประเทศที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก คือ การรั่วของน้ำมันสู่ท้องทะเลของบรัษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งนับว่าสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล และที่สำคัญ คือ การรั่วดังกล่าว คราบน้ำมันได้ทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อมไปอย่างมากมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานหลายปีในการฟื้นฟูกลัีบคืนเหมือนเดิมได้
รั่ว เป็นอาการของสิ่งที่มีอยู่ข้างในภาชนะ หรืออุปกรณ์ ที่ต้องการให้วัตถุที่เราต้องการอยู่ภายในที่หรือบริเวณที่เรากำหนด ถ้าหากพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่า การรั่ว นั้น มักจะใช้หรือกล่าวถึงสำหรับสิ่งที่มีค่า เช่น การรั่วของน้ำฝนที่เราจัดเก็บไว้ การรั่วของน้ำมันเครื่องรถยนต์ การรั่วของน้ำประปา เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การรั่วอีกอย่างที่เรามัีกพบในการบริหารงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ก็อาจจะเป็น การรั่วของเงิน การรั่วดังกล่าว เป็นสิ่งที่ผู้บริหารไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายรายจ่ายที่ควบคุมไม่ได้ และถ้าหากทิ้งไว้นานองค์กรหรือหน่วยงานนั้นอาจจะถึงกับล้มละลายได้ การรั่วอีกอย่างที่มัีกจะพูดถึงหรือกล่าวถึงที่ผู้ชายนิยม คือ เรื่องของฟุตบอล ที่มัีกเห็นผู้คนกล่าวว่า ฟุตบอลทีมนี้ “หลังรั่ว” ซึ่งอาจจะหมายถึง กองหลังของทีมของเราปล่ิอยให้กองหน้าทีมคู่ต่อสู้หลุดรอดเข้าไปยิงประตูครั้งแล้วครั้งเล่า
วกกลับมาที่ การรั่ว อีกครั้งหนึ่ง คือ การรั่วของสิ่งของขนาดใหญ่ คือ ท่านผู้ว่าอ่านคิดว่า สิ่งของขนาดใหญ่น่าจะเป็นอะไรครับ ผู้เขียนคิดว่า การรั่วของสิ่งของขนาดใหญ่ น่าจะเป็น การรั่วของเขื่อน เขื่อนเป็นสิ่งที่มีค่าคอยเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์เพื่อการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อการเกษตร เพื่อการไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องช่วยกันทุกคนในฐานะที่เป็นคนไทย คือ ช่วยกันรักษาเขื่อน รักษาเขื่อนให้มีน้ำ รักษาเขื่อนไม่ให้มีรอยรั่ว
เราจะเห็นว่า รั่ว การรั่ว เป็นสิ่งอาการที่เราโดยส่วนมากมักจะไม่ต้องการ เพราะถ้าหากเิกิดการรั่วไม่ว่าสำหรับเหตุการณ์ใดๆ หรือกับสิ่งใดๆ ก็แล้วแต่ มักจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เมื่อวันสองวันที่ผ่านมานี้ทุกท่านคงจะเห็นการถ่ายทอดทั่วประเทศที่รัฐสภา มีการกล่าวเอกสารทางราชการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้หยิบยกขึ้นมากล่าวอ้าง อีกฝ่ายก็อาจจะแปลกใจว่า เอกสารดังกล่าว รั่ว ออกมาได้อย่างไร นี้่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการรั่ว ที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการ อีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องการ
มนุษย์เราทุกคนถ้าหากสามารถควบคุมการรั่วของสิ่งที่เราต้องการสิ่งที่เราปรารถนาไว้ จะรู้สึกว่ามีความสุข จะรู้สึกว่ามีความภูมิใจ เราเก็บรักษาเงินทองไว้ไม่ให้รั่วไหล เราเก็บความดีไว้ไม่ให้รั่วไหล นั้น หมายถึง กระทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนอยากจะขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกัน อุดรอยรั่วของการกระทำ คือ เลือกทำแต่ความดี จะเป็นศรีแ่ก่ตัวเราเอง
มนูญ ศรีวิรัตน์

ลังเล

วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงานปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่วิทยาเขตมุกดาหาร (มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี) ณ จังหวัดมุกดาหาร รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสดังกล่าว เพราะการได้มาพูดในโอกาสนับว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะได้มีโอกาสได้ให้ข้อคิดสำหรับนักศึกษาใหม่ เพื่อนักศึกษาใหม่ของวิทยาเขตมุกดาหารได้นำไปใ้ช้ประโยชน์ ก็เลยไม่ลังเล
ที่นี้้ เรามาดูคำว่า ลัีงเล คือ ไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ไม่รู้ว่าจะทำอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้เขียนคิดว่า เป็น คนๆ นั้น ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจในการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง และไม่มีสติเพียงพอในการตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ ความลังเล ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วจะทำให้เราเสียเวลาอย่างมากในการทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราสนใจอยู่ในขณะนั้น ซึ่งการเสียเวลาดังกล่าวทำให้เกิดการสูญเสียเป็นอย่างมาก แล้วเราจะแก้ปัญหาเรื่อง การลังเล ได้อย่างไรดี
เรามาเริ่มต้นการป้องกันการลังเลกันดีกว่า อันดับแรก เราควรจะต้องมีข้อมูล หรือ หาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้มากที่สุดที่เราจะทำได้โดยหาได้จากแหล่งต่างๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นๆ หาจากแหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต เป็นต้น เมื่อเราหาข้อมูลดังกล่าวได้แล้ว เราต้องมาไตร่ตรองอย่างรอบครอบ และที่สำคัญคือ จะต้องใช้ สติ ควบคู่ไปด้วย ถ้าหากเราสามารถทำได้ดังกล่าวแล้ว การลังเล จะลดลง
และถ้าหากเราปฏิบัติอย่างที่กล่าวมาแล้วเป็นประจำในทุกๆ เรื่อง การลังเล ของเราจะไม่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ดี บางครั้ง การลังเลก็เกิดประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะทำให้เราเกิด สติ เกิดความรอบครอบ เกิดความเอาใจใส่มากยิ่งขึ้น แต่ใช่ว่า เราต้องลังเล เสมอไปนะครับ
ที่กล่าวมาตามข้างต้น ผู้เขียนก็เคยลังเลเหมือนกัน แต่เท่าที่จำได้ การลังเล รู้สึักว่าทำให้ผู้เขียนได้เกิดการกลับมาทบทวน คิดด้วยความระมัดระวัง คิดด้วยความเข้าใจในสถานการณ์นั้น คิดด้วยความเป็นไปได้ที่ถูกที่สุดตาม 3 ธ 3 ธรรม คือ ธรรมชาติ ธรรมะ และยุติธรรม
สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอให้ทุกท่าน ได้โปรดลังเลในบา่งเรื่อง และไม่ลังเล ในบางเรื่อง เรื่องใดที่ท่านมีข้อมูํลที่ตัดสินใจได้อย่างครบถ้วน ท่านดำเนินการได้เลย เรื่องใดที่ท่านยังคิดว่าจะต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ท่านก็ควรจะลังเล ในการตัดใจสิน ในการให้คำตอบ ในการกระทำ ในเรื่องนั้นๆ
ท่านใดที่เป็นผู้บริหารขององค์กร บางเรื่องถ้าเกิดลังเล จะเกิดความเสียหายอย่างมาก ไม่สามารถเยียวยาแก้ไขได้ ดัีงนั้น ท่านจะต้องไม่ลังเล แต่ควรจะรีบเร่ง
มนูญ ศรีวิรัตน์